rollingpinn

The Rolling Pinn เค้กสุดสีสัน by พิณ-เจนวัฒนวิทย์

account_circle
rollingpinn
rollingpinn

5 ปีแห่งความสำเร็จของแบรนด์ขนมสุดเซ็กซี่ The Rolling Pinn ฝีมือคุณพิณ-เจนวัฒนวิทย์ ที่ทุกเมนูสอดแทรกปรัชญาสตรีนิยมลงไปด้วย เพื่อส่งต่อความมั่นใจให้กับผู้หญิงมีความเชื่อมั่นใจตัวเอง และช่วยเติมเต็มทุกโอกาสพิเศษ

ถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูที่มีกิมมิกสุดล้ำ สีสันสดใส แต่ยังคงความลักซ์ชัวรี่ สะท้อนการเป็นผู้นำเทรนด์และบ่งบอกถึงความมั่นใจ โดดเด่นจนสร้างปรารกฏการณ์ไวรัลไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นทำเค้กสูงที่สุดในไทย เค้กต้นคริสต์มาสที่ทุกปลายปีหลายคนต้องเฝ้าคอย และอื่นๆ ซึ่งล่าสุดได้สร้างไวรัลเป่าเค้กแล้วกลิตเตอร์ฟุ้งกระจาย เรียกว่าทั้งอร่อย ทั้งสวย ถูกใจโซเชียล

ขนมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง

“ย้อนกลับไปพิณเริ่มรู้ตัวตั้งแต่ตอน 11 ขวบว่าชอบทำขนม ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำขนมและลองผิดลองถูกทำตามคลิปวิดีโอ จนกว่าจะออกมาสำเร็จ คุณพ่อคุณแม่จึงชอบพาไปชิมขนมตามประเทศต่างๆ รวมถึงสนับสนุนให้ซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบมาทำขนมมาตลอด

“พอเรียนจบด้าน Child development and studio art ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีโอกาสได้ฝึกงานบริษัทหลายแห่งเลยทำให้รู้ตัวว่าไม่ชอบทำงานออฟฟิศ แต่กลับมีความสุขเวลาได้ใช้ไอเดียครีเอทขนมสวยๆ แล้วถ่ายรูป จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ขนมเป็นของตัวเอง The Rolling Pinn เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านั้นพิณสำรวจตลาดร้านขนมต่างๆ ในโซเชียลซึ่งมีมากมาย  ไม่อยากให้แบรนด์ดูธรรมดา จึงเน้นการทำ branding อย่างที่คุณพ่อสอนเสมอว่าจะช่วยสร้างความแตกต่างให้คนเห็นแล้วจดจำได้

“ประกอบกับตอนเรียนที่อเมริกา (Smith College) เป็นโรงเรียนหญิงล้วนเขาสอนเรื่อง feminism (สิทธิสตรี) ว่าผู้หญิงมีอิสระ สามารถเลือกได้ว่าอยากทำอะไร พิณจึงเพิ่มเรื่อง Female empowerment perspective (การเสริมสร้างพลังสตรี) ให้ภาพของแบรนด์มีความอิสระ เซ็กซี่ ที่สำคัญอยากส่งต่อให้ผู้หญิงทุกคนมีความมั่นใจ และรู้สึกดีจากภายใน จึงนำเสนอภาพของขนมให้มีความเป็นแฟชั่น ด้วยสีชมพูฉูดฉาดสะดุดตา ดีไซน์หรูหรามีเอกลักษณ์

“สมัยเด็กพิณเคยขี้อาย ไม่กล้าคุยกับเพื่อน แต่พอทำขนมมาแจกเกิดประโยคชวนเพื่อนมากินขนมทำให้มีความกล้าพูดคุยมากขึ้น การทำขนมจึงเป็นการ empower ตัวเองด้วยค่ะ (ยิ้ม)”

“คุณแม่และคุณยายยังเป็นแบบอย่างเรื่องนี้มาตลอด ท่านเป็นนักธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันคุณยายก็ยังทำงานอยู่ ช่วยเน้นย้ำความคิดที่ว่าผู้หญิงสามารถภาคภูมิใจที่เป็นได้ทั้งแม่บ้านและทำงานสร้างรายได้ หาเงินเองได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร”

