เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงเปิดโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วย โควิด-19 ผ่านวิดีโอคอล

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงเปิดโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า แห่งใหม่ในกรุงลอนดอน ผ่านวิดีโอคอล หลังจากที่พระองค์ทรงฟื้นจากการรักษาตัวเพียงไม่กี่วันหลังจากทรงติดเชื้อ โควิด-19

หลังจากทรงหายดีจากพระอาการประชวร อันเนื่องมาจากทรงติดเชื้อไวรัส โควิด-19 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก็ทรงปฏิบัติงานโดยทันที โดยพระกรณียกิจแรกที่พระองค์ทรงงานคือ ทรงเปิดโรงพยาบาลสำหรับรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า ผ่านวิดีโอคอล ขณะทรงประทับอยู่ที่ปราสาท Birkhall ในสกอตแลนด์

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

สำหรับโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การประชุม ExCel ในกรุงลอนดอนฝั่งตะวันออก โดยนำมาถูกแปลงเป็นโรงพยาบาล NHS Nightingale ซึ่งที่นี่มีจำนวนทั้งหมด 4,000 เตียง และยังมีห้องเก็บศพชั่วคราวขนาดใหญ่อีก 2 ห้อง โรงพยาบาลแห่งนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อช่วยบริการ และรองรับผู้ป่วยรายใหม่ที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-19

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

เจ้าฟ้าชายชาร์สทรงยกย่องเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ พระองค์ทรงตรัสว่า “เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ และ เป็นความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ” ของ NHS พระองค์ทรงสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตมโหฬารของโรงพยาบาล ในระหว่างทรงประชุมผ่านวิดีโอคอล

ทั้งนี้ เจ้าฟ้าชายชารลส์  มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ พระชนมพรรษา 71 พรรษา หลังที่ทรงตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในพระวรกาย ก็ได้ทรงกักตัวอยู่ที่ที่พระตำหนักไฮโกรฟ ในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม เป็นต้นมา แต่เนื่องด้วยพระวรกายที่ทรงมีพระพลานามัยที่ดี และทรงหายจากการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว จึงทำให้พระองค์ทรงได้รับอนุญาตจากแพทย์ให้ไม่ต้องทรงกักพระองค์  และได้เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ปราสาทบัลมอรัล ในสกอตแลนด์

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Clarence House (@clarencehouse) เมื่อ

และเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ เจ้าฟ้าชายชารลส์ทรงเปิดพระทัย และตรัสผ่านคลิปในอินสตาแกรม clarencehouse ว่า “เป็นประสบการณ์ที่แปลก สิ้นหวัง และน่าหงุดหงิด ทั้งยังต้องแยกตัวเองออกจากครอบครัว มิตรสหาย และในบางคนต้องสูญเสียคนที่รัก”

อีกทั้งยังตรัสขอบคุณ และชื่นชมเหล่าเพื่อนบ้านและอาสาสมัครที่ให้การดูแลช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างเต็มที่ รวมถึงบุคคลากรทางแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ทรงยกย่อง NHS การบริการสาธารณสุขรัฐบาลอังกฤษ ที่ทำงานอย่างหนักภายใต้ความกดดัน ความเสี่ยง เพื่อช่วยชีวิตประชาชน

ทรงตรัสส่งท้ายว่า ไม่มีใครรู้ได้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงเมื่อไหร่ ขอให้พวกเราทุกคนพยายามใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง และมีศรัทธาในพวกเราและผู้อื่น ตั้งตารอช่วงเวลาที่ดีที่กำลังจะมา


ข้อมูล : www.insider.com, thethaiger.com

 

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!