อีลอน มักส์ เศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก

อีลอน มักส์ แห่ง Tesla มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ผู้โค่น “เจฟฟ์ เบซอส” Amazon

อีลอน มักส์ เศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก
อีลอน มักส์ เศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก

ดูเหมือนว่าตอนนี้ อีลอน มักส์ ได้โค่นแชมป์ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก 4 ปีซ้อนเป็นอันสำเร็จ โดยมูลค่าทรัพย์สินของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่ลดละ แซงหน้า Ceo ของ Amazon เป็นที่เรียบร้อย

อีลอน มักส์

หลังจากผงาดขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แซง บิลล์ เกตส์ แบบชิลๆ ล่าสุด Tesla และ SpaceX Brainbox ก็ได้พา อีลอน มักส์ ขึ้นแท่นอันดับ 1 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก แซงหน้า เจฟฟ์ เบซอส บอสใหญ่ของ Amazon.com ได้สำเร็จ

เจฟฟ์ เบซอส Ceo ของ Amazon

อันเนื่องมาจากราคาหุ้นของ Tesla ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 7 มกราคม 2021 ตามเวลานิวยอร์ก 10:15 น. ในดัชนี Bloomberg Billionaires Index ซึ่งเป็นการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุด 500 คนของโลกชี้ให้เห็นว่า อีลอน มักส์ มีทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 188.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่า เจฟฟ์ เบซอสถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเคยครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของ Tesla พุ่งสูงขึ้นมากกว่า $150 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นการสร้างความมั่งคั่งที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ นับเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในราคาหุ้นของ Tesla ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 743% ในปีที่แล้ว อันมาจากผลกำไรที่สม่ำเสมอ ซึ่งรวมอยู่ในดัชนี S&P 500 และความกระตือรือร้นจาก Wall Street รวมถึงนักลงทุนรายย่อย ทั้งนี้ยังมีการคาดอีกว่า ราคาหุ้นของ Tesla อาจจะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีกหลายปี

อีลอน มักส์

รายงานจาก Bloomberg พบในปีที่แล้ว Tesla ได้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ากว่าครึ่งล้านคัน ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของรถยนต์ที่ผลิตโดย Ford Motor Co. และ General Motors Co แต่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล

อีลอน มักส์ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้มีความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในยุคนี้ ในรูปแบบของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แห่ง นิโคลา เทสลา ซึ่งเขาได้นำนามสกุลของ นักประดิษฐ์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรไฟฟ้า ไปตั้งเป็นชื่อบริษัทของเขาด้วย นอกจากนี้ “จอน ฟาฟวโร” ผู้กำกับภาพยนตร์ Iron Man ได้บอกว่า อีลอน มักส์ คือแรงบันดาลใจในการสร้าง “โทนี่ สตาร์ค” (Tony Stark) หรือ Iron Man อีกด้วย

ความชาญฉลาด และมองการณ์ไกลในเรื่องวิทยาศาสตร์ และสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำไปด้วยเทคโนโลยีของ อีลอน มักส์ นักวิศวกรที่เกิดในแอฟริกาใต้วัย 49 ปีคนนี้ บอกเลยว่าเส้นทางชีวิตของเขากว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย…..

ทำความรู้จัก อีลอน มักส์ เศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก ผู้โค่นแชมป์ เจฟฟ์ เบซอส สำเร็จ

อีลอนมีชื่อเต็มว่า Elon Reeve Musk เกิดวันที่ 28 มิถุนายน 1971 ที่เมือง Pretoria ประเทศแอฟริกาใต้ ปัจจุบันอายุ 49 ปี เส้นทางชีวิตของอีลอนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเกิดในครอบครัวร่ำรวย

Errol Musk พ่อผู้ไม่ลงรอยกัน @Us Weekly

พ่อ Errol Musk เป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีธุรกิจมากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือเหมืองมรกต ขณะที่แม่ Maye Musk ก็เก๋กู้ด เป็นนักโภชนาการและนางแบบลูกครึ่งแคนาดา-อเมริกัน แต่วัยเด็กของอีลอนกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวเจ็บปวดมากมาย

