Big Hit Entertainment

ผ่าอาณาจักร Big Hit Entertainment ต้นสังกัดของ 7 หนุ่มวง BTS

Big Hit Entertainment
Big Hit Entertainment

ผ่าอาณาจักร บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ( Big Hit Entertainment ) ค่ายเพลงเกาหลีชื่อดัง ต้นสังกัดของ 7 หนุ่มวง  BTS จากค่ายเพลงเล็กๆสู่ธุรกิจระดับโกลเบิล

“ทุกวิกฤติมีโอกาส” คือคัมภีร์แห่งโลกธุรกิจที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย แม้ปีที่ผ่านมายิงยาวจนถึงวันนี้จะเป็นช่วงเวลา “สาหัส” ของมวลมนุษยชาติที่พากันล้มระเนระนาดไปทุกภาคส่วน แต่ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่สามารถปรับตัว ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนหาช่องทางในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสและประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอด แถมยังทำกำไรได้ในช่วงเวลาวิกฤติมหากาพย์เช่นนี้

ผ่าอาณาจักร Big Hit Entertainment ต้นสังกัดของ 7 หนุ่มวง BTS

บังชีฮยอก

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ กับ 7 หนุ่มวง BTS ประกอบด้วย จิน ,จองกุก ,วี ,จีมิน ,ชูก้า, อาร์เอ็ม และ เจโฮป และค่ายต้นสังกัดบิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ที่สร้างกระแสความฮ็อตและกวาดรายได้มาอย่างต่อเนื่องจาก ปี 2019 แม้กระทั่งปี 2020 โควิดก็ยังหยุดพวกเขาไม่อยู่! เพราะในขณะที่ วงการบันเทิงและนักร้องทั่วโลกกุมขมับ เนื่องจากอีเว้นต์และคอนเสิร์ตต่าง ๆ ถูกยกเลิก แต่ไม่ใช่กับวง BTS ที่ส่งเพลง Dynamite ขึ้นอันดับ 1 ใน Billboard Hot 100 และยังมีสารพัดกิจกรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ใน 3 ควอร์เตอร์ แรกของปี 2020 ค่ายบิ๊กฮิตทำรายได้ไปกว่า 436 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว มาแรง เว่อร์…สมชื่อบิ๊กฮิตจริง ๆ

ถึงอย่างนั้นค่ายบิ๊กฮิตต้องเจอความขลุกขลักบ้างในช่วงแรกของปี 2020 เมื่อกว่า 20 คอนเสิร์ตของวง BTS ที่จะจัดในอเมริกา ยุโรป และเอเชียถูกยกเลิกไป แต่เขาก็จัดแผนชุดใหม่ ขึ้นมารับมือทันที ในเมื่อเล่นคอนเสิร์ตในสถานที่จริง ไม่ได้ ก็จัดไลฟ์คอนเสิร์ตออนไลน์ในชื่อ “Bang Bang Con The Live” ละกัน ผลคือในวันที่ 14 มิถุนายน 2020 มีแฟนคลับจ่ายเงินเข้าชมคอนเสิร์ตทางออนไลน์ ครั้งนั้นกว่า 756,000 คน พร้อมกับที่บรรดาสินค้าที่ระลึก ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปินและคอนเสิร์ตก็ขายได้มาก ถึง 746,000 ชิ้น กวาดรายได้ไปกว่า 20 ล้านดอลลาร์- สหรัฐ และในเดือนตุลาคม BTS ก็กวาดผู้ชมไปกว่า 1 ล้านวิวในไลฟ์อีเว้นต์ “Map of the Soul ON:E” ทำรายได้ไปอีก 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักร้องวง BTS

อย่างไรก็ตาม บิ๊กฮิตบอกว่ารายได้ที่พุ่งกระฉูดนี้ มาจากผลงานของศิลปินเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่ง มาจากคอนเทนต์และสินค้าที่เกี่ยวกับศิลปินซึ่งโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนของศิลปิน สมุดภาพเนื้อเพลง เกม ฯลฯ ไปจนถึงการขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทอื่น ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือซัมซุง สินค้าของสตาร์บัคส์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

