หรูอลังปังเว่อร์! 8 สุดยอดมงกุฎราชวงศ์ยุโรป กับเรื่องเล่าน่าทึ่งหลังมงกุฎองค์งาม

หรูอลังปังเว่อร์! 8 สุดยอดมงกุฎราชวงศ์ยุโรป กับเรื่องเล่าน่าทึ่งหลังมงกุฎองค์งาม
หรูอลังปังเว่อร์! 8 สุดยอดมงกุฎราชวงศ์ยุโรป กับเรื่องเล่าน่าทึ่งหลังมงกุฎองค์งาม

เล่ากันว่ามงกุฎของราชวงศ์ที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นนั้นล้วนประดับประดาด้วยอัญมณีเก่าแก่เลอค่า ซึ่งนอกจากจะมีมูลค่าที่สูงลิ่วจนประมาณมิได้แล้ว ยังมีแง่มุมทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่

แพรวดอทคอมขอนำท่านผู้อ่านเข้าสู่คลาสประวัติศาสตร์ราชวงศ์ยุโรป ผ่านเรื่องเล่าของมงกุฎ 8 องค์ จาก 7 ราชวงศ์ดังต่อไปนี้

Empress Josephine’s Cameo Tiara แห่งสวีเดน

มงกุฎมงกุฎองค์นี้จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสทรงสั่งทำขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นของขวัญแด่จักรพรรดินีโจเซฟิน พระมเหสีของพระองค์ในปี 1809 ต่อมาจักรพรรดินีโจเซฟินได้พระราชทานแก่เจ้าหญิงโจเซฟิน่า พระราชนัดดา ซึ่งภายหลังทรงอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารออสการ์แห่งสวีเดน (ต่อมาคือกษัตริย์ออสการ์ที่ 1 แห่งสวีเดน) ทำให้มงกุฎเป็นสมบัติของราชวงศ์สวีเดนนับแต่นั้นมา โดยผู้ครอบครองปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน และได้ประทานให้แก่พระราชินี

ตัวมงกุฎทำด้วยทองคำ ไข่มุก และหินที่ออกแบบเป็นรูปนูนสูงอยู่ด้านหน้าตรงกลาง โดยแกะเป็นรูปคิวปิด เทพแห่งความรัก และนางไซคี จากตำนานเทพปกรณัมกรีก ทำให้ดูสวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร

Mellerio Floral Tiara แห่งสเปน

มงกุฎปี 1879 กษัตริย์อัลฟองโซ่ที่ 12 แห่งสเปน ทรงสั่งทำมงกุฎองค์นี้เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสแก่สมเด็จพระราชินีนาถมาเรีย คริสติน่า พระมเหสีองค์ที่ 2 ของพระองค์ ภายหลังตกเป็นของบริษัทอัญมณีแห่งหนึ่ง และนายพลฟรังโกได้ซื้อกลับมาในนามของประชาชนชาวสเปน เพื่อถวายเป็นของขวัญแด่เจ้าหญิงโซเฟียแห่งกรีซและเดนมาร์ก เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าชายฮวน คาร์ลอสแห่งสเปน (อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส)

ตัวมงกุฎออกแบบเป็นลวดลายดอกไม้และเถาไม้เลื้อย ประดับด้วยเพชร ทองคำ และเงิน สามารถถอดก้านมงกุฎออกเพื่อใส่เป็นสร้อย หรือทำเป็นเข็มกลัดก็ได้

