แบมแบม GOT7

เด็กติดเกมในวันนั้น สู่ซุป’ตาร์ในวันนี้ “แบมแบม GOT7” สู้และอดทนเพื่อครอบครัว

แบมแบม GOT7
แบมแบม GOT7

ดีกรีความฮ็อตของวง GOT7 บอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ที่เกิดเป็นกระแสไปทั่วโลก ทำให้ชื่อของ “แบมแบม GOT7” หรือ “กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” ศิลปินไทยหนึ่งเดียวในวง เป็นที่จับตามองและได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ ในหลายประเทศอย่างน่าชื่นใจและภาคภูมิ บนเส้นทางตามความฝันนั้น

แบมแบมมี “คุณแม่จุ๋ม-กชกร ภูวกุล” คอยผลักดันและสนับสนุนตั้งแต่จุดเริ่มต้นนับหนึ่ง ผ่านวันคืนที่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก กว่าจะก้าวขึ้นเป็นศิลปินคุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ จนก้าวสู่เวที Superstar

แบมแบม GOT7
คุณแม่จุ๋ม-กชกร ภูวกุล

จากเด็กติดเกม…สู่ศิลปิน

คุณแม่ย้อนอดีตให้ แพรว ฟัง “ต้องบอกว่าเมื่อก่อนแม่ไม่ค่อยปลื้มหรอกที่แบมเป็นเด็กติดเกม ตื่นเช้ามาต้องเปิดคอมพิวเตอร์ก่อนเป็นอันดับแรก จนตอนหลังค่อยดีขึ้น กลายเป็นเขาเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อดูยูทูบแล้วเต้นตาม ซึ่งตั้งแต่ที่แม่เห็นเรน (นักร้องชาวเกาหลี) แม่ชอบที่เขาทั้งร้องและเต้นเก่ง เพราะแม่ก็เป็นเด็กนาฏศิลปมาก่อน (ยิ้ม) จึงถามแบมว่าอยากลองเรียนเต้นไหม แล้วติดต่อครูผี ไฮแจ็ค (พีรพันธุ์ กุมารสิทธิ์) แต่ตอนนั้นครูไม่รับ เพราะเขายังเด็กเกินไป กลัวจะรับท่าเต้นไม่ไหว แม่จึงไปขอให้พวกพี่ๆ แถวบ้านที่เต้นได้ช่วยสอนให้น้องหลังเลิกเรียน ฝึกอยู่ประมาณหนึ่งเดือน แม่พาเขากลับไปหาครูผีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ครูบอกว่าลองดูก็ได้

“แบมเรียนรู้ค่อนข้างเร็ว แม่ว่าเป็นพรสวรรค์นะ เขาเต้นได้เร็วมาก นอกจากนั้นยังแกะท่าเต้นจากคลิปในยูทูบแล้ว ฝึกเองทุกวัน บวกกับเริ่มเข้าประกวดเวทีต่างๆ ทำให้พัฒนาการเพิ่มขึ้นเร็ว จากเดิมที่แบมฝึกแกะท่าเต้นในสไตล์ฮิปฮ็อป เปลี่ยนเป็นแบบสปอร์ตแดนซ์ที่ต้องเต้นให้พร้อมเพรียงกับเพื่อนในทีม จึงเป็นอะไรที่ใหม่และค่อนข้างยาก เขาต้องไปซ้อมหลังเรียนตั้งแต่ 1 ทุ่มจนถึงประมาณ 5 ทุ่มทุกวัน เพราะมีน้องๆ ในทีมอยู่ชลบุรี ต้องนั่งรถมากรุงเทพฯหลังเลิกเรียน ฝึกอยู่ประมาณ 2-3 เดือน ก็เริ่มลงแข่ง ซึ่งระหว่างนั้นถ้ามีเวลาว่าง เขาก็ยังฝึกเต้นตามยูทูบด้วย จากที่ดูเรนก็มาเป็นจี-ดราก้อน (วง Big Bang) บ้าง

แบมแบม GOT7

“เส้นทางการเป็นศิลปินไม่ง่ายเลยค่ะ เริ่มจากทาง JYP เห็นแบมจากผลงานครั้งแรกจากเวที Rain Cover Dance in Thailand ปี 2550 ที่แบมชนะเลิศอันดับ 1 จากนั้นก็ประกวดเวที LG Entertainer in Thailand ได้อันดับที่ 2 ซึ่งมีทีมของ JYP มาดูด้วยแล้วสนใจ คงเพราะอินเนอร์และตัวตนของแบมที่กล้าแสดงออก เต้นเก่ง มีความมั่นใจ เขาคงรู้สึกว่าอายุแค่นี้ แต่ขึ้นเวทีใหญ่แข่งกับหลายๆ คนได้แบบไม่กลัวเลย ซึ่งตอนนั้นแบมเพิ่ง 9 ขวบกว่า ยังเด็กมาก แม่เป็นห่วง จึงยังไม่อยากให้ไปฝึกที่เกาหลี