เริ่มจากเมื่ออายุได้ 3 ขวบ อีลอนมีอาการคล้ายคนหูหนวก พ่อจึงส่งเข้าโรงพยาบาลให้หมอผ่าต่อมอดีนอยด์ (คล้ายต่อมทอนซิลอยู่ด้านหลังโพรงจมูก) ของเขาออก เพื่อจะพบความจริงภายหลังว่าเขาไม่ได้หูหนวก

อีลอน และ Maye Musk

อายุเพียง 9 ขวบ พ่อเศรษฐีกับแม่นางแบบก็หย่าร้างกัน อีลอนอยู่ในความดูแลของพ่อที่แอฟริกาใต้ ส่วนแม่กลับแคนาดา และนั่นก็ทำให้ชีวิตคุณหนูอีลอนพลิกผันครั้งใหญ่ ในฐานะลูกคนโต พ่อให้เขาทำงานทุกอย่างในบ้าน เขาเริ่มไม่ลงรอยกับพ่อ และบ้านก็ไม่เป็นเหมือนบ้านอีกต่อไป

ปัญหาคือไม่ใช่เฉพาะบ้านที่ทำให้อีลอนไร้สุข ที่โรงเรียนเขาก็ยังหาความสุขไม่ได้เช่นกัน อีลอนถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียนเป็นประจำ หนักสุดคือถูกโยนลงบันไดและรุมซ้อมจนหมดสติ ต้องหามส่งโรงพยาบาล

นับแต่นั้นอีลอนก็กลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร และมักจะขลุกอยู่แต่ในห้องสมุด ซึ่งกลายเป็นเรื่องดีคือเพาะนิสัยอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะหนังสือแนววิทยาศาสตร์ ศาสนา และปรัชญา ซึ่งทำให้เขาเข้าใจชีวิต และห่วงใยในเพื่อนมนุษย์

หนังสือเล่มสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของอีลอนคือ The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy เป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องอวกาศที่จุดประกายให้อีลอนมุ่งมั่นว่า การปกป้องมวลมนุษยชาติคือภารกิจในชีวิตของเขา

ไม่น่าเชื่อว่าวัยรุ่นอายุ 14 จะคิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ เรื่องที่ถ้าพูดออกมาดังๆ ก็ต้องถูกตราหน้าว่า “สติเฟื่อง” หรือ “บ้า” ไปแล้ว

แต่อีลอนไม่แคร์ ความฝันกับความจริงสำหรับเขาคือเรื่องเดียวกัน พออายุ 10 ขวบ เขาก็เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ โดยหัดใช้คอมพิวเตอร์ครั้งแรกกับเครื่อง Commodore VIC-20 ซึ่งเป็นโฮมคอมพิวเตอร์ 8 bit รุ่นแรกๆ

อายุ 12 อีลอนเรียนการเขียนโปรแกรม BASIC (Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง

ถึงตรงนี้ถ้าคำว่า “Genius” หรืออัจฉริยะ ผุดขึ้นมาในความคิดคุณแล้วละก็ เรามีข้อมูลชวนตาโตต่อว่า ปกติคอร์สนี้คนปกติทั่วไปเขาใช้เวลาเรียนแบบมีอาจารย์สอนประมาณ 6 เดือนก็จบ แต่อีลอนเรียนจบใน 3 วัน!!! และหลังเรียนจบ อีลอนก็เขียนเกมชื่อ Blastar ขายให้กับนิตยสาร PC and Office Technology ในราคา 500 ดอลลาร์สหรัฐ

อีลอนอดทนจนเรียนจบมัธยมปลาย จึงขอพ่อย้ายไปอยู่แม่ที่แคนาดา พ่อจึงประกาศกร้าวว่าถ้างั้นก็เชิญไปหาเงินเรียนต่อเอาเอง ที่แคนาดาอีลอนจึงต้องทำงานทุกอย่าง แม้แต่เป็นพนักงานทำความสะอาด ล้างหม้อต้มน้ำร้อนที่สกปรกสุดๆ แลกกับค่าตอบแทนเพียง 18 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงเท่านั้น เพื่อส่งตัวเองเรียนที่มหาวิยาลัยควีน ในรัฐออนแทริโอ แคนาดา

