เจ้าหญิง

4 ควีน 2 เจ้าหญิง ขวัญใจพสกนิกร จากสตรีสามัญชนสู่ขัตติยนารีแห่งราชวงศ์

เจ้าหญิง
เจ้าหญิง

การที่โชคชะตาจะพลิกล็อกให้ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งได้สวมรองเท้าแก้ว กลายเป็นเจ้าหญิงดั่งเรื่องราวในเทพนิยายว่ายากแล้ว ขอบอกเลยว่าชีวิตหลังจากนั้นยากยิ่งกว่าหลายเท่าทวีคูณ เพราะนอกจากจะเท่ากับการปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่แล้ว การมีฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิง หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชินี จำเป็นจะต้องละทิ้งชีวิตบางอย่างที่เคยโปรดปราน และปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พสกนิกร ซึ่งเรื่องราวของสตรีสามัญที่ชีวิตพลิกผันสู่ราชวงศ์เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยอย่างน่าประทับใจ วันนี้ แพรว จึงรวบรวม 6 ขัตติยนารีแห่งราชวงศ์ยุคปัจจุบันที่ทรงมาจากสามัญชน และทรงใช้พลังแห่งความดีจนกลายเป็นขวัญใจพสกนิกร มาให้คุณผู้อ่านได้รู้จักและชื่นชมกันค่ะ

4 ควีน 2 เจ้าหญิง ขวัญใจพสกนิกร จากสตรีสามัญชนสู่ขัตติยนารีแห่งราชวงศ์

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

เริ่มกันที่ขัตติยนารีคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชินีขวัญใจพสกนิกรชาวไทย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ อดีตทรงเป็นแอร์โฮสเตส และทรงเริ่มทรงงานทางราชการในปี พ.ศ. 2553 จากนั้นจึงทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการทหารเป็นเลิศ โดยเฉพาะด้านการบิน ซึ่งทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย ทรงทำการบินกับเครื่องบินพระราชพาหนะ Boeing 737-400 และ Boeing 737-800 นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นขวัญใจประชาชน ด้วยพระราชจริยวัตรอ่อนน้อมงดงามเสมอมา และพระสไตล์สง่างามที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือความงดงามของฉลองพระองค์ ที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการสืบสานและเผยแผ่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จัก ทำให้ปัจจุบันแฟชั่นผ้าไทยกลายเป็นกระแสสุดฮ็อต

 

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะแห่งญี่ปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะแห่งญี่ปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงเป็นสตรีสามัญชนในราชวงศ์ญี่ปุ่นคนที่สองต่อจากพระสัสสุอย่างสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เดิมทรงมีพระนามว่า มาซาโกะ โอวาดะ ทรงเป็นอดีตนักการทูตที่เรียนจบจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ทั้งฮาร์วาร์ดของสหรัฐอเมริกา และออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ พระองค์ทรงพบกับสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะครั้งแรกในงานเลี้ยงน้ำชางานหนึ่ง สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งตอนนั้นทรงดำรงตำแหน่งเป็นมงกุฎราชกุมารทรงประทับใจในตัวมาซาโกะตั้งแต่แรกพบ แต่สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงปฏิเสธการขอแต่งงานไปถึง 2 ครั้ง เพราะการก้าวเข้าสู่ราชวงศ์จะบีบบังคับให้พระองค์ทรงจำเป็นต้องละทิ้งอาชีพนักการทูต แต่แล้วในที่สุดพิธีเสกสมรสก็เกิดขึ้นจนได้ในปี พ.ศ. 2536 เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงขอแต่งงานเป็นครั้งที่ 3 พร้อมทรงยืนกรานว่า การเป็นเจ้าหญิงแห่งญี่ปุ่นคือการทูตในอีกรูปแบบหนึ่ง ชีวิตการเป็นเจ้าหญิงของสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะไม่สู้ดีนัก พระองค์ทรงงดปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยภาวะเครียดกับการปรับตัว และทรงกดดันในการมีรัชทายาทเพศชาย แต่ด้วยความรักของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ที่ทรงขอร้องให้ประชาชนเข้าใจและเห็นใจพระชายา ทำให้ช่วงไม่กี่ปีมานี้สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงมีพระอาการดีขึ้นมาก และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากขึ้น สร้างความดีใจให้กับประชาชนชาวญี่ปุ่นอย่างมาก

 

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน

มาต่อกันที่พระราชินีขวัญใจชาวภูฏาน รวมถึงชาวไทย สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก หรือพระนามเดิมว่า เจตซุน เพมา ผู้ทรงเป็นรักแรกและรักเดียวของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งภูฏาน ซึ่งเรื่องราวความรักดั่งเทพนิยายของทั้งสองพระองค์ เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยังทรงพระเยาว์ ขณะนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 17 พรรษา ทรงตกหลุมรักเด็กหญิงเจตซุน วัย 7 ปี ลูกสาวของนักบินประจำราชวงศ์ภูฏาน แม้พรหมลิขิตจะนำพาให้ได้เจอกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีทรงตัดสินพระราชหฤทัยพระราชทานคำสัญญาเอาไว้ว่า “เมื่อเราทั้งคู่โตขึ้น หากเธอยังโสดและไม่แต่งงาน และเราเองก็ยังโสดและไม่แต่งงาน ถ้าเรามีความรักให้แก่กัน เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน” และแล้วคำสัญญานั้นก็เป็นจริงในปี พ.ศ. 2554 ทั้งสองพระองค์ทรงอภิเษกสมรสกันท่ามกลางความยินดีของชาวภูฏาน นับตั้งแต่บัดนั้นสมเด็จพระราชินีเจตซุน ก็ทรงเป็นที่รักของพสกนิกรเสมอมา ด้วยพระราชจริยวัตรเรียบง่ายและพระสิริโฉมงดงาม รวมถึงการที่ทรงทำหน้าที่ขัตติยนารีคู่พระบารมีสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีได้อย่างไม่ทรงขาดตกบกพร่อง

