4 มหาเศรษฐีพันล้าน ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ไม่สโลว์ไลฟ์ ว่าแต่คนไหนล้างจานเก่ง?

กว่าจะรวยก็ว่ายากแล้ว กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็น มหาเศรษฐีพันล้าน ยิ่งยากกว่า แต่ไม่ใช่กับพวกเขาเหล่านี้ ที่ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาสักหน่อย ทว่าก็ไม่ยากเกินความสามารถ

ใครๆ ก็อยากรวยเป็นเศรษฐี ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่ และเมื่อไหร่ คำถามนี้คงไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวคุณเอง แต่สำหรับมหาเศรษฐีทั้ง 4 คนนี้ ซึ่งไต่เต้าจนกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้าน (ร้อยล้านเหรียญสหรัฐนะคะคุณ) ก่อนจะทะยานขึ้นสู่หลักพันล้าน จนตอนนี้พวกเขาติดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดในโลกไปแล้วเรียบร้อย

เส้นทางกว่าจะก้าวขึ้นไปเป็นเศรษฐีพันล้าน แน่นอนว่าพวกเขาต้องใช้เวลาและฟันฝ่าอุปสรรคร้อยแปดพันเก้ามาไม่น้อย บางคนใช้เวลามากสุดถึง 25 ปี และน้อยสุดคือ 2 ปี (อ่านไม่ผิด 2 ปีจริงๆ)

ทั้ง 4 มหาเศรษฐีพันล้าน นี้คือใคร และพวกเขามีแง่คิดในการใช้ชีวิตอย่างไร รวมถึงใช้เวลาเท่าไหร่ กว่าจะกลายเป็นเศรษฐีพันล้าน ที่นี่มีคำตอบให้คุณ

Warren Buffet (วอร์เรน บัฟเฟตต์)

มหาเศรษฐีพันล้าน
@_warrenbuffett

คุณปู่วอร์เรน วัย 87 ปี นักลงทุนที่เคยติดอันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกในปี 2008 ซึ่งทรัพย์สินที่เขาได้มานั้นมาจากการลงทุนทั้งหมด หลายคนคงรู้กันว่าพื้นเพของคุณปู่มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้ลำบาก หรือยากจนเท่าใดนัก แต่คุณปู่ก็ขยันหารายได้ตั้งแต่เด็ก เช่น ขายโพยแข่งม้า ปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน ร่วมหุ้นกับเพื่อนซื้อตู้พินบอลมาตั้งไว้ที่ร้านทำผม เมื่อได้เงินมาก็นำมาหารคนละครึ่ง

และที่เรานับถือและประทับใจมากๆ คือ คุณปู่วอร์เรนเลือกที่จะปฎิเสธไม่รับมรดก และสร้างฐานะด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองล้วนๆ

มหาเศรษฐีพันล้าน
@_warrenbuffett

ปัจจุบัน วอร์เรน บัฟเฟต์นั่งแท่นเป็น CEO บริษัท Berkshire Hathaway มีทรัพย์สินสุทธิมูลค่า 81.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดอันดับ 3 เศรษฐีพันล้านของโลก แต่ถึงแม้คุณปู่จะรวยล้นฟ้าขนาดนี้ ฮีกลับใช้ชีวิตสมถะสุดๆ  ปู่ไม่เคยจ่ายค่าอาหารเช้ามากกว่า $3.17 (104.61 บาท) โดยทุกๆ ครั้งที่ปู่ตื่นเช้าไปทำงาน เขามักจะเซ็ตเวลาห้านาที เพื่อแวะเข้าไปซื้ออาหารเช้าร้านโปรด แมคโดนัลด์ โดยจะเลือกซื้อเพียง 1 ชุดจาก 3 เมนูนี้เท่านั้น คือ เมนูไส้กรอก 2 ชิ้น ราคา $2.61  เมนูไส้กรอก ไข่และชีส ราคา $2.95 หรือเมนูเบคอน ไข่ และชีส ราคา $3.17 ซึ่งถือเป็นเมนูที่แพงที่สุด

มหาเศรษฐีพันล้าน

ถึงจะอายุมากขนาดนี้ แต่ปู่กลับชอบดื่มโค้กเป็นประจำทุกวัน ก็แหงล่ะ ปู่เป็นหุ้นส่วนบริษัท Coca-Cola จะให้ไปดื่มยี่ห้ออื่นก็ดูไม่มีลอยัลตี้สิ แบบนี้เขาเรียกว่าเงินทองไม่ไหลไปไหนของจริง ส่วนเรื่องสุขภาพไม่ต้องห่วง ปู่เช็คเป็นประจำ ยังเดินเหินคล่องตัวแม้อายุจะใกล้แตะเลข 9 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ตาม

หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ใครมีเงินน้อยก็ซื้อหลังเล็กหน่อย มีเงินมากขึ้นมาก็ซื้อหลังใหญ่ขึ้น แต่สำหรับปู่ บ้านขนาด 5 ห้องนอนใน Central Omaha ที่เขาซื้อตั้งแต่ปี 1958  ผ่านมา 60 ปี ปู่วอร์เรนก็ยังอาศัยอยู่หลังเดิม จนมูลค่าบ้านทะยานจาก $31,500 (1,039,500 บาท) ไปเชิดหน้าอยู่ที่ $260,000 (8,580,000 บาท) ณ ปัจจุบัน

ถ้าหากคุณอยากเป็นเพื่อนบ้านกับปู่แกล่ะก็ ถนนฝั่งตรงข้ามบ้านปู่ก็มีโครงการบ้านประกาศขายอยู่นะ ราคาเพียง $2.15 ล้านเหรียญสหรัฐ (70,950,000 บาท) เท่านั้น!!

มาเข้าเรื่องเวลาที่ปู่วอร์เรนใช้อัพสเตตัสจากเศรษฐีเงินล้านไปเป็นเศรษฐีระดับพันล้าน อืมม… ปู่แกใช้เวลาไม่น้อยเลยล่ะ ยี่สิบห้าปีเต็มๆ จากเศรษฐีร้อยล้านเมื่ออายุ 30 ปู่ไต่เต้าขึ้นไปเป็นเศรษฐีพันล้านเอาตอนอายุ 55 ไม่ต้องเบ้หน้าว่าก็ไม่เจ๋งเท่าไหร่  เมื่อเทียบกับเครดิตที่โลกยกย่องให้ปู่เป็นนักลงทุนที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลกคนหนึ่ง  ว้าวเนอะ…

Jack Ma (แจ็ค หม่า)

มหาเศรษฐีพันล้าน

คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ประวัติความเป็นมาของแจ็ค หม่านั้น บอกเลยว่ากว่าที่เขาจะก้าวเข้ามาเป็นเศรษฐีพันล้านไม่มีคำว่า “ง่าย” อยู่ในพจนานุกรมเล้ย

แจ็ค หม่า หรือชื่อในใบแจ้งเกิดว่า “หม่า หยุน” เด็กชายตัวเล็กแกร็นที่มาจากบ้านที่มีฐานะไม่ได้ดีมากนัก แถมตอนเด็กยังเรียนหนังสือไม่เก่ง เคยซ้ำชั้นอนุบาลถึง 7 ปี ทว่าเด็กชายหม่า หยุน ก็ไม่ได้ใช้เวลาในโรงเรียนไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะถึงแม้จะเรียนไม่เก่งแต่เขาก็ชื่นชอบภาษาอังกฤษมาก ถึงขั้นปั่นจักรยานไปโรงแรมในตัวเมืองทุกวัน เพื่อพูดคุยภาษาอังกฤษและเสนอตัวเเป็นไกด์ให้กับนักท่องเที่ยว

และชื่อ “แจ็ค” ก็มาจากนักท่องเที่ยวนั่นแหละเป็นคนตั้งให้ เพื่อง่ายต่อการเรียก เขาใช้เวลาเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยวิธีนี้ถึงเก้าปีจนเชี่ยวชาญการพูดภาษาอังกฤษ ถึงตรงนี้มีลูกไล่ลูก มีหลานไล่หลานเลยค่ะ ให้เอาอย่างแจ็ค หม่า เดี๋ยวนี้

Crocodile in the Yangtze

แต่ถึงจะคล่องปรื๊ดภาษาอังกฤษยังไง เขาก็ยังสอบตกอยู่ดี เพราะวิชาคณิตศาสตร์ที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงหนักมาก จุดด้อยวิชาคณิตนี่แหละที่ทำให้เขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึงสองครั้ง สุดท้ายแจ็คก็สอบเข้าวิทยาลัยครูหางโจวได้สำเร็จ ซึ่งถ้าดูจากการไม่ย่อท้อในเรื่องการเรียน คุณคงพอจะมองเห็นคุณสมบัติเด่นที่อยู่ในตัวชายคนนี้แล้วใช่ไหมว่า เขาต้องเป็นคนมีความพยายามมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการเรียนไม่ได้ทำให้เขาท้อ หรือหมดหวังกับชีวิตเลยสักนิด