อีกหนึ่งกลยุทธ์เด็ดที่ถือเป็นท่าไม้ตายของค่ายนี้คือ แอพพลิเคชั่น Weverse (เปิดตัวในปี 2019) ที่ทางค่ายบิ๊กฮิตเป็นผู้พัฒนาขึ้นเอง โดยมีบริษัทลูก beNX คอยทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเหล่าศิลปินในค่ายบิ๊กฮิต ไม่ว่าจะเป็นมิวสิค วิดีโอ ทีเซอร์ ภาพยนตร์ ไลฟ์สตรีมอีเว้นต์ คอนเสิร์ต ฯลฯ ไปจนถึงขาย สินค้าที่ระลึกต่าง ๆ Weverse จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ศิลปินใช้สื่อสารและเชื่อมต่อ กับแฟนคลับ จนทำให้ Weverse กลายเป็นแหล่งเรียกทรัพย์จากบรรดาแฟนคลับ ใครอยากได้สิ่งใด ที่นี่มีเสิร์ฟครบจบในที่เดียว…ซึ่งลำพังแค่ต้นปี 2020 Weverse ก็ทำยอดดาวน์โหลดไปกว่า 10 ล้านครั้งแล้ว

พูดง่าย ๆ ว่าบิ๊กฮิตประสบความสำเร็จกับการสร้างแพลตฟอร์มที่ทั้งผลิตสื่อ เป็นร้านขายของและแหล่งชุมนุมแฟนคลับแบบเบ็ดเสร็จ จะทำอะไรก็ทำได้แบบ ไม่ต้องเกรงใจใคร เงินทองก็หมุนเวียนอยู่ในนี้ จนทำให้ Weverse เป็นแหล่งทำรายได้ใหญ่ของค่ายบิ๊กฮิตที่มีผู้ใช้ ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และยังคงมีการพัฒนา ฟีเจอร์ รวมถึงลูกเล่นใหม่ ๆ ขึ้นมาให้แฟน ๆ สนุกสนาน กันอย่างต่อเนื่อง โดยหัวหน้าฝ่ายลงทุนและกลยุทธ์ ของค่ายบิ๊กฮิตบอกว่า “บิ๊กฮิตสร้างโมเดลทางธุรกิจที่ สามารถเพิ่มกำไรให้กับเราได้ แม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีกิจกรรม จากศิลปินก็ตาม” ซึ่งโมเดลที่ว่าก็คือ Weverse นั่นเอง

ทำให้ในปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บิ๊กฮิต ประกาศจะพัฒนา Weverse ให้กลายเป็นแพลตฟอร์ม ระดับโลก โดยจะเข้าไปทำคอนเทนต์ให้กับศิลปินจากฝั่ง อเมริกา และยังจับมือกับ Naver บริษัทซอฟต์แวร์ที่ เป็นเจ้าของเสิร์ชเอนจิ้นใหญ่ในเกาหลีใต้ (เหมือน Google) เพื่อดำเนินธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ในสหรัฐอเมริกาโดยใช้ ศิลปินเกาหลีเป็นจุดขาย

“บิ๊กฮิตประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่การสร้างศิลปินที่มีชื่อเสียง แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์ม Weverse ที่แม้ศิลปินจะไม่มีกิจกรรมโปรโมตใดๆ ก็ยังสามารถทำเงินได้ จนกลายเป็นแหล่งทำรายได้ที่มีผู้ใช้ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศ”