“ความที่แบมพูดได้แค่ภาษาไทย อังกฤษไม่ได้ เกาหลีก็ไม่ได้ ทาง JYP จึงส่งครูมาสอนภาษาเกาหลีให้สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งตอนแรกแม่ขอว่าอยากให้เขาเรียนจบ ม.3 ก่อนแล้วค่อยไป แต่หลังจากฝึกภาษาผ่านไปหนึ่งปี ทาง JYP บอกว่าฝึกแบบนี้ไม่ต่อเนื่อง ไม่ได้ผล ให้บินไปเลยดีกว่า จึงต้องเริ่มไปฝึกจริงจังที่เกาหลีตั้งแต่ ม.1

“ช่วงแรกแบมเต้นได้อย่างเดียว ร้องไม่ได้เลย ซึ่งตอนนั้นฐานะที่บ้านเราก็ไม่ค่อยดี แม่ไม่สามารถส่งให้ลูกเรียนร้องเพลงได้ จึงได้เรียนกับคุณครูแค่ประมาณ 10 ชั่วโมง พอให้เป็นพื้นฐานก่อนไป แต่ทาง JYP บอกว่าไม่ต้องห่วง เรื่องทักษะต่างๆ เขา สามารถสอนให้ได้ รวมถึงบุคลิกภาพก็สามารถปรับปรุงพัฒนากันได้ แต่อินเนอร์หรือตัวตนของเด็กต่างหากที่เขาสนใจ และเป็นเรื่องที่สอนกันไม่ได้”

แบมแบม GOT7

ชีวิตศิลปินฝึกหัด

“ตอนที่แบมไปเป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย JYP ช่วงแรกมีช่วงพักให้กลับเมืองไทยได้ปีละครั้ง ประมาณ 5 วันที่เขาได้พักจริงๆ ได้สนุกกับเพื่อนๆ อยู่กับครอบครัว นอกนั้นชีวิตคือการซ้อม แบมเข้าออฟฟิศตั้งแต่ 8 โมงเช้า โดยตารางในหนึ่งวันจะมีทั้งร้องเพลง 2 ชั่วโมง เต้น 2 ชั่วโมง เรียนภาษาเกาหลี จีน ญี่ปุ่น อย่างละ 1 ชั่วโมง แต่เน้นที่ภาษาเกาหลีเป็นหลัก มีการสอบวัดผลอยู่เรื่อยๆ เป็นแบบนี้ทุกวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ได้หยุดวันอาทิตย์ 1 วัน แต่ถ้าใครอยากเข้ามาซ้อมก็ได้นะคะ ซึ่งส่วนใหญ่แบมเลือกไปซ้อม ความที่เขาต้องพัฒนาตัวเองให้ทันคนอื่น เพราะส่วนใหญ่เป็นพี่ๆ ที่โตกว่าร้องเก่ง เต้นเก่งกันทุกคน ฉะนั้นทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา ถ้าอยากเก่งก็ต้องซ้อมให้มาก

“นอกจากซ้อมยังมีการสอบทุกเดือน บวกกับมีโชว์เคสใหญ่ภายในค่าย โดยให้เด็กๆ ขึ้นโชว์บนเวทีเพื่อแสดงความสามารถและดูพัฒนาการ สมมุติว่าเดือนนี้คุณสอบได้ที่ 3 เดือนหน้าคุณต้องทำให้ดีขึ้น เพราะถ้าได้ที่ 3 เหมือนเดิม แสดงว่าคุณไม่พัฒนานะ ส่วนใครไม่ผ่านเกณฑ์ก็ต้องโดนคัดออก ซึ่งแม่ไม่แน่ใจเกณฑ์การตัดสินของเขา รู้แค่ว่าค่อนข้างสตริกต์มาก

แบมแบม GOT7

“ช่วงแรกแบมก็มีบอกแม่เหมือนกันว่าซ้อมเสร็จแล้ว เมื่อยมาก คือต้องยอมรับว่าเขารักการเต้นมาก แม่เห็นเขาซ้อมหนักๆ มาตลอด แม่รู้ว่าเขาสามารถซ้อมต่อได้แม้จะเหนื่อยขนาดไหน ส่วนร้องเพลงเป็นคลาสที่ยากที่สุดของเขา เพราะช่วงแรกเขายังไม่ถนัด การไปเรียนร้องเหมือนเป็นการนับหนึ่งใหม่ ต้องฝึกออกเสียงอะไรต่างๆ นานา แต่พอถึงเวลาจริง แม่คิดว่าด้วยความที่เขาเห็นเพื่อนๆ ในห้องร้องได้ ก็ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน เพราะถ้าทำไม่ได้โดนส่งกลับแน่ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น คุณต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกเดือน ไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ เป็นความกดดันที่เขาต้องเจออยู่ตลอด รวมไปถึงการดูแลรูปร่างด้วย ช่วงแรกเขาไม่ได้ซีเรียสมาก แต่ พอช่วงใกล้เดบิวต์ เริ่มมีการวางคาแร็คเตอร์ของแต่ละคน จึงต้องมีการดูแลเรื่องรูปร่างและบุคลิกภาพด้วย ซึ่งตอนเด็กๆ แบมตัวเล็ก ผอม ทางค่ายก็กังวล กลัวว่าจะไม่สูง จึงจัดอาหารเสริมให้ ซึ่งเขาจะดูจากผลการเอกซเรย์กระดูกที่มือเพื่อวิเคราะห์ว่าต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง โดยมีโปรแกรมเฉพาะของแต่ละคนว่าเดือนนี้ต้องเพิ่มอะไร แล้วจัดอาหารเสริมรวมเป็นซองมาให้เลย อย่างของแบมก็พิเศษหน่อย มีให้ไปเรียนบาสเกตบอล ว่ายน้ำ