การบริหารงาน VS การทำขนม

“ในช่วงแรกการบริหารเป็นเรื่องยากสำหรับพิณ ความที่ชอบทำอะไรคนเดียว ก้มหน้าก้มตาทำแต่ขนม ซึ่งในช่วงแรกของการทำแบรนด์ยังไม่ต้องบริหารอะไรมากนัก มีพนักงานแค่คนเดียว แต่พอร้านเริ่มมีการขยับขยายมีพนักงานเพิ่มขึ้น เจอคนเก่งมากขึ้น ทำให้พิณต้องเรียนรู้วิธีการพูดคุยและต้องมีวิสัยทัศน์ เพื่อสื่อสารกับพนักงานให้เข้าใจและมองเป้าหมายเป็นภาพเดียวกัน เมื่อเขาเข้าใจก็จะสนุกกับการทำงานและอยากทำให้สำเร็จไปด้วยกันค่ะ”

5 ปีแห่งความสำเร็จ

ผลงานที่ประทับใจที่สุดคือขนมไหว้พระจันทร์ ที่พิณชอบกิน (ยิ้ม) แต่ส่วนตัวถนัดแต่งหน้าเค้กหรือคุกกี้มากกว่า ดังนั้นการทำขนมไหว้พระจันทร์เป็นอะไรที่ใหม่มาก ต้องศึกษาสูตรขนมจากคลิป Youtube ของชาวจีนกว่า 30 คลิป นำมาพัฒนาจนได้สูตรของตัวเองที่ลงตัว และหน้าตาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบมีลิ้นชักเปิดออกมา พอได้ลองกินฝีมือตัวเองก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ โดยเฉพาะผลตอบรับที่สร้างยอดขายได้สูงกว่าปีที่ผ่านมา

“ในช่วงเทศกาลต่างๆ The Rolling Pinn จะสร้างสีสันที่หลายคนต้องจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น เค้กเจ้าหญิง เค้กต้นคริสต์มาส เค้กมะยงชิด เค้กสูงที่สุดในประเทศไทย และอื่นๆ ล่าสุด The Rolling Pinn สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยเค้กกลิตเตอร์เค้ก ที่จะช่วยเติมความพิเศษให้กับงานปาร์ตี้ พอเป่าเค้กแล้วกลิตเตอร์ซึ่งเป็นฟู้ดเกรดกินได้ ไม่เป็นอันตรายจะฟุ้งเป็นละลองออกมาสวยงาม พอปล่อยคอลเลคชั่นนี้ออกมาหลายคนให้การตอบรับดีจนดังไกลไปหลายประเทศ และยอดวิวสูงถึง 31 ล้านวิว เรียกได้ว่าโด่งดังเป็นฟลุแตก

“เวลาพิณจะออกเมนูใหม่ จะดูว่าในตลาดมีเทรนด์อะไรน่าสนใจ แล้วนำมาประยุกต์เติมไอเดียของตัวเองลงไป อย่างเช่น ช่วงฤดูมะยงชิด พิณก็ได้ทำเมนูมะยงชิดชีสพาย โดยพัฒนาและปรับปรุงสูตรขนมทุกปี รับฟังความคิดเห็นของลูกค้าแล้วปรับปรุงให้กินสะดวกและหน้าตาของขนมสวยขึ้นเรื่อยๆ ”

ก้าวต่อไป…มุ่งหน้าสู่อินเดีย

“ปีนี้นับเป็นอีกก้าวแห่งการเติบโตของ The Rolling Pinn ที่ล่าสุดได้โกอินเตอร์ไปเปิดร้านที่ประเทศอินเดีย ในชื่อว่า Sweet Escape พิณมองเห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคที่อินเดียมีขนาดใหญ่ มีโอกาสเติบโต และถูกจริตกับสไตล์ขนมของเรา

“ปัจจุบันเริ่มวางขายเรียบร้อยแล้ว พอไปวางเข้าที่นั่นทำให้พบว่าคนอินเดียมีการแบ่งความชอบออกเป็น 2 กลุ่ม ทางใต้ชอบความมินิมอล ส่วนทางเหนือชอบความหรูหรา ทำให้ช่วงนี้พิณต้องเร่งศึกษาผู้บริโภค บินไปกลับอินเดีย-ไทย ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อเรียนรู้และพัฒนาขนมให้ตอบโจทย์ทั้ง 2 กลุ่มเป้าหมาย อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือที่นั่นไม่นิยมไข่ จึงต้องคิดสูตรขนมพิเศษขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะด้วยค่ะ”

Praew Recommend

keyboard_arrow_up