บังชีฮยอก
บังชีฮยอก ผู้ก่อตั้งค่าย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในปี 2020 ของค่ายบิ๊กฮิตไม่ได้มาแบบฟลุค ๆ แต่เป็นเพราะกลยุทธ์ดิจิทัลของ บังชีฮยอก ผู้ก่อตั้งค่าย และ ยุนซอกจุน ซีอีโอด้าน Global & Business ที่ดำเนินมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเปิดตัววง BTS บอยแบนด์ที่มีสมาชิกกว่า 7 คน ในปี 2013 ความที่ค่ายบิ๊กฮิตเป็นเพียงค่ายเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งในปี 2005 จึงไม่มีทั้งเงินทุนและคอนเน็กชั่นที่จะสู้กับ 3 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ อย่าง JYP, YG และ SM ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว ได้ พวกเขาจึงเลือกใช้พลังของโซเชียลมีเดียเป็นหลักในการโปรโมตศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นTwitter, Instagram และ Youtube รวมถึงการถ่ายทำวิดีโอคลิปสมาชิกวง BTS ทั้งเบื้องหลังการทำงานและชีวิตประจำวันต่าง ๆ แบบไม่มีสคริปต์ ทำให้แฟน ๆ รู้สึกเชื่อมโยงและเข้าถึงพวกเขาได้ จนจำนวนแฟนคลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พวกเขาจึงเห็นถึงพลังของแพลตฟอร์มออนไลน์ และนำมาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นแอพของตัวเอง ไม่ต้องไปพึ่งพื้นที่ของใคร เช่นเดียวกับที่ทางค่ายประสบความสำเร็จในการปั้นวง BTS โดยการสร้างจุดเด่นให้กับสมาชิกทั้ง 7 คน จนกลายเป็นวงที่โดดเด่นและแตกต่าง ผ่านภาพลักษณ์ที่ดูมั่นใจและเปี่ยมไปด้วยความสามารถที่หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถแต่งเพลงที่เข้าถึงจิตใจคนรุ่นใหม่ เมื่อบวกเข้ากับกลยุทธ์การใช้สื่อโซเชียลและดิจิทัลมีเดียในการทำการตลาด จึงทำให้วง BTS ก้าวไปสร้างปรากฏการณ์ในระดับโลกได้

ศิลปินวง BTS

แต่บิ๊กฮิตยังไม่หยุดแค่นี้ ช่วงปลายปี 2020 บิ๊กฮิตสร้างความร้อนแรงอีกครั้งด้วยการเปิดขายหุ้นให้กับสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) พร้อมประกาศแบ่งหุ้นให้ศิลปินวง BTS ทั้ง 7 คนด้วย ลำพังแค่เปิดขายวันแรก ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นเป็น 2 เท่า แฟนคลับแห่ลงทุนล้นหลาม จนทำให้มูลค่าตลาดของ บิ๊กฮิตสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ติดอันดับ 40 บริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ และส่งให้ชื่อของ Bang Si-Hyuk ประธานผู้ก่อตั้งค่ายบิ๊กฮิตกลายเป็นบุคคลร่ำรวยอันดับ 6 ของเกาหลี และในต้นปีนี้บิ๊กฮิตยังประกาศเข้าร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการบันเทิงอย่าง YG Entertainment โดยควักกระเป๋ากว่า 7 หมื่นล้านวอน (เกือบ 1,900 ล้านบาท) เข้าลงทุนใน YG Plus (บริษัทลูกของ YG Entertainment ที่ทำการจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของศิลปินไปทั่วโลก) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันในเชิงกลยุทธ์ในการทำแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายและผลิตคอนเทนต์เพื่อขยายฐานแฟนคลับของทั้งสองบริษัทออกไปอีก ดูเหมือนว่าปีที่เป็น
ฝันร้ายสำหรับใครหลายคน กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เติมพลังค่ายบิ๊กฮิตให้ฮ็อตไปอีก…เรียกว่าทั้งฮิตและฮ็อตสุด ๆ


ภาพ : newsis.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ส่องความรวยไม่ธรรมดาของ ไอดอลหนุ่มเกาหลีใต้ จิน วง BTS

เมื่อนักร้องเอเชียบุกศูนย์กลางวงการเพลงโลก BTS คว้า 2 รางวัลจาก Billboard

หาซื้อไม่ได้แล้ว! ถอดไอเท็มแบรนด์ดังของ ‘จองกุก’ ไอดอลหนุ่มฮ็อตจากวง BTS

Praew Recommend

keyboard_arrow_up