“นอกจากที่แม่เล่ามา เขายังต้องพยายามในเรื่องอื่นด้วย อย่างช่วงที่ไปฝึกเขามีวง 2PM เป็นไอดอล เขาอยากให้พี่ๆ จำเขา ได้ ทุกวันพอซ้อมเสร็จก็จะไปยืนอยู่ที่ตู้กดน้ำ คอยกดน้ำให้พี่ๆ หลังซ้อมเสร็จเพื่อให้พี่ๆ จำหน้าได้ จากนั้นพอมีอะไรก็จะได้ปรึกษาได้ ซึ่งโชคดีที่มีพี่คุณ (นิชคุณ หรเวชกุล สมาชิกวง 2PM) คอยสอนอะไรให้หลายอย่าง ทั้งการทำงาน วิธีการวางตัว”

แบมแบม GOT7
แบบแบม และครอบครัว

คนไทยหนึ่งเดียวใน GOT7

“แบมฝึกอยู่แบบนี้ 3 ปีกว่า จนได้เดบิวต์เป็นหนึ่งใน ศิลปินวง GOT7 ผ่านอะไรมามากมาย ทั้งช่วงที่เหนื่อย ท้อ ต้องฝึกซ้อมซ้ำๆ ทุกวัน บางช่วงเขาก็ไม่เข้าใจนะว่าต้องทำอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่จะได้เดบิวต์ ต้องรออีกกี่ปี เขาเคยโทร.มาร้องไห้กับแม่ แม่ก็บอกว่าถ้าลูกไม่ไหวจริงๆ ก็กลับมา แต่เขาก็อดทน เพราะคงรู้สึกว่าถ้าเขาทำสำเร็จ คงช่วยให้ฐานะของครอบครัวดีขึ้นได้

“แบมมีความพยายามมากๆ เขามุ่งมั่นว่าต้องพัฒนา ตัวเองให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างเรื่องร้องเพลง ที่ผ่านมาเขาจะแร็พ แต่ตอนนี้พยายามฝึกแบบอื่นด้วย ปีนี้กำลังฝึกแต่งเพลง เพื่อจะให้มีเพลงตัวเองในอัลบั้ม ซึ่งทางค่ายก็เปิดโอกาสให้เด็กแต่งเพลงไปเสนอได้ แล้วก็พยายามในเรื่องการเอนเตอร์เทนให้ดีขึ้น พยายามฝึกในเรื่องของภาษาเกาหลีให้เก่งขึ้น เขาอยากพัฒนาตัวเองในทุกด้าน รวมถึงเรื่องการแต่งตัว บุคลิกภาพ

แบมแบม GOT7

“ตอนที่แบมเป็นศิลปินฝึกหัดถือเป็นช่วงที่หนักแล้ว แต่พอเป็นศิลปินแล้วหนักกว่าเดิมอีก เพราะงานก็ต้องทำ และยังคงต้องซ้อมอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอด อย่างที่ผ่านมามีทั้งทัวร์ประเทศญี่ปุ่น งานประกาศรางวัล Mnet Asian Music Awards งานคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ซึ่งแต่ละงานไม่เหมือนกันเลย ต้องซ้อม 4 งานภายใน 2 วัน ซึ่งถ้าช่วงไหนงานแน่น เขาจะโทร.บอกแม่ตลอดว่าช่วงนี้อาจจะไม่ได้โทร.หาหม่าม้านะ เพราะต้องซ้อม

“แม่ภูมิใจในตัวเขามาก ความน่ารักของเขาอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าเขาเป็นอย่างไร นิสัยเขาก็ยังเหมือนเดิม พูดจาเหมือนเดิม ยังช่วยเหลือแบ่งปันครอบครัวเหมือนเดิม และเขาให้ความสำคัญกับแฟนคลับมาก อาจจะเพราะว่าเคยเป็นแฟนคลับมาก่อน เข้าใจว่าการยืนรอศิลปินที่ตัวเองชอบรู้สึกอย่างไร อย่างเวลาไปสนามบิน มีแฟนๆ ไปรอเขาเป็นชั่วโมง ทั้งที่อาจจะได้เห็นแว่บเดียว แค่นาที สองนาที ฉะนั้นเขาจะทำตัวให้ดูดี เพื่อที่ให้แฟนๆ เห็นแล้วดีใจ แบมไม่ได้คิดว่าเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ เขาคิดแค่ว่ามีแฟนคลับที่คอยสนับสนุนอยู่ ฉะนั้นเขาต้องทำให้แฟนๆ ของเขาภูมิใจ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 945

ภาพ : @bambam1a

Praew Recommend

keyboard_arrow_up