 

สมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน

สมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน

มาถึงควีนคู่พระราชหฤทัยของสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน สมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน ที่ทรงมีพระนามเดิมว่า เลตีเซีย ออร์ติซ โรกาโซลาโน พระองค์ทรงเป็นอดีตนักหนังสือพิมพ์และผู้ประกาศข่าว ทรงเคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้ง ก่อนจะทรงพบรักกับเจ้าชายเฟลิเปแห่งอัสตูเรียส รัชทายาทแห่งสเปน และทรงหมั้นกันในปี พ.ศ. 2546 จากนั้นทรงเสกสมรสกันในปี พ.ศ. 2548 ทำให้เลตีเซีย หญิงสามัญชนได้รับการอวยยศเป็น เจ้าหญิงเลตีเซีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 พระสวามีของพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา เจ้าหญิงเลติเซียจึงทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศเป็น สมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน ซึ่งพระองค์ทรงถือเป็นควีนที่ทรงเปี่ยมด้วยพระสไตล์ ทรงขึ้นแท่นแฟชั่นไอคอนแห่งราชวงศ์อีกพระองค์หนึ่งเลยทีเดียว แถมยังทรงเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติสเปนอย่าง ZARA รวมถึงยังทรงได้รับคำชื่นชมว่าทรงเป็นควีนผู้ทรงมัธยัสถ์ เพราะทรงใช้ฉลองพระองค์อย่างคุ้มค่าเสมอ ทั้งทรงเลือกใช้แบรนด์ที่ไม่แพง และทรงใส่ซ้ำได้อย่างสง่างาม

 

เจ้าหญิงโซเฟีย ดัชเชสแห่งแวร์มลันด์

เจ้าหญิงโซเฟีย ดัชเชสแห่งแวร์มลันด์

เจ้าหญิงโซเฟีย ดัชเชสแห่งแวร์มลันด์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในพระนาม เจ้าหญิงโซเฟียแห่งสวีเดน พระชายาในเจ้าชายคาร์ล ฟิลิป ดยุกแห่งแวร์มลันด์ พระองค์ทรงมีพระนามเดิมว่า โซเฟีย คริสตีนา เฮลล์ควิสต์ ก่อนการเสกสมรสทรงเคยเป็นนางแบบเซ็กซี่ และดารารายการเรียลลิตี้ ทั้งสองพระองค์ทรงพบกันจากการแนะนำของพระสหายโดยบังเอิญในมื้อค่ำวันหนึ่ง และทรงคบหากันในปี พ.ศ. 2553 จากนั้นทรงหมั้นหมายกันในปี พ.ศ. 2557 โซเฟียปรับเปลี่ยนชีวิตและภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อเตรียมตัวเป็นสมาชิกราชวงศ์ โดยเดินหน้าทำงานด้านการกุศล แล้วทรงเสกสมรสกันในปี พ.ศ. 2558 แม้จะทรงมีอดีตที่ไม่งดงามนัก แต่เจ้าหญิงโซเฟียก็ทรงใช้ความดีเอาชนะใจชาวสวีเดนได้สำเร็จ ด้วยพระจริยวัตรที่ทรงเป็นกันเอง และการทรงงานอย่างตั้งพระทัย อย่างช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พระองค์ทรงมีผลงานโดดเด่นมาก โดยทรงอาสาเป็นหนึ่งในทีมผู้ช่วยแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลกลางกรุงสตอกโฮล์ม ทำให้ชาวสวีเดนเทคะแนนความนิยมให้แบบหมดหน้าตักเลยทีเดียว

 

เจ้าหญิงโซเฟีย ดัชเชสแห่งแวร์มลันด์

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ (เคท มิดเดิลตัน)

หากจะพูดถึงสตรีสามัญชนที่สวมรองเท้าแก้วได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าจะต้องมีพระนามของดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือที่เรามักเรียกกันง่ายๆ ว่า เจ้าหญิงเคท หรือดัชเชสเคท พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ติดโผอยู่ด้วย เพราะพระองค์ทรงเป็นดาวเด่นแห่งราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งทรงมีคุณสมบัติของขัตติยนารีอย่างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นพระสิริโฉม พระอัจฉริยภาพ หรือพระจริยวัตร อีกทั้งด้วยเจ้าชายวิลเลียมทรงรั้งตำแหน่งองค์รัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์อังกฤษ ทำให้เจ้าหญิงเคททรงขึ้นแท่นว่าที่ควีนในอนาคตอย่างไร้ข้อกังขา


ภาพ : japantimes.co.jp, townandcountrymag.com, Princess Estelle of Sweden, Pinterest

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

10 พระสไตล์ตรึงใจ ฉลองพระองค์-ฉลองพระบาทเข้ากัน ในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ

ใส่เสื้อผ้าง่ายๆ ไม่แต่งหน้า ไปโรงเรียนสาย วิถีแม่ลูก 3 ของ ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

เจ้าแม่ ZARA! ควีนเลตีเซีย กับฉลองพระองค์คุ้มราคาที่เป็นมากกว่าแฟชั่น

Praew Recommend

keyboard_arrow_up