งดงาม ทรงคุณค่า ฉลองพระองค์ของ พระเจ้าแผ่นดิน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

งดงาม ทรงคุณค่า ฉลองพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันมหามงคลของปวงชนชาวไทยนี้ เราทุกคนได้เห็นความวิจิตรงดงามในทุกๆ ด้านของพระราชพิธีศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดพระราชพิธี ขั้นตอนในพระราชพิธีการสำคัญต่างๆ เช่น สรงมุรธาภิเษก พิธีรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ พิธีรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัฐรบิฐ และ ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ซึ่งนับว่าเป็นบุญตาของหลายๆ คนที่ได้พบเห็นพิธีมหามงคลนี้

อนึ่ง พิธีที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจัดอยู่ในพระราชพิธีเบื้องกลาง ตามพระราชประเพณี ซึ่งนอกจากพระราชพิธีสำคัญดังที่กล่าวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจละสายตาไปได้เลยคือ ฉลองพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยพระราชพิธีเบื้องกลางในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ตามโบราณราชประเพณีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรง “ฉลองพระองค์ภูษาเศวตพัสตร์ขลิบทอง” ใน “พิธีสรงพระมุรธาภิเษก” ซึ่งฉลองพระองค์เศวตพัสตร์จะมีลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๒ ผืน ผืนหนึ่งขนาดเล็กสำหรับทรงสะพักเฉียงพระอังสา อีกผืนหนึ่งขนาดใหญ่สำหรับทรงแบบจีบหน้านาง

ผ้าทรงสะพักนำทองคำมารีดเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วตัดเป็นเส้นขนาดความกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร เย็บติดกับริมขอบผ้าทั้ง ๔ ด้านส่วนผ้าสำหรับทรง นำแผ่นทองคำขนาดเดียวกันกับที่ติดผ้าทรงสะพักมาเย็บติดขอบชายผ้าเฉพาะด้านล่างขนานกัน ๒ เส้น

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ภายหลังจากพิธีสรงพระมุรธาภิเษกเสร็จสิ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรง “ฉลองพระองค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์” ซึ่งเป็นฉลองพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเสด็จเลียบพระนคร พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน

เดิมฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแต่ครั้งสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ออกนามแต่เพียงว่า “ฉลองพระองค์เครื่องต้นอย่างบรมราชาภิเษก”

ถึงสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงปรากฏในหมายกำหนดการออกนามฉลองพระองค์สำรับนี้เป็นครั้งแรกว่า “เครื่องพระราชภูษิตาภรณ์อย่างวันบรมราชาภิเษก” เมื่อเสด็จเลียบพระนคร และเปลี่ยนเป็นใช้ว่า “เครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์” เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อทรงฉลองพระองค์สำรับนี้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกออกนามว่า

“ฉลองพระองค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์” หรือ “ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี” สำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์มีหลายชนิด ซึ่งที่สำคัญคือ “ผ้ากรองทอง” เป็นผ้าที่เกิดจากการนำเส้นลวดทองหรือไหมทองมาถักประกอบกันจนเป็นผืนผ้าซึ่งนอกจากจะมีความวิจิตรงดงามแล้วยังมีน้ำหนักมากด้วย

การนี้ ฉลองพระองค์ครุยใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นั้นมีชื่อเรียกว่า ฉลองพระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์ หรือฉลองพระองค์ครุยมหาจักรี เป็นฉลองพระองค์พระราชวงศ์ที่มีพื้นกรองทองหรือกรองเงิน ปักทองลายก้านแย่งหรือพื้นสีสลับทองหรือขาวสลับทอง มีสีดำรดขอบ สำรดต้นพระกร ปลายพระกรและสำรดฉลองพระองค์ครุยนั้นพื้นกรองทอง ปักทองหรือใช้ทองเส้นหยาบ ขลิบลูกไม้ทอง มีดวงตรามหาจักรีทั้งองค์

ฉลองพระองค์ครุยของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) สร้างขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2493 มีน้ำหนักมาก พระองค์ทรงใช้ฉลองพระองค์ครุยนี้ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ถึงปีที่ 60 แห่งการครองราชย์  จึงได้มีการจัดสร้างฉลองพระองค์ครุยองค์ใหม่ขึ้นแทนองค์เดิม ซึ่งมีน้ำหนักเบาและโปร่งกว่า เนื่องจากทรงมีพระชนมายุมากขึ้น

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังได้ทรงฉลองพระองค์ครุยบรมราชภูษิตาภรณ์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ครุยที่พระองค์เสด็จเลียบพระนคร ปี พ.ศ.๒๕๐๖ ในกระบวนราบใหญ่ หรือ ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ นั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) ทรงฉลองพระองค์ครุย “ผ้าริ้วปัตหล่า พื้นสีเหลืองอ่อน ริ้วทอง” ตลอดการพระราชพิธี

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค การนี้พระองค์ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ตามโบราณราชประเพณี สีตามกำลังวันและฤกษ์พิชัยสงคราม ทรงพระสนับเพลาเข้มขาบเชิงงอนตาดปักทองสลับทองคำสลักดุนลงยาประดับอัญมณี ทรงพระภูษายกทองพื้นสีแดง ทรงฉลองพระองค์เยียรบับพื้นสีแดง รัดพระองค์ประจำยามเพชร ทรงถุงพระบาท ฉลองพระบาทโบว์เข็ม ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทองปักทอง ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และพระสังวาล ทรงพระมหามาลาเส้าสูงประดับพระยี่ก่าขนนกตั้ง ประทับพระราชยานพุดตานทอง

โดยฉลองพระองค์อันทรงวิจิตรงดงาม และคุณค่านี้ มาจากฝีมือของ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ออกแบบและควบคุมการสร้างสรรค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ เป็นเครื่องยืนยันฝีมือเชิงช่างแห่งแผ่นดินและมหานครอันไพศาล

Reuters Jorge Silva

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระมาลาเส้าสูง ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นพระมาลาพับปีกขึ้น ด้านข้างมีสายทองกระหวัดรัดไว้ให้คงรูปทรงสูงทำด้วยสักหลาด รอบองค์ประดับเกี้ยวทองคำลงยาฝังเพชร มีเกี้ยวยอด ด้านข้างประดับขนนกการเวก หรือนกปักษาสวรรค์ ซึ่งมีขนหางสง่างามเป็นพิเศษ

ซึ่งตั้งแต่ในอดีตแถบทวีปยุโรปนิยมใช้ขนนกการเวกมาประดับหมวกอย่างแพร่หลาย และมีความเชื่อตามตำนานว่า เป็นนกในเทพปกรณัมของตะวันออกปรากฏในป่าหิมพานต์ รวมถึงวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วงยังเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า นกกรวิก มีจำนวนมากอาศัยอยู่บนเขากรวิก ซึ่งล้อมรอบเขาพระสุเมรุชั้นที่ 3 บินได้สูงเหนือเมฆ และมีเสียงร้องที่ไพเราะอย่างยิ่ง หากเสียงนกกรวิกผู้ใดได้ยินได้ฟังไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ จะหยุดนิ่งเหมือนต้องมนต์ทันใด


ข้อมูล : phralan.in.th, คุณแทน (t_2539), คุณชินดนัย มีชัย (chin_meechai), Kiat Nat

ภาพ : สำนักพระราชวัง

 

 

 

 

keyboard_arrow_up