แอ็คชั่นสตาร์ มาร์ค วาห์ลเบิร์ก กับบทนักฆ่าไร้เงา “จิมมี่ ซิลวา”

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก
มาร์ค วาห์ลเบิร์ก

คุยกับ มาร์ค วาห์ลเบิร์ก ในบทหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการณ์อัจฉริยะ ที่พร้อมสละทุกอย่างเพื่อภารกิจ ใน “Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย”

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก

การกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สี่ของแอ็คชั่นสตาร์ชื่อดังอย่าง มาร์ค วาห์ลเบิร์ก และ “ปีเตอร์ เบิร์ก” ผู้กำกับมากฝีมือที่เป็นที่ต้องการของฮอลลีวู้ด ที่เคยฝากฝีมือไว้ในหนังอย่าง “Battleship” “Lone Survivor” “Deepwater Horizon”  และ “Patriots Day” แอ็คชั่นสตาร์ “วาห์ลเบิร์ก” เป็นนักแสดงคุณภาพผู้ได้เข้าชิงทั้งรางวัลออสการ์ และ ลูกโลกทองคำ จากผลงานชิ้นโบว์แดง “The Fighter” และ “The Departed” เขาสามารถแสดงได้หลายบทบาท ผ่านการร่วมงานกับผู้กำกับระดับท็อป เช่น “เดวิด โอ.รัสเซล” “ทิม เบอร์ตัน” และ “พอล โธมัส แอนเดอร์สัน” ส่งผลให้เขากลายมาเป็นดาราเนื้อหอมที่ฮอลลีวู้ดต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง

“Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย” เตรียมยกระดับแอคชั่นมากขึ้นหลายเท่าตัวด้วยการดึงเอานักแสดงแอ็คชั่นสตาร์ระดับท็อปจาก 2 ฝั่งโลกอย่าง “มาร์ค วาห์ลเบิร์ก” ในบทของ “จิมมี่ ซิลวา” นักฆ่าไร้เงา หัวหน้าทีมโจมตีลับโอเวอร์วอท์ช มาปะทะกับ “อิโก อูไวส์” แอ็คชั่นสตาร์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งเอเชียในบทเป็น “ลี นัวร์” เดิมพันตัวอันตราย ผู้กุมความลับล้างโลกที่ทุกฝ่ายต้องการชิงตัว

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการร่วมงานครั้งที่สี่ระหว่างคุณกับ “ปีเตอร์ เบิร์ก” แต่เป็นครั้งแรกที่เรื่องราวไม่ได้อิงจากเรื่องจริง อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกคุณตัดสินใจแบบนี้?

“พีทกับผมทำหนังมาด้วยกันสามเรื่องแล้ว มันสร้างจากเรื่องจริงทั้งหมด คราวนี้เราอยากทำอะไรสนุกๆ บ้าง แต่ความสนุกของเราคือการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรง การหักล้าง การหลอกลวง ซึ่งมันเป็นส่วนผสมที่ทำให้เรื่องราวน่าติดตาม เราต้องการสร้างหนังแอ็คชั่นที่ฉลาด ที่ใช้ตัวละครหลักเป็นตัวขับเคลื่อน พีทสร้างชื่อในฐานะผู้กำกับแอ็คชั่น แต่หนังเรื่องนี้มีเรื่องราวที่เข้มข้น มีจุดหักมุมที่คนดูคาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่ชอบ”

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับ “ปีเตอร์ เบิร์ก” เป็นอย่างไรบ้าง มันพัฒนาขึ้นไหมตลอดหลายปีที่ผ่านมา?

“เราเหมือนเป็นพี่น้องกัน เป็นคู่หู อารมณ์โบรแมนซ์ แต่เราเคารพกันและกันมากนะ เราผลักดันกันและกัน เราไม่ปิดบัง มีอะไรก็พูด เราคุยกันตลอดเวลา เขาชอบเฟซไทม์หาผมเวลาแปลกๆ เสมอ (หัวเราะ) เรามีแผนทำหนังเรื่องหนึ่งไปด้วยกัน “Wonderland” ถ่ายกันเดือนกันยายน”

แล้วคุณมารู้จักกันได้อย่างไร?

“เรามีเอเย่นต์คนเดียวกัน เขามักจับคู่เราให้ทำงานด้วยกัน เขาชอบพูดว่า “พวกนายต้องรักกันแน่ๆ” ตอนที่เราได้ทำงานด้วยกันใน Lone Survivor สำหรับผมแล้ว ผมรู้เลยว่านี่คือสไตล์การทำงานที่ผมชอบ ผมชอบให้มันสมจริง ผมชอบอินกันงาน พีทเคยเป็นนักแสดงมาก่อน เขาเลยรู้ว่าควรสร้างบรรยากาศกองถ่ายยังไงให้นักแสดงมีความสุข”

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก

คุณต้องเข้าค่ายฝึกหรือฝึกการใช้อาวุธร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ ไหม?