ต่อมาเขาโทรไปขอฝึกงานกับผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่ง ข่าวดีคือเขาได้รับการตอบรับ ทำให้อีลอนหวังว่าจะได้โชว์ความอัจฉริยะออกมาให้ปรากฏ  แต่ข่าวร้ายคือเขาได้แค่ทำหน้าที่ชงกาแฟเท่านั้น

อายุ 20 อีลอนขอโอนย้ายหน่วยกิตไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา ที่นี่เองที่อัจฉริยะแปลงร่างเป็นจอมวายร้าย ด้วยการก่อวีรกรรมสุดแสบ เช่าบ้านมาเปิดเป็นไนท์คลับ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่มีใบอนุญาต

แถมเปิดให้นักศีกษาเข้าไปสังสรรค์ในราคาค่าเข้าคนละ 5 ดอลลาร์เท่านั้น แต่สามารถดื่มอะไรก็ได้ไม่อั้น ซึ่งทำให้มีคนเข้ามาในงานปาร์ตี้ขี้เมาของเขากว่า 500 คน

อายุ 23 อีลอนคว้าปริญญาตรีด้านฟิสิก์และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ก่อนจะต่อปริญญาโทและเอกสาขาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่อยู่ใจกลางซิลิคอนวัลเลย์ แต่หลังจากเรียนเอกได้แค่ 2 วัน เขาก็ลาออกเพราะอยากทุ่มเทให้การสร้างโปรเจ็กต์ในฝันมากกว่า

อีลอนเริ่มก้าวตามฝันด้วยการร่วมกับน้องชายที่คลานตามกันมา Kimbal Musk ถึงตรงนี้เออร์รอล  มัสก์ ก็กลับมามีบทบาทในชีวิตของเขาอีกครั้ง ด้วยการมอบเงินให้เขากับน้องชาย รวม 28,000 ดอลลาร์ เพื่อเปิดเว็บไซต์ที่ชื่อ Zip2 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

อีลอนกับน้องชายทุ่มเทให้กับ Zip2 เต็มที่ กินนอนอยู่ในออฟฟิศถึง 3 เดือน โดยอีลอนเขียนโปรแกรมและเว็บไซต์ด้วยตนเอง ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี กระทั่งมีนักลงทุนรายหนึ่งมาขอร่วมทุนด้วยเงิน 3 ล้านดอลลาร์ อีลอนตอบรับ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็โดนปลดจากตำแหน่ง CEO โดยผู้ลงทุนคนนั้น

แต่ที่ทำให้เราคนอ่านเจ็บใจแทนก็คือเมื่อ Compaq เข้าซื้อ Zip2 ด้วยมูลค่า 341 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีลอนกลับได้รับเงินส่วนแบ่งเพียง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น เขาเลยจัดการแบ่ง 10 ล้านไปก่อตั้งบริษัท X.com ธนาคารออนไลน์ และเอาอีก 1 ล้านไปซื้อรถ McLaren f1 ก่อนจะขับไปชนยับไม่มีชิ้นดี

Justine Wilson ภรรยาคนแรก @justinemusk

อายุ 29 (ปี 2000) X.com ประกาศซื้อกิจการ บริษัทคอนฟินิตี้ (Confinity) สตาร์ทอัพฟินเทค เพื่อปูทางไปสู่การก่อตั้ง Paypal ระบบรับจ่ายเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนจะเดินเข้าประตูวิวาห์กับ Justine Wilson แฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนที่มหาวิยาลัยควีน แล้วไปฮันนีมูนกันที่ออสเตรเลีย

