เจ้าชายแฮร์รี่เตรียมฟ้องแท็บลอยด์ หลังโจมตี “เมแกน” หวั่นซ้ำรอยเจ้าหญิงไดอานา

สุดจะทน! เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกส์ แถลงการณ์ตำหนิสื่อมวลชน โดยเฉพาะแท็บลอยด์ ที่ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว และวิจารณ์พระชายา เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ในทางที่ไม่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยทรงกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเจ้าหญิงไดอานา

เมแกน

ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ sussexofficial.uk นั้นเจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงระบุว่า พระองค์และพระชายามีความเป็นต้องฟ้องสื่อรายหนึ่งอันเนื่องมาจาก มีการลุกล้ำความเป็นส่วนตัว และวิจารณ์ดัชเชสแห่งซัสเซกส์เกินจริง ทั้งนี้ในแถลงการณ์ยังระบุอีกด้วยว่า

เมแกน

ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ได้ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์ เมลออนซันเดย์ จากการเผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์ที่ ดัชเชสเมแกนทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ถึงพระบิดา นายโธมัส มาร์เคิล ซึ่งเนื้อความในจดหมายนั้นเป็นการตัดพ้อหลังพิธีเสกสมรสของพระองค์ และเจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งในตอนนั้นนายโธมัสไม่สามารถมาร่วมงานได้ อันเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ

เมแกน

ทั้งนี้ โฆษกฝ่ายกฎหมายจาก Schillings ซึ่งเป็นตัวแทนของ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ได้ยื่นฟ้องเมล์ออนซันเดย์และ บริษัทแม่ในเครือต่อศาลสูงของอังกฤษ ในข้อหาการละเมิดลิขสิทธิ์และการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองส่วนบุคคลในปี 2018 โดยเจ้าชายแฮร์รี่ยังระบุด้วยว่า ทางเมล์ออนซันเดย์นั้น ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดโดยมีการตัดทอน วรรคตอน ในประโยคต่างๆ รวมถึง”ใส่คำโกหกอย่างที่พวกเขาทำมานานนับปี” ทั้งนี้หากชนะคดี ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์จะนำเงินที่ได้ไปบริจาคเพื่อเป็นการกุศลให้กับองค์กรต่อต้านการกลั่นแกล้งรังแกในสังคมอีกด้วย

ด้านโฆษกของเมลออนซันเดย์ ยืนกรานว่าจดหมายที่เขาเผยแพร่นั้นถูกต้องและชอบธรรมโดยกฎหมาย และยังปฎิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ามีการตัดทอน วรรคตอน ในประโยคต่างๆ รวมเปลี่ยนแปลงประโยคต่างๆ ในจดหมาย และจะสู้คดีให้ถึงที่สุด

ขณะเดียวกันเจ้าชายแฮร์รี่ยังระบุอีกด้วยว่า พระชายาของพระองค์ กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อรายล่าสุดของหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์อังกฤษ ที่ทำให้สินค้าขายดี มันเป็นแคมเปญโหดเหี้ยมที่ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ทรงตั้งพระครรภ์ ซึ่งพระองค์ไม่อาจจะทรงเงียบ และทนเห็นพระชายาทุกข์ใจอยู่พระองค์เดียวได้อีกต่อไปแล้ว

แม้ว่าการกระทำนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ปลอดภัย แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะความกลัวที่ลึกที่สุดของพระองค์คือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยพระมารดา เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเห็นมาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่พระองค์รัก พระองค์ทรงสูญเสียพระมารดา และตอนนี้พระชายาของพระองค์กำลังตกเป็นเหยื่อของอิทธิพลแบบเดียวกัน

Cr.telegraph

หากย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่เจ้าหญิงไดอานาจะทรงสิ้นพระชนม์นั้น พระองค์ทรงถูกคุกคามจากปาปารัสซี่ที่คอยตามถ่ายภาพทุกทุกช่วงขณะ ไม่ว่าจะเสด็จไปไหน ทำอะไร รวมถึงยังมีการขุดคุ้ยดการหย่าร้างของ พระองค์และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อย่างต่อเนื่อง และยังมีการคุกคามความสัมพันธ์ของพระองค์กับนายโดดี ฟาเยด มาโดยตลอด

ในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.​ 2540 เจ้าหญิงไดอานา พร้อมนายฟาเยด ซึ่งมีคนชัยรถคือ อองรี ปอล ได้ขับรถพาหนีปาปารัสซี่ที่คอยตามถ่ายภาพ ส่งผลเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงในอุโมงค์ทางลอดสะพานปองต์เดอลัลมา กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นเหตุให้เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์

ขณะเดียวกัน บีบีซี ไทย ยังได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ โดย นิโคลัส วิตเชลล์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี ว่า

ภาษาที่ใช้ในแถลงการณ์ฉบับนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งเต็มไปด้วยการแสดงความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ทรงมีต่อแท็บลอยด์อังกฤษ

หลายคนอาจสงสัยว่าบรรดาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ได้ถวายคำแนะนำให้ทรงใช้ความอดทนอดกลั้นบ้างหรือไม่ แต่นี่เป็นเรื่องที่เราไม่อาจจะรู้ได้ แต่ประเมินจากความยาวและเนื้อหาที่ดุเดือดของแถลงการณ์ ก็พอจะทำให้ทราบได้ว่าเจ้าชายแฮร์รีทรงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังคำทัดทานจากผู้ใด

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยุติธรรมแล้วหรือไม่ที่จะตำหนิสื่อแท็บลอยด์ทั้งหมดจากข้อพิพาทเดียวและกับหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว

ขณะที่ห้วงเวลาที่ทรงเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะมีขึ้นในขณะที่ทั้งเจ้าชายแฮร์รีและพระชายาได้ปิดฉากการเสด็จเยือนประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งหลายฝ่าย รวมทั้งสื่อแท็บลอยด์ เห็นตรงกันว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของทั้งสองพระองค์ หลังจากตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการโดยสารเครื่องบินส่วนพระองค์ทั้งที่ทั้งคู่มักรณรงค์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับปรุงพระตำหนักที่ใช้เงินภาษีประชาชนเกือบร้อยล้านบาท

ตอนนี้ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงมีคดีความกับหนึ่งในกลุ่มบริษัทสิ่งพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ พร้อมออกโรงตำหนิอย่างรุนแรงต่อสื่อมวลชนอังกฤษโดยรวม

แท็บลอยด์อังกฤษไม่หวาดหวั่นที่จะต่อสู้ ขณะเดียวกัน พวกเขาอาจรู้สึกว่ากำลังถูกยั่วยุด้วยภาษาที่เผ็ดร้อนในแถลงการณ์ฉบับนี้ มันเป็นเรื่องฉลาดหรือไม่ เราคงจะได้เห็นกันต่อไป


ภาพ และ ข้อมูล : BBC Thai, BBC , sussexofficial.uk, sussexroyal

 

keyboard_arrow_up