โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ย้อนเส้นทางการเมือง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่คนทั้งรักทั้งชัง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วัย 74 ปี เขาเกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน ของเฟรด ทรัมป์ เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนครนิวยอร์ก เขาได้รับอิทธิพลในการประกอบอาชีพจากพ่อของเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ในปี 1963 ทรัมป์ ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทของพ่อเขา นั่นคือ ทรัมป์ออร์กาไนเซชัน หลังจากนั้นเขายังได้ก่อตั้งทรัมป์เอนเตอร์เทนเมนต์รีสอร์ต ที่มีกิจการกาสิโนและโรงแรมหลายแห่งทั่วโลก

ในปี 2001 ทรัมป์ สามารถสร้างทรัมป์เวิลด์ทาวเวอร์ อาคารที่อยู่อาศัย 72 ชั้น ได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขายังเริ่มสร้างทรัมป์เพลซ กลุ่มอาคารหลายหลังริมแม่น้ำฮัดสัน อีกทั้งยังเป็นเจ้าของพื้นที่การค้าอย่างทรัมป์อินเตอร์แนชชันแนลโฮเตลแอนด์ทาวเวอร์ อาคาร 44 ชั้น รวมถึงเป็นเจ้าของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ในแมนแฮตตันหลายล้านตารางฟุต เขาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ การใช้ชีวิตที่หรูหราและการพูดจาที่โผงผางของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังทำให้เขามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จจากรายการเรียลลิตี้โชว์ The Apprentice ที่ออกอากาศทางช่อง  NBC ซึ่งเขารับตำแหน่งพิธีกรและผู้อำนวยการสร้าง อีกทั้งเขายังเป็นเจ้าของกิจการการประกวดนางงามจักรวาล

ย้อนเส้นทางการเมือง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่คนทั้งรักทั้งชัง

บนเส้นทางสายการเมือง  ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ด้วยวัย 70 ปี เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 โดยชนะ ฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มีอายุมากที่สุด และมีทรัพย์สินมากที่สุด รวมถึงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ไม่เคยรับราชการทหารหรือข้าราชการมาก่อน และเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 4 ที่ได้รับเลือกตั้งโดยไม่ได้คะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งข้างมากทั่วประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า เขากล่าวข้อความเท็จ หรือชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิดหลายครั้ง โดยความเห็นและการกระทำหลายอย่างของเขามีลักษณะแบบนิยมเชื้อชาติ ทั้งก่อนและระหว่างดำรงตำแหน่ง ทำให้มีผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและบันทึกไว้ ซึ่งสื่อวิพากษ์วิจารณ์ปรากฏการณ์นี้อย่างกว้างขวางว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการเมืองสหรัฐอเมริกา

แนวนโยบายของ ทรัมป์ เน้นการเจราความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน และความตกลงการค้าเสรีใหม่ เช่น นาฟตา และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิ การบังคับใช้กฎหมายการเข้าเมืองอย่างแข็งขัน การสร้างกำแพงใหม่ตามชายแดนสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก

ส่วนจุดยืนอื่นๆ ของเขา คือการมุ่งอิสระทางพลังงานขณะ ซึ่งค้านข้อบังคับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอื่นๆ เช่น แผนพลังงานสะอาดและความตกลงปารีส ปฏิรูปกิจการทหารผ่านศึก แทนที่รัฐบัญญัติการบริบาลที่เสียได้ (Affordable Care Act) การเลิกมาตรฐานการศึกษาคอมมอนคอร์ (Common Core) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลดความยุ่งยากของประมวลรัษฎากร (ประมวลกฎหมายภาษี) ขณะที่ลดภาษีแก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล และกำหนดภาษีนำเข้าต่อบริษัทที่จ้างงานนอกประเทศ ทำให้เกิดสงครามการค้ากับจีน

โดยจะเห็นได้ว่า  ทรัมป์ ส่งเสริมแนวนโยบายต่างประเทศที่ไม่แทรกแซงเสียส่วนใหญ่ ขณะที่เพิ่มรายจ่ายทางทหาร การตรวจสอบภูมิหลังเต็มที่ของคนเข้าเมืองมุสลิม เพื่อป้องกันการก่อการร้ายอิสลามในประเทศ รับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และถอนทหารสหรัฐออกจากภาคเหนือของซีเรีย

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้พบกับคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือถึง 3 ครั้ง แต่การเจรจาเรื่องลดอาวุธนิวเคลียร์ล้มเหลว ทำให้นักวิชาการและนักวิจารณ์วิเคราะห์จุดยืนของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นประชานิยม ลัทธิคุ้มครอง และชาตินิยม

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่กำลังลุ้นผลอย่างดุเดือด โดนัลด์ ทรัมป์ ลงชิงชัยด้วยนโยบายซื้อใจอย่าง America First ซึ่งก็ต้องตามดูกันต่อว่า เขาจะคว้าชัยได้สำเร็จอีกครั้งหรือไม่


ข้อมูลและภาพ : th.wikipedia.org, pbs.org

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เก๋าเกม “โจ ไบเดน” สู้ด้วยประสบการณ์ ส.ว.น้ำดี + รอง ปธน.สหรัฐฯ 2 สมัยซ้อน

ไม่รอผล! ทรัมป์ ประกาศเผด็จศึก ด้านไบเดน ไม่หวั่นขอมุ่งสู่ชัยชนะเช่นกัน

สามีได้ดีเพราะมีภรรยาผลักดัน ซูมชีวิตสุภาพสตรีที่ชื่อ จิล ไบเดน

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!