The Pearl Poire Tiara แห่งเดนมาร์ก

มงกุฎปี 1825 กษัตริย์เฟรเดอริค วิลเฮล์มที่ 3 แห่งปรัสเซีย ทรงสั่งทำมงกุฎองค์นี้ที่เบอร์ลิน เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญวันเสกสมรสแด่พระราชธิดาของพระองค์คือ เจ้าหญิงหลุยส์ ซึ่งเสกสมรสกับเจ้าชายเฟรเดอริคแห่งเนเธอร์แลนด์ ภายหลังตกเป็นสมบัติของพระธิดาองค์โตของพระองค์คือ สมเด็จพระราชินีหลุยส์แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ โชคร้ายที่พระองค์สิ้นพระชนม์หลังจากครอบครองมงกุฎได้ไม่นาน ผู้รับช่วงต่อมาคือพระธิดาของพระองค์ซึ่งมีพระนามว่าหลุยส์เช่นกัน และเจ้าหญิงหลุยส์องค์นี้ก็เสกสมรสกับกษัตริย์เฟรเดอริคที่ 13 แห่งเดนมาร์ก ต่อมาได้รับการประดับพระยศเป็นสมเด็จพระราชินีหลุยส์ และด้วยพระประสงค์ให้มงกุฎอยู่ในครอบครองของเดนมาร์กตลอดไป ก่อนสิ้นพระชนม์จึงได้พระราชทานมงกุฎให้อยู่ใน The Danish Royal Property Trust ทำให้มงกุฎมิได้เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ และจะถูกส่งต่อจากพระประมุขสู่พระประมุขรุ่นต่อไป โดยไม่มีการขายใดๆ มีแต่การส่งทอดต่อมายังสมเด็จพระราชินีอเล็กซองดรีน สมเด็จพระราชินีอินกริด และปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถมาเกรเธ่ ซึ่งพระองค์ทรงสวมมงกุฎนี้ในเวลาที่เสด็จออกงานพระราชพิธีสำคัญและเป็นทางการต่างๆ เสมอ

ตัวมงกุฎถูกออกแบบให้มีลวดลายเป็นเส้นโค้งประดับเพชร มีไข่มุกทรงหยดน้ำห้อยตรงส่วนโค้งทั้งหมด 18 เม็ด ดูงดงามเลอค่าหาใดเปรียบ

Danish Ruby Parure Tiara แห่งเดนมาร์ก

มงกุฎประวัติของมงกุฎองค์นี้เริ่มจากปี 1804 พระเจ้านโปเลียนโบนาปาร์ตทรงต้องการให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสของพระองค์เป็นพระราชพิธียิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จึงพระราชทานเงินให้บรรดาจอมพลไปหาซื้อเครื่องเพชรให้ภริยาสวมใส่ให้เหมาะสมกับพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ หนึ่งในบรรดาจอมพลเหล่านั้นคือ ฌอง แบ็บติสต์ เบอร์นาโด๊ต ได้ซื้อมงกุฎรูปทรงพวงมาลัยประดับเพชรและทับทิม พร้อมเครื่องเพชรเข้าชุดกันให้แก่ภรรยาที่ชื่อ เดสซีรี คลารี่ เพื่อสวมไปร่วมพระราชพิธี ซึ่งกาลต่อมาสามีภรรยาคู่นี้ได้กลายเป็นกษัตริย์คาร์ลที่ 14 โยฮัน และสมเด็จพระราชินีเดสซีเดอเรียแห่งสวีเดน กระทั่งปี 1896 สมเด็จพระราชินีนาถโจเซฟินแห่งสวีเดนได้พระราชทานมงกุฎองค์นี้เป็นของขวัญวันเสกสมรสแก่เจ้าหญิงหลุยส์แห่งสวีเดน กับมกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก(ต่อมาคือกษัตริย์เฟรเดอริคที่ 13) มงกุฎนี้จึงกลายเป็นสมบัติตกทอดในราชวงศ์เดนมาร์กมานับแต่นั้น โดยปัจจุบันเจ้าหญิงแมรี่แห่งเดนมาร์กทรงสวมออกงานเป็นประจำ

Ruby Olive Leaf Tiara แห่งกรีซ

มงกุฎดั้งเดิมมงกุฎองค์นี้เป็นของสมเด็จพระราชินีโอลก้าแห่งเฮลลีเนส ซึ่งพระองค์ได้รับพระราชทานมาจากพระสวามีของพระองค์ คือ กษัตริย์จอร์จที่ 1 แห่งเฮลลีเนส ตัวมงกุฎมีลวดลายเป็นเถาโอลีฟ ประดับด้วยทับทิมสีแดงเลือดนกพิราบ และใบไม้ประดับด้วยเพชร ปัจจุบันตกทอดมาถึงเจ้าหญิงแอน-มารีแห่งเดนมาร์ก เมื่อพระองค์ทรงเสกสมรสกับเจ้าชายเฟรเดอริกาแห่งกรีซ (ปัจจุบันคือ กษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ) โดยสมเด็จพระราชินีแอน-มารี จะทรงสวมมงกุฎองค์นี้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ เสมอ