มหาเศรษฐีพันล้าน
Steven Shi

เรื่องราวกว่าจะก้าวขึ้นมากุมอาณาจักร Alibaba แพรวเชื่อว่าแฟนๆ นักอ่านคงผ่านหูผ่านตาการต่อสู้ของเขามาเยอะแล้ว เลยจะข้ามไปโฟกัสที่เรื่องอุปนิสัย อาจจะเพราะแจ็ค หม่า ไม่ได้มีสายเลือดบลูบลัดมาแต่ไหน ทำให้ถึงจะเป็นมหาเศรษฐีแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่ถือเนื้อถือตัว ยังคงมาร่วมสังสรรค์กับพนักงาน แถมยังมีอารมณ์ขัน คืนความสุขให้กับพนักงานในบริษัทเขาด้วย

บ่อยครั้งที่แจ็คจะปรากฏตัวในชุดเลียนแบบศิลปินก้องโลก ทั้งเต้นมูนวอล์คแบบ ไมเคิล แจ็คสัน หรือแต่งตัวสไตล์พังค์ แต่งหน้าทำผมจัดเต็ม ขึ้นเวทีร้องเพลงต่อหน้าพนักงานกว่า 20,000 คน ในงานอีเว้นท์ของบริษัท หากเป็นคุณจะกล้าทำแบบนี้ไหม?

Associated Press

ที่สำคัญคือถึงจะเป็นนักธุรกิจ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะทำตามฝัน สิ่งที่แจ็คชอบที่สุดคือการอ่านและเขียนนิยายเกี่ยวกับกังฟู เขาเคยสร้างภาพยนตร์แนวบู๊เรื่อง Gong Shou Dao และยังร่วมแสดงเรื่องนี้อีกด้วย นอกจากนี้ยังชอบเล่นไพ่โป๊กเกอร์ นั่งสมาธิ รวมถึงฝึกวิชามวยไท่เก๊กอีกด้วย

ปัจจุบันแจ็ค หม่า ถูกจัดอันดับให้เป็นเศรษฐีพันล้าน อันดับที่ 20 ของโลก โดยเขาใช้เวลาถึง 10 ปี จากอายุ 35 ที่เป็นเศรษฐีร้อยล้านก้าวไปเป็นเศรษฐีพันล้านเมื่ออายุ 45 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 40.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

Bill Gates (บิลล์ เกตส์)

มหาเศรษฐีพันล้าน
@thisisbillgates

บิลล์ เกตส์ หรือ วิลเลียม เฮนรี เกตส์ อายุ 62 ปี  ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ มหาเศรษฐีพันล้านอันดับสองของโลก ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่มีดราม่าอะไรเพราะครอบครัวมีฐานะค่อนข้างดี เขาเรียนโรงเรียนเลคไซด์ ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในเมืองซีแอทเทิล และที่นี่เองที่เขาได้ฝึกฝนทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

มหาเศรษฐีพันล้าน
@thisisbillgates

เป็นเพราะความอยากรู้ อยากเห็น หรือเพราะอยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ใช้อยู่ ทำให้เขาชวนเพื่อนสนิท พอล อัลเลน แอบเข้าไปในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน แต่ดันถูกจับได้ ซึ่งนับว่าคุ้มค่าเพราะทั้งคู่ได้เจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เด็กๆ ได้มีคอมพิวเตอร์ใช้ฟรี

ต่อมาเกตส์ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ต้องออกกลางคันเพื่อไปทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ คือการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยในระหว่างที่เขาเรียนอยู่ที่ฮาร์วาร์ด เขาได้รู้จักกับ สตีฟ บาลเมอร์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ทั้งเกตส์และเพื่อนได้ร่วมกันเขียนและพัฒนาโปรแกรมเรื่อยมา จนปัจจุบันไมโครซอฟท์ เป็นโปรแกรมที่คนทั้งโลกใช้เป็นส่วนใหญ่

ถึงแม้เกตส์จะรวยระดับพันล้านติดอันดับสองของโลก แต่ชีวิตของเขากลับเรียบง่ายสมถะ ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราแต่อย่างใด อีกทั้งเขายังปลูกฝังวิธีคิดและแนวทางการใช้ชีวิตให้กับลูกๆ ของเขาด้วย โดยเขาบอกกับลูกๆ ว่า “ต้องทำงานถึงได้เงิน”