ระหว่างกำลังอินเลิฟฮันนีมูนหวาน กรรมการบริหารก็ฉวยโอกาสลงมติเตะโด่งปลดเขาออกจากตำแหน่ง CEO  เมื่ออีลอนรู้ข่าว เขาจัดการแก้เกมกลับด้วยการลงทุนเพิ่มในบริษัท จนได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Paypal

ตามข่าวไม่ได้บอกว่าเขาคิดแผนแก้เกมในพื้นที่ไหนของออสเตรเลีย แต่มันคงจะยุงชุมน่าดู เพราะทำให้เขาติดเชื้อมาลาเรีย ไข้ขึ้นสูงจนต้องถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาล

ถึงกายป่วยแต่สมองยังไบร้ท อีลอนเริ่มคิดถึงโครงการอวกาศ ความฝันวัยเยาว์ เขาตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ลอสแอนเจลิส เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอวกาศ และศึกษาเกี่ยวกับการสร้างจรวดจากหนังสือ ปีต่อมาเขาก็ออกเดินทางไปรัสเซียเพื่อขอซื้อจรวดขีปนาวุธโซเวียตที่ปลดประจำการแล้ว เพื่อนำมาทำการทดลอง

หลังจากการเจรจาอันยาวนาน ผลคือความล้มเหลว พ่อค้ารัสเซียต้องการขายจรวดในราคาสูงถึง 8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอีลอนคิดว่ามันแพงเกินไป แต่ความฝันกับความจริงสำหรับเขาคือเรื่องเดียวกัน ปี 2002 ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ 31 ปี อีลอนตัดสินใจก่อตั้งโครงการ SpaceX เพื่อสร้างจรวดด้วยเงินตัวเองทั้งหมด

เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะหลังจากก่อตั้งโครงการ SpaceX ได้เพียงเดือนเดียว ลูกชาย Nevada Alexander ก็เสียชีวิตลงด้วยโรค SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรือ โรคตายอย่างเฉียบพลัน ด้วยวัยเพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น

ตุลาคม 2002 ebay ติดต่อเข้าซื้อกิจการ Paypal ด้วยราคาสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ และในฐานะที่อีลอนถือหุ้นใหญ่ที่สุด เขาจึงได้เงินส่วนแบ่งมากถึง 180 ล้านดอลลาร์ อีลอนใช้เงินทุนทั้งหมดมาต่อยอดความฝัน นั่นคือ SpaceX ซึ่งแน่นอนว่า 180 ล้านดอลลาร์ไม่มีทางพอ เขาเชื่อว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าน่าจะเป็นช่องทางหาทุนสนับสนุนโครงการ SpaceX ได้ดีที่สุด

ปี 2004 ในวัย 33 อีลอนจับมือกับ Martin Eberhard และ JB Straubel ก่อตั้ง Tesla Motors โดยเขาลงทุนเงินในธุรกิจนี้ถึง 70 ล้านดอลลาร์ แถมเขายังได้ลูกชายฝาแฝดจากการทำเด็กหลอดแก้วในปีเดียวกันนี้ด้วย

สองปีต่อมา เดือนมีนาคม 2006 SpaceX ทดลองปล่อยจรวดเป็นครั้งแรก ผลคือล้มเหลว แต่อีลอนกลับสามารถทำให้ NASA เซ็นสัญญาว่าจ้างระยะยาวให้ SpaceX เป็นผู้จัดส่งจรวดขนสัมภาระไปยังสถานีอวกาศ ISS

แถมยังก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการลงทุนในบริษัทโซล่าร์ซิตี้ บริษัทผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยข่าวดีสุดๆ เมื่อเขาได้ลูกชายแฝด 3 จากวิธีทำเด็กหลอดแก้วเหมือนเดิม

กราฟมีขึ้นมีลงฉันใด ชีวิตของอีลอนก็เป็นเฉกนั้น และ ปี 2008 ก็เป็นปีดิ่งเหวของเขา กรกฎาคม 2008 อีลอนหย่ากับภรรยาที่คลอดเด็กหลอดแก้วให้เขามาถึง 5 คน การทดลองจรวดครั้งที่ 2 และ 3 ล้มเหลว แถมยังสร้างความเสียหายให้นาซ่าด้วย

