อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย กลายเป็นราชวงศ์องค์แรกของโลก ที่ติดเชื้อ โควิด-19

คาร์ล วอน ฮับส์เบิร์ก อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย พระชันษา 59ปี กลายเป็นสมาชิกราชวงศ์องค์แรกของโลก ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 หลังพบว่ามีอาการไอ ปวดศีรษะ และมี ‘ไข้เล็กน้อย’

สื่อต่างประเทศโดย Daily Mail ได้รายงานว่าอาร์คดยุกแห่งออสเตรียได้เข้ารับการตรวจและมีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศออสเตรียว่าพระองค์นั้นติดเชื้อ โควิด-19 จริง โดยมีผลเป็น Detectable = Positive (ผลบวก)

โควิด-19

ทั้งนี้ คาร์ล วอน ฮับส์เบิร์ก อาร์คดยุกแห่งออสเตรียได้ให้สัมภาษณ์กับช่อง oe24 หรือ Österreich สื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ของออสเตรียว่า

“ไวรัสมันสร้างความน่ารำคาญ แต่ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้ว มันไม่ใช่กาฬโรค (Black Plague) ที่สร้างความรุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา”

ในตอนแรกฉันนึกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาซะอีก แต่เมื่อเพื่อนคนหนึ่งของฉันในรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์โทรมาบอกว่าเขาเข้ารับการตรวจและมีผลเป็นบวก ฉันจึงควรเข้ารับการตรวจด้วยเช่นกัน”

ทั้งนี้ อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย ยังได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ ที่มีมาตรการป้องกันและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ทั้งนี้เขายังได้เสริมอีกด้วยว่า ‘อาการตื่นตระหนกไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เช่นนี้’

อาร์คดยุกแห่งออสเตรียยังเผยอีกด้วยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันเริ่มมีอาการไอ ปวดศีรษะ และมีไข้เพียงเล็กน้อย โดยก่อนหน้านี้เขาได้เดินทางไปร่วมอีเว้นต์งานหนึ่งที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งงานดังกล่าวนั้นมี “มีชาวอิตาเลียนมากมายที่นั่นด้วย” จากนั้นเพียงไม่กี่วันเพื่อนของฉันได้โทรมาบอกว่าเขาติดเชื้อ โควิด-19 ฉันรู้เลยว่า ฉันควรได้รับการตรวจด้วย

โควิด-19

เขารีบโทรสายด่วน และเช้าวันต่อมาสภากาชาดได้นำตัวอย่างจากร่างกายของเขาไปตรวจและพบว่าผลเป็นบวก ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งตำรวจก็ได้สั่งให้เขาทำการแยกตัวและกักตัวเองออกจากภรรยาและลูกๆ อีก 3 คน โดย อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย ยังได้ให้สัมภาษณ์กับ oe24  อีกด้วยว่า “ตอนนี้เขาอยู่เพียงคนเดียวในบ้าน และจะมีเพื่อนๆ นำของกินของใช้มาวางไว้ที่หน้าประตูทุกๆ สองวัน”

โควิด-19

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน ก็ทรงเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยเช่นกัน ซึ่งผลออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อใดๆ โดยสำนักพระราชวังของสเปนได้ออกแถลงการณ์ว่า “ตามคำกราบบังคมทูลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สมเด็จพระราชินีจะทรงงดพระราชกิจ และจะทรงรับการตรวจวัดอุณหภูมิพระวรกายต่อไป เพื่อป้องกันมาตรการดังกล่าวด้วย”

ทั้งนี้สาเหตุที่ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน ต้องทรงเข้ารับการตรวจนั้นเกิดจากขณะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมการประชุมการป้องกันการค้าประเวณีสตรี ทรงรับการทักทายโดยการจุมพิตพระปราง (แก้ม) ด้วย จึงมีการตรวจหาเชื้อดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน

การระบาดของไวรัสโคโรน่ายังได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของสมาชิกราชวงศ์จำนวนมาก รวมถึงการเลื่อน Rose Ball ประจำปีของราชวงศ์โมนาโก และการเสด็จเยือนประเทศอิตาลีของสมเด็จพระราชินีมาตีลด์แห่งเบลเยียม

โควิด-19

ทางด้านสหราชอาณาจักรเอง ทางเพจ Royal World Thailand ก็ได้มีการรายงานว่า มีการกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระราชวังบัคกิ้งแฮมในกรุงลอนดอนไปประทับที่พระราชวังวินด์เซอร์เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักกันหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

แต่หากสถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก ได้มีการวางแผนกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชินีนาถ และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ พระราชสวามี ประทับที่พระตำหนักซานดริงแฮม อีกทั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ (พระชนมายุ 71 พรรษา) และคามิลล่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระวรชายา (พระชนมายุ 72 พรรษา) ต้องกักกันพระองค์เองในพระตำหนักคลาเรนส์ เฮาส์ด้วย

รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์อาวุโสพระองค์อื่นๆ ได้แก่ ดยุกและดัชเชสแห่งกลอสเตอร์ ดยุกและดัชเชสแห่งเคนต์ เจ้าชายและเจ้าหญิง​ไมเคิลแห่งเคนต์ รวมทั้งเจ้าหญิงอเล็กซานดรา สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆ ที่ไม่เข้าข่าย ก็ยังคงสามารถปฏิบัติพระกรณียกิจได้ตามปกติ อาทิ เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารี, เอิร์ลและเคานต์เตสแห่งเวสเซกส์ รวมทั้งดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เป็นต้น

โควิด-19

สมเด็จพระราชินีนาถ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกเลิกหมายพระราชกิจหลายงานไว้ก่อน โดยโฆษกได้กล่าวว่า “เพื่อเป็นไปตามาตรการป้องกันอย่างสมเหตุสมผล และสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระราชินีนาถจะมีการเปลี่ยนแปลงในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า แต่ยังคงสามารถพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทดังเดิม สำหรับหมายงานอื่นๆ นั้นจะนำขึ้นขอพระบรมราชวินิจฉัยตามความเหมาะสมต่อไป”

นอกจากนี้ หมายพระราชกรณียกิจของเจ้าชายแห่งเวลส์ และดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ก็จำต้องเลื่อนออกไปก่อนเหมือนกัน ซึ่งทั้งสองพระองค์มีกำหนดการเสด็จเยือนประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวิน่า รวมทั้งประเทศไซปรัสและจอร์แดนในสัปดาห์นี้


 

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!