มหาเศรษฐีพันล้าน
@thisisbillgates

คุณสมบัติเด่นของเกตส์ที่แพรวอยากบอกให้คุณรู้คือเขาเป็นคนไม่ปิดกั้น เพราะถึงจะเป็นเจ้าของและเป็นคนพัฒนาระบบไมโครซอฟท์ขึ้นมาเอง แต่ก็สามารถซื้อซอฟท์แวร์ของคู่แข่งมาทดลองใช้ได้ แถมมีมรรยาทพอที่จะไม่ออกมาวิจารณ์อะไรด้วย อย่างช่วงที่ iPhone รุ่น 5s แม้จะมีข่าวประโคมจน Apple เกร็งตัวว่าเจ้าพ่อซอฟท์แวร์จะพูดอะไร แต่ก็ไม่มีใครได้ยินอะไรสักแอะ นอกจากข่าวเม้าท์ว่าเกตส์ “เพลิน” ไม่น้อยกับเกมส์ Candy Crush (จุ๊ๆ อย่าพูดดังไป เดี๋ยวลุงเกตส์เขาเขิล)

ไม่รู้ว่าเส้นทางสู่เศรษฐีระดับพันล้านต้องมีหน้าที่ล้างจานหลังอาหารเย็นทุกครั้งหรือเปล่า? แต่สำหรับ บิลล์ เกตส์ เศรษฐีพันล้านอันดับสองของโลก เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรักการล้างจานหลังทานอาหารเย็นทุกครั้ง และยังชื่นชอบวิธีการล้างจานของตัวเองด้วย ถึงแม้ว่าจะมีคนมาคอยอาสาล้างให้ก็ตาม”

นี่แหละน้อ อาจจะเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งสู่เส้นทางการเป็นเศรษฐีพันล้านก็เป็นได้ เพราะนอกจากเกตส์แล้ว เศรษฐีพันล้านอันดับหนึ่งของโลกอย่าง เจฟฟ์ บาซอส ก็ยังล้างจานเองทุกเย็น!

มหาเศรษฐีพันล้าน
@thisisbillgates

มาถึงประเด็นสำคัญ เกตส์เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้เวลาก้าวจากเศรษฐีร้อยล้านไปสู่ระดับพันล้านได้อย่างน่าทึ่งมากๆ นั่นคือเขาใช้เวลาเพียง 5 ปี เท่านั้น นั่นหมายความว่าอายุ 26 มีเงินร้อยล้าน พออายุ 31 ก็มีพันล้าน เฮ้อ… ขอถอนหายใจด้วยความชื่นชมแพร้บ

Mark Zuckerberg (มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก)

มหาเศรษฐีพันล้าน
@zuck

สำหรับคนสุดท้ายที่อยู่ในลิสต์ของเราคือ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ชายหนุ่มวัย 34 ปี มหาเศรษฐีพันล้านอันดับที่ 5 ของโลก และยังเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่ติดอันดับเท่าที่เคยมีมา กระแสที่ผ่านมาของมาร์คในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างเป็นไปในทางลบ เพราะล่าสุดที่เขาขึ้นศาลอเมริกา เนื่องจากทำข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลถึง 50 ล้านแอคเคาท์ ก็ทำเอาหลายคนในประเทศอเมริกาเลิกใช้เฟซบุ๊กไปโข

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ใหญ่โตสำหรับเขามากนัก ถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาสร้างมันมา มาร์คก่อตั้งเฟซบุ๊กจากการที่เขาอยากทำหนังสือรุ่นออนไลน์ในขณะที่เขากำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่อนุมัติ เพราะไม่มีนโยบายให้นักศึกษาเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้

เขาจึงทำภารกิจลับๆ ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้อง แต่ใจเรียกร้อง ร่างกายเลยต้องทำ เขาปฏิบัติการแฮ็กเข้าไปในระบบของมหาวิทยาลัย ดึงข้อมูลพร้อมรูปภาพของนักศึกษาคนอื่นๆ มาไว้ที่เว็บไซต์ Facemash แถมยังชวนให้นักศึกษามาร่วมเล่นเกมส์ Hot or Not โดยให้โหวตภาพที่ชื่นชอบ ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำจะได้รับการตอบรับที่ดีด้วย แต่นั่นกลับทำให้เขาโดนมหาวิทยาลัยลงโทษด้วยการห้ามใช้อินเทอร์เน็ต

