BJ JEANS ยีนส์สัญชาติ ไม่รู้จักจะคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง จอห์นนี่ & เบน กมลวิศิษฎ์

BJ JEANS ยีนส์สัญชาติ ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด  

ยีนส์สัญชาติ BJ JEANS เมื่อ 5 ปีก่อนคือ แบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวในวงการแฟชั่น ภายใต้การนำของ จอห์นนี่กับเบน (พรเทพ-กัลยานี กมลวิศิษฎ์) สองแม่ทัพคนรุ่นใหม่ที่เป็นทั้งคู่ชีวิต และคู่คิดที่พาแบรนด์เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด  

         BJ JEANS มีดีตรงไหน ถึงสามารถฉายแสงได้ในธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดสนามหนึ่ง ไปหาคำตอบพร้อมกัน 

  • BJ Jeans แบรนด์ยีนส์สัญชาติไทยที่เกิดขึ้นได้ 5-6 ปี และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้มี 124 สาขาทั่วประเทศไทย และ 2 สาขาที่ประเทศพม่า
  • จอห์นนี่ และ เบน คือ ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เป็นทั้งคู่ชีวิต และคู่คิดในการทำธุรกิจ โดยฝ่ายชายรับผิดชอบสายงานผลิต ส่วนฝ่ายหญิงดูแลเรื่องงานขายและการตลาด
  • ผ้า 99 เปอร์เซ็นต์ของ BJ Jeans นำเข้าจากประเทศที่เชี่ยวชาญในการผลิตผ้ายีนส์ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ซึ่งต่างกับหลายแบรนด์ที่เน้นผ้าไทยเป็นหลัก
  • BJ Jeans คิดนวัตกรรมใหม่ๆ เสมอ ล่าสุดคือ ยีนส์ UV protection ผ้าที่ใช้ผลิตทอมาจากเส้นใยที่ป้องกันรังสี UV ได้ถึง SPF 50 ทำหน้าที่เหมือนครีมกันแดด

 

MR.PRAEW : BJ jeans เกิดขึ้นได้อย่างไร

จอห์นนี่ : คุณพ่อคุณแม่ของผม (ประดิษฐ์-จรูญลักษณ์ กมลวิศิษฎ์) ทำธุรกิจยีนส์มากว่า 40 ปีแล้วครับ แต่เป็นการซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์ของประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างนั้นผมไปเรียนปริญญาตรี สาขาวิชาสถาปัตยกรรมที่ University Of Nottingham เสร็จแล้วกลับมาเรียนต่อปริญญาโท ด้านการบริหาร ที่มหาวิทยาลัยมหิดล พอได้ศึกษาธุรกิจของครอบครัวก็เกิดความคิดว่า ในเมื่อเรามีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มายาวนาน นอกจากนี้ยังมีทีมงาน และโรงงานของตัวเอง ทำไมเราไม่ทำแบรนด์ของตัวเอง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมตัดสินใจทำ BJ JEANS (บีเจ ยีนส์) เมื่อ 5-6 ปีก่อน

MR.PRAEW : ความยากที่สุดในการทำธุรกิจยีนส์คือ

จอห์นนี่ : คู่แข่งเยอะ สมัยที่คุณพ่อทำ มียีนส์ไม่กี่แบรนด์ที่ขายในบ้านเรา แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นหลายเท่า วัยรุ่นอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้ากันเยอะมาก รวมถึงร้านออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้และคลุกคลีกับธุรกิจนี้มายาวนาน แต่ผมก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา จะทำอย่างไรให้สินค้าของเรามีจุดเด่น และแตกต่างจากแบรนด์อื่น

MR.PRAEW : ถ้าอย่างนั้น BJ JEANS มีจุดเด่นตรงไหน

จอห์นนี่ : ผ้า 99 เปอร์เซ็นต์ของเรานำเข้าจากประเทศที่เชี่ยวชาญในการผลิตผ้ายีนส์ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ซึ่งต่างกับหลายแบรนด์ที่เน้นผ้าไทยเป็นหลัก คอนเซ็ปท์ของผมง่ายๆ คือ คุณซื้อยีนส์ต่างชาติตัวละ 15,000 บาท แต่ผมขายตัวละ 4,000 บาท ทั้งที่เป็นผ้าเนื้อเดียวกันและมาจากโรงงานเดียวกัน

นอกจากนี้ เรายังนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างกางเกงแนวสปอร์ตที่ใช้เทคนิคผ้าไฮบริดมี่มีส่วนผสมของผ้าวอร์มกับผ้าเดนิม หรือ ล่าสุดคือ ยีนส์ UV protection คราวนี้คุณไม่ต้องทาครีมกันแดดแล้ว แค่ใส่ยีนส์ตัวนี้ก็จบ ซึ่งเราไม่ได้ชุบน้ำยาหรือสารเคมีนะครับ แต่ผ้าที่ใช้ผลิตทอมาจากเส้นใยที่ป้องกันรังสี UV ได้ถึง SPF 50

MR.PRAEW : ตอนนี้ BJ Jeans มีกี่สาขาครับ

จอห์นนี่ : 126 สาขาครับ โดยมี 2 สาขาอยู่ที่ประเทศพม่า ช่วงปีที่ผ่านมาเราทำอีเว้นท์ค่อนข้างเยอะ ผมต้องเดินทางตลอดเวลา บางครั้งจึงถือโอกาสเข้าไปช่วยพนักงานขายของด้วย เบนก็ไปเหมือนกัน แต่ต่างคนต่างไปนะครับ แล้วมาแชร์กันว่า เป็นอย่างไรบ้าง ข้อดีคือ ได้เห็นฟีดแบ็คจากลูกค้าโดยตรงว่า เขาคิดอย่างไร ชอบสินค้า หรือราคา มีเรื่องอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง

เบน : สำหรับเบน คำว่า 126 สาขา ยังไม่เหนื่อยเท่ากับว่า แต่ละสาขาไม่มีวันหยุด เนื่องจาก BJ jeans ขายในห้างสรรพสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่า เบนทำงานแบบไม่หยุดพักนะคะ ถ้าเป็นวันจันทร์ถึงศุกร์จะไม่ปิดโทรศัพท์มือถือ พร้อมแก้ปัญหาตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งเวลาให้ลูกๆ ทั้งสองคนของเราด้วย ตอนนี้ลูกชายคนโตอายุ 4 ขวบ ส่วนลูกสาวคนเล็กอายุ 2 ขวบ โดยเบนจะพาเขาเข้านอนเองทุกคืน ส่วนคุณจอห์นนี่รับบทหนักตอนเช้าที่พาเด็กๆ อาบน้ำ แปรงฟัน แล้วไปส่งลูกชายที่โรงเรียน

ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์เราจะอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพราะที่บ้านก็มีสะว่ายน้ำ ฟิตเนส มีแม่ครัวทำอาหารให้ จึงไม่ได้รู้สึกขาดอะไร พอทำงานหนักมา 5 วัน แล้วอยากพักอยู่บ้านมากกว่า แต่เบนจะปล่อยให้คุณจอห์นนี่มีเวลาไปแฮงเอ้าท์กับเพื่อน ซึ่งเป็นเวลาที่ภรรยาไม่ก้าวก่าย ไม่มีโทรตาม ยกเว้นว่าหิวข้าว

MR.PRAEW : เป็นข้อแม้ที่ฟังดูน่ากลัวมาก

เบน : (หัวเราะ) ไม่น่ากลัว แค่ถามว่า เมื่อไรจะกลับ ฝากซื้ออาหารติดมือมาด้วย ไม่ใช่ข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามนะคะ เราอยู่กันด้วยความเข้าใจ และให้เกียรติกัน เบนเห็นคู่แต่งงานจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ล้มเหลวเรื่องชีวิตคู่ เป้าหมายของเบนคือ การที่เราสามารถเดินไปพร้อมกันได้ในทุกบทบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ ความเข้าใจนี่ล่ะ เบนจะเป็นภรรยาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นเพื่อนที่เข้าใจ และบางครั้งก็ต้องเป็นคู่กัดที่คอยเตือนกันด้วย (ยิ้ม)

MR.PRAEW : เวลาทำงาน คุณสองคนเคยทะเลาะกันบ้างไหม

เบน : เกือบทุกวัน (หัวเราะ)

จอห์นนี่ : มีตลอดครับ ไม่มีทางที่เราจะคิดเหมือนกันตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ผมไม่คิดว่า เป็นการทะเลาะนะ เรียกว่า ระดมความคิดมากกว่า (ยิ้ม) พอก้าวเท้าออกจากบ้านเข้าออฟฟิศ เราทั้งสองคนก็คือ พนักงานคนหนึ่งที่อยากทำให้บริษัทได้สิ่งที่ดีที่สุด

MR.PRAEW : แต่ก็ไม่ใช่ภารกิจที่ง่าย เพราะคู่แข่งในตลาดก็บิ๊กเนมทั้งนั้น

จอห์นนี่ : ใช่ครับ จริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องคู่แข่ง แต่เรายังรับผิดชอบบริษัทที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ดูแลพนักงานหลายร้อยคน แล้วผมกับเบนอายุยังไม่ถึง 40 ปี ถ้าเทียบกับผู้บริหารของบริษัทคู่แข่ง ไม่ว่าจะแบรนด์ไทย หรือต่างชาติ ถือว่าเราอายุน้อยกว่าพอสมควร เพราะฉะนั้นผมจะพยายามปรึกษาและคุยกับคนเก่งๆ ให้เยอะที่สุด จะคิดว่าเราแน่หรือเจ๋งไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้ว่ายอดขายจะโตขึ้นทุกปี แต่ถนนเส้นนี้ยังอีกยาวไกล ผมอยากพา BJ JEANS ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้

MR.PRAEW : ปลายทางที่ปักหมุดไว้คือ…

จอห์นนี่ : ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่ผมจะสามารถบอกได้ว่าอีก 10 ปี หรือ 20 ปี เราจะอยู่จุดไหน ผมบอกได้แค่ว่า วันนี้อยากทำให้บริษัทเติบโตขึ้นแบบช้าๆ และมั่นคง ไปพร้อมๆ กับพนักงาน ซึ่งก็เหมือนกับคนในครอบครัว เพราะมีหลายคนที่อยู่มาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ

ผมมีฝันอยากปรับปรุงบริษัทให้ดีขึ้น เห็นการก้าวหน้าขององค์กรในทุกๆ วัน โดยไม่ได้มองแค่ว่า เราต้องกำไรให้มากที่สุด แต่อยากให้ทุกคนในทีมมีความสุขที่สุด เพราะถ้าตื่นนอนทุกเช้า แล้วรู้สึกเบื่อหน่ายกับการไปออฟฟิศ ไม่มีกำลังใจหาไอเดียใหม่ๆ ต่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และได้เงินมหาศาลก็คงไม่มีประโยชน์

ถ้ามองเป็นกราฟ ก็อยากทำให้เส้นของ BJ JEANS โตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความสำเร็จของยอดขาย และความสุขของคนทำงานด้วย 

keyboard_arrow_up