Emerald Parure Tiara แห่งกรีซ

มงกุฎประวัติของมงกุฎมรกตองค์นี้เริ่มต้นในปี 1867 เมื่อแกรนด์ดัสเชสโอลก้า คอนสแตนตินอฟน่าแห่งรัสเซีย เสด็จมายังกรีซเพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับกษัตริย์จอร์จที่ 1 พระองค์ได้นำมรกตที่เจียระไนแบบหลังเบี้ย และมีหลากหลายขนาดติดตัวมาด้วย 1 ชุด และทรงสวมมรกตชุดนี้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ทำเป็นสร้อยพระศอ เข็มกลัด หรือติดไว้ที่เครื่องประดับพระเศียร จนกระทั่งมรกตชุดนี้ตกทอดมาถึงสมเด็จพระราชินีนาถเฟรเดอริก้า พระมเหสีในกษัตริย์พาฟลอส ซึ่งทรงส่งให้ช่างนำไปทำเป็นมงกุฎ จนกลายเป็นที่เลื่องลือมากถึงความงดงามอลังการของมรกตแต่ละเม็ดที่ประดับอยู่ ซึ่งสมเด็จพระราชินีแอน-มารีแห่งกรีซคือผู้ทรงครอบครองมงกุฎองค์นี้ในปัจจุบัน

Diamond and Pearl Tiara by Musy แห่งอิตาลี

มงกุฎมีเรื่องเล่าต่อๆ กันในราชวงศ์อิตาลีว่า สมเด็จพระราชินีมาร์เกอริต้าคือพระราชินีที่ทรงหลงใหลไข่มุกอย่างมากจนถูกขนานนามว่า ราชินีแห่งไข่มุก ข้อมูลนี้มีหลักฐานยืนยันเป็นมงกุฎองค์งามที่มีลวดลายเป็นเถาไม้เลื้อยประดับเพชร และมีไข่มุกเม็ดใหญ่ประดับโดยรอบ ซึ่งสมเด็จพระราชินีมาร์เกอริต้าทรงมอบหมายให้ Musy จัดทำขึ้นมาในปี 1904  เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระราชนัดดาคือ เจ้าชายอัมเบอร์โต พระโอรสในสมเด็จพระราชินีเอเลน่ากับกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 3 แห่งอิตาลี พระโอรสของพระองค์ปัจจุบันผู้ครอบครองมงกุฎนี้คือ มารีน่า มกุฎราชกุมารีแห่งอิตาลี เจ้าหญิงแห่งเนเปิ้ลส์

The Dutch Sapphire Tiara แห่งเนเธอร์แลนด์

มงกุฎปี 1881 กษัตริย์วิลเล็มที่ 3 แห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงสั่งทำมงกุฎองค์นี้เพื่อพระราชทานแก่สมเด็จพระราชินีเอ็มม่า พระมเหสีของพระองค์ จัดเป็นมงกุฎที่หรูหราอลังการมากเพราะทำด้วยแพลตตินั่ม ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน 33 เม็ด และเพชรอีก 655 เม็ด โดยถูกออกแบบให้คล้ายคลึงกับโบสถ์ที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่หน้าต่างบุกระจกสีสันสดใส

คุณๆ ล่ะคะ ชอบดีไซน์ของมงกุฎองค์ไหน หรือชอบเรื่องเล่าหลังมงกุฎเรื่องใด บอกความคิดเห็นกันเข้ามาได้เลยนะ

 

ที่มาเรื่อง : คอลัมน์ Royal Update โดย ‘ชนาฉัตร’ นิตยสารแพรว ฉ.865
ภาพ : Getty Images

keyboard_arrow_up