@zuck
@zuck

เส้นทางคนรวย คนจริง ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคฉันใด มาร์คก็เป็นเฉกนั้น การถูกห้ามใช้อินเทอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิก เขาและเพื่อนสนิท “ดัสติน มาสโควิตซ์” ได้ร่วมกันเขียนและพัฒนาจนก่อตั้งเฟซบุ๊กให้เป็นเครือข่ายสังคมขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงคนทั้งโลกให้มารวมกันในที่เดียวจนเป็นผลสำเร็จ

มาร์คเป็นคนมุ่งมั่นและขยันทำงานมาก เขาตื่นนอนตั้งแต่แปดโมงเช้าเพื่อมาเช็คเฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ และ Whatapps แต่ถึงอย่างไรชีวิตของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้คร่ำเคร่งกับการทำงานเสมอไป

Mark Zuckerberg/Facebook

หลังจากที่เขาทำงานช่วงเช้าเสร็จ มาร์คก็จะให้เวลากับตัวเองด้วยการออกไปวิ่ง โดยเขาจะออกกำลังทุกๆ สามวันต่ออาทิตย์ และในบางครั้งเขาก้จะพาเจ้า “Beast” สุนัขคู่ใจ ออกไปวิ่งกับเขาด้วย มีครั้งหนึ่งที่เขาก็เคยพูดติดตลกว่า “เป็นโบนัสพิเศษสำหรับมุกตลก เรื่องง่ายๆ ที่จะได้เห็นคือไม้ถูพิ้นวิ่งได้ ” ฮ่าๆ ดูยังไง้ ยังไง เจ้า Beast ก็เหมือนไม้ถูพื้นจริงๆ นั่นแหละ

เสื้อยืดสีเทา และกางเกงยีนส์ คือยูนิฟอร์มประจำตัวของเขา เขาใส่มันไปทำงานทุกวัน ทุกที่ เห็นได้จากทุกรูป ที่เขาลงในอิสตาแกรมและเฟซบุ๊กส่วนตัว สงสัยอีตามาร์คจะซื้อเสื้อโหลใส่แน่นอน

Priscilla Chan ภรรยามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

ในขณะที่ไม่ได้ทำงาน เขาก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ โดยเขาหันมาสนใจและเริ่มเรียนภาษาจีนแมนดาริน โดยชาเลนจ์ตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือจีนใหม่ๆ ทุกสองอาทิตย์ เป็นถึงระดับซีอีโอ ก็ยังต้องเรียนรู้นะคะ แต่อย่างว่า ภรรยาของคุณมาร์คเขาเป็นลูกครึ่งจีน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่เขาเรียนก็เพราะคุณภรรยานี่ละ

มาร์คในวัย 34 มีลูกสาวที่น่ารักสองคนชื่อ Max และ August และถึงแม้ว่าเขาจะทำงานยุ่งเพียงใด แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะให้เวลากับครอบครัว เขามักพาภรรยาไปเที่ยวในที่ต่างๆ และก่อนนอนเขาก็มักจะร้องเพลง Mi Shebeirach (เพลงพระเจ้าอวยพรดั้งเดิมของชาวยิว) ให้ลูกสาวฟัง ก่อนส่งเด็กน้อยเข้านอนทุกครั้ง

ถึงแม้ว่าเขาจะอายุน้อยที่สุดในบรรดามหาเศรษฐี แต่มาร์คก็สร้างตัวเองเรื่อยมาจากเศรษฐีร้อยล้านเมื่อตอนเขาอายุ 22 ก้าวเข้าสู่เศรษฐีพันล้านเมื่อตอนอายุ 23 โดยเขาใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น กับทรัพย์สินสุทธิ 73.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

บางทีนอกจากความสามารถแล้ว โชคชะตา อาจจะเข้าข้างเขาเหมือนกัน

ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป สำหรับใครที่กำลังคิด กำลังมีความฝันว่าอยากจะทำอะไร อย่าเพียงแค่คิด จงลงมือทำ รับรองว่าผลที่ได้อาจจะคุ้มค่าแน่นอน วันหนึ่งคุณอาจจะมีชื่อติดอันดับเป็นเศรษฐีพันล้าน เหมือนคนเหล่านี้ก็ได้

 

“if you don’t find a way to make money while you sleep you will work until you die” (หากคุณไม่หาหนทางที่จะหาเงินได้ในขณะที่คุณกำลังหลับ คุณจะต้องทำงานไปจนตาย) – Warren Buffett กล่าวไว้

 

 

ข้อมูล: https://www.therichest.com, http://www.businessinsider.com, https://www.valuewalk.com

keyboard_arrow_up