ในขณะเดียวกัน Tesla Motors ก็ประสบภาวะตึงตัว จากการสูญเงินสดมหาศาลในช่วงที่ Martin Eberhard เป็น CEO อีลอนใช้เงินตัวเอง 40 ล้าน และกู้เพิ่มอีก 40 ล้าน พยุงไม่ให้ Tesla ล้มละลาย พร้อมกับก้าวขึ้นเป็น CEO ของ Tesla ซะเอง

และแม้การทดลองจรวดครั้งที่ 4 จะประสบความสำเร็จ ทว่า SpaceX ก็กำลังสุ่มเสี่ยงว่าจะล้มละลายเหมือนกัน ข่าวว่าอีลอนถึงกับหลั่งน้ำตาเลยทีเดียว

สถานการณ์มาพลิกอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2008 เมื่อนาซ่าตกลงเซ็นสัญญากับ SpaceX ในการขนส่งทางอวกาศ 12 เที่ยว มูลค่า 1.6 พันล้านดอลล่าร์ อีลอนทำให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นได้อีกครั้ง เขาสามารถระดมทุนให้กับ SpaceX และ Tesla ได้ทันเวลา รอดพ้นจากการล้มละลายได้อย่างหวุดหวิด

ปี 2009 Tesla เปิดตัว Tesla Model S ส่งผลให้ปีถัดมาอีลอนเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น และเพิ่มทุนได้ถึง 226 ล้านดอลล่าร นอกจากนี้เขายังเข้าซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ที่เป็นโรงงานเก่าของโตโยต้า ซ้ำยังพบรักและแต่งงานใหม่กับ Talulah Riley ดาราสาวชาวอังกฤษ ก่อนจะหย่ากันใน 3 ปีให้หลัง

อีลอน มักส์

ปี 2011 อีลอนประกาศจะนำคนไปเหยียบดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2021-2031 โดยมีแผนจะทำจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งสามารถลดต้นทุนการเดินทางสู่อวกาศได้เป็นร้อยเท่า และก้าวย่างนับแต่นั้นก็คือความคืบหน้า

ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบการลงจอดของจรวดในแนวดิ่ง ในเป้าหมายที่จำกัดพื้นที่ หรือการทดสอบการลงจอดของจรวดในทะเล ฯลฯ

และแล้วในเดือนธันวาคม 2015 SpaceX Falcon 9 การทดลองนำจรวดกลับมาจอดยังฐานบนผืนน้ำเพื่อเติมพลังงานก็ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งหมายความว่าแผนการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ ไม่ใช่เรื่องฝันเฟื่องอีกต่อไป

แถมเขายังต่อยอดความฝันด้วยก่อตั้งบริษัท Boring Company สร้างอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินเพื่อใช้ในการเดินทางด้วยความเร็วสูง ดังนั้นเป้าหมาย Multi-Planet ที่จะสร้างอาณานิคมบนดาวดวงอื่น เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องบ้าอย่างที่หลายคนเคยดูถูก หรือเยาะเย้ยถากถางอีกต่อไป

น่าจับตามองไม่น้อยว่าเส้นทางของผู้ชายคนนี้ที่ด้วยความคิดที่ไม่เหมือนใคร คิดนอกกรอบ และคิดสิ่งใหม่ๆ อาจพาเขาไปได้อีกไกล จนไม่มีใครตามทันก็เป็นได้


เรื่อง : Ghibli, Nitcha

ที่มาข้อมูล : mirror.co.uk, hindustantimes.com

งานรุ่ง รักร่วง ! อีลอน มัสก์ ถูกสาวหักอก จนต้องซดกระทิงแดงย้อมใจ

6 ข้อ คล้ายคลึง “อีลอน มัสก์” Iron Man ในโลกแห่งความจริง

เจฟฟ์ เบซอส อดีตมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก กับทรัพย์สินที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีหมด

Praew Recommend

keyboard_arrow_up