“ตอนนั้นผมอยู่บ้านกันลูก (หัวเราะ) ผมผ่านหนังที่ต้องฝึกหนักๆ มาเยอะ “Renaissance Man” (1994) หนังเรื่องแรกของผม “Lone Survivor” (2013) ที่ผมต้องฝึกยิงกระสุนจริงเหมือนทหาร ดังนั้นผมมีประสบการณ์การฝึกใช้อาวุธมากพออยู่แล้ว สิ่งที่ผมต้องเตรียมตัวคือหาวิธีให้ผมคึกตลอดเวลาได้เหมือน จิมมี่ ซิลวา (หัวเราะ) ในชีวิตจริงผมเป็นคนสบายๆ ถ้าไม่มีอะไรมากวนใจ แต่เพื่อให้คึกแบบตัวละครนี้ ผมต้องดื่มคาปูชิโน่ดับเบิ้ลช็อตห้าครั้งต่อวัน ครั้งล่าสุดที่ผมดื่มกาแฟขนาดนี้คงเป็นตอนที่ผมถ่าย “Lone Survivor” เมื่อปี 2013 เราต้องถ่ายทำกันบนภูเขาซึ่งไม่มีห้องน้ำ ผมต้องหาทางปลดทุกข์ก่อนขึ้นเขาไปไม่งั้นต้องแย่แน่ๆ ครั้งเดียวก่อนหน้านั้นที่ผมดื่มกาแฟคือตอนถ่าย “Boogie Nights” มันเป็นฉากที่ผมต้องเมาโคเคน ผมเลยเลือกดื่มกาแฟแทน”

“จิมมี่ ซิลวา” ตัวละครของคุณในเรื่องนี้เป็นใคร?

“จิมมี่ ซิลวา” เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษ เขาฉลาดเหนือใคร ช่วงนั้นมีแต่ตัวละครแอนตี้ ฮีโร่ หน้าบูด พูดน้อย เต็มไปหมด เราเลยให้ตัวละครของเรื่องนี้พูดมาก ชอบแสดงความคิดเห็น ชอบเปิดประเด็น เขาเป็นคนที่ตัดสินใจให้กับทีมว่าใครรอด ใครตาย และต้องทำอะไรบ้างในภารกิจ เขาเจ๋ง เป็นตัวละครที่น่าสนใจ เขาไม่แคร์ว่าใครถูก ใครผิด ใครก่อเรื่อง เขาแค่ทำภารกิจของเขาให้สำเร็จ นั่นคือสิ่งเดียวที่เขาสนใจ”

“ผมอิงตัวละครนี้กับบทของ “ทอมมี่ ลี โจนส์” ใน “The Fugitive” เขาเอาจริง ไม่สนใครถูกใครผิด เขาแค่ทำงานของเขาให้เสร็จซึ่งจะไม่มีอะไรมาหยุดเขาได้ แต่จิมมี่แบกความกดดันไว้เยอะกว่านั้นเพราะเขาเป็นคนตัดสินทุกอย่าง เมื่อภารกิจได้ไฟเขียว เขาทำทุกอย่างได้โดยไม่ต้องสนกฎหมาย ตราบใดที่ภารกิจสำเร็จ มันเหมือนกับได้ลองเล่นบทพระเจ้าเลย นั่นมันน่ากลัวนะเพราะอำนาจขนาดนั้นสามารถกลายเป็นสิ่งเสพติด แต่ผมคิดว่าคนดูจะรักตัวละครนี้เพราะพวกเขาจะเข้าใจว่าถ้าต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น กฎทั่วไปอาจปรับใช้ไม่ได้ มันเกี่ยวกับแค่การเอาตัวรอดและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า”

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก

การถ่ายทำในโบโกต้าเป็นอย่างไรบ้าง?

“มันเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดเลย พวกเขาให้ความร่วมมือสุดๆ ผมคิดว่าเราถ่ายแบบนั้นกันที่อเมริกาไม่ได้หรอก ทีมงานก็เก่ง ผมบอกเลยนะว่าใครอยากถ่ายหนังแอ็คชั่นต้องไปถ่ายที่อเมริกาใต้ โดยเฉพาะโคลอมเบีย มันงดงามและให้บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนในโลก”

แล้วการทำงานกับแอ็คชั่นสตาร์จากอินโดนีเซีย อย่าง อีโก้ อูไวส์ ล่ะ?

“ผมสนุกมากตลอดช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับแอ็คชั่นสตาร์คนนี้ เขาสุดยอดไปเลย เขายังน่ารักแถมตลกมากๆ แต่เขาก็โชว์ลีลาได้เหลือร้ายจริงๆ เราสนุกด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน เขาสอนภาษาอินโดให้ผมส่วนผมก็สอนแสลงภาษาอังกฤษให้เขา ผมประทับใจการปรับตัวและทักษะภาษาเขามาก ผมมักด้นสดแล้วโยนให้เขาบ่อยๆ แต่เขารับส่งได้เนียนไร้รอยต่อทีเดียว เขาออกแบบฉากแอ็คชั่นเอง ลีลาของเขาไม่เหมือนใครในโลก ผมไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ เรียกเขาว่า บรูซ ลี คนใหม่ ครั้งที่ผมได้ดูหนังตอนที่มันตัดต่อเสร็จ ฉาคแอ็คชั่นของเขาทำให้ผมอ้าปากค้าง ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาทำมันได้ไง”

สำหรับ “Mile 22 คนมหากาฬ เดือดมหาประลัย” เตรียมเข้าฉายให้คอหนังแอ็คชั่นเมืองไทยได้มันส์ไปพร้อมกัน 30 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์


 

keyboard_arrow_up