ฉีกกฎโยคะแบบเดิมๆ ด้วย “โยคะไวน์” ผสานศาสตร์แห่งการรักษาบาลานซ์

ก่อนหน้านี้ แพรวดอทคอม เคยแนะนำการเล่นโยคะมากมายหลายรูปแบบไม่ว่าจะ รู้จัก “โยคะ นิทรา” การดูแลสุขภาพแบบป้องกัน เสริมภูมิคุ้มกันจากมลภาวะรอบตัว หรือ โยคะบำบัด เน้นบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ผสานระหว่างหฐโยคะและการนวด ฯลฯ ซึ่งล่าสุดก็มีโยคะแบบใหม่มาบอกต่อให้สายเฮสท์ตี้อีกแล้วค่ะ นั่นคือ “โยคะไวน์” ถือเป็นรูปแบบหนึ่งในการเล่นโยคะที่ได้เข้ามาในเมืองไทยไม่นานนักแต่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากสายเฮสท์ตี้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ชื่นชอบในการมองหาความแปลกใหม่ของการออกกำลังกาย ซึ่งความพิเศษของโยคะไวน์คือการฉีกกฎการเล่นโยคะแบบเดิมๆ ด้วยการนำเครื่องดื่มอย่างไวน์มาผสมผสานกับศาสตร์แห่งการรักษาบาลานซ์ของโยคะ ถ่ายทอดออกมาเป็นท่าทางต่างๆ ที่ถูกครีเอทขึ้นมาโดยมีแก้วไวน์เป็นส่วนประกอบที่ให้ท่าสวยงามรวมถึงได้ขยับร่างกายไปทุกสัดส่วน โดยความท้าทายอยู่ที่การรักษาบาลานซ์ของร่างกายด้วยการโฟกัสที่แก้วไวน์ในมือให้ไม่ร่วงหล่นจนอดชิมไวน์รสเลิศ ฉีกกฎโยคะแบบเดิมๆ ด้วย “โยคะไวน์” ผสานศาสตร์แห่งการรักษาบาลานซ์ นอกจากนี้ บรรยากาศและสถานที่ยังเป็นอีกองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการออกกำลังกายเช่นกัน ซึ่งงาน Sunrise Wine Yoga ในครั้งนี้ได้เลือกสถานที่สุดฮ็อตใจกลางกรุงอย่างมหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทยเป็นพื้นที่จัดงาน โดยไฮไลท์พิเศษที่ทุกคนต่างเอ่ยปากชื่นชมคือประสบการณ์ที่ได้ปลดปล่อยร่างกายไปกับการเล่นโยคะบนหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุด ท่ามกลางวิวพาโนรามา 360 องศาที่สามารถเห็นไปจนถึงเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครที่แสงอาทิตย์ เรียกว่านอกจากจะได้สุขภาพดีๆ จากการออกกำลังกายแล้วยังได้อิ่มเอมกับวิวอันสวยงามจนประเมินค่าความประทับใจไม่ได้อีกด้วย การผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของโยคะและไวน์ขาว จึงเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ที่ให้ความตื่นเต้นและสนุกสนาน รวมถึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพที่ต้องการประสบการณ์เล่นโยคะสุดชิคได้เป็นอย่างดี โดยไวน์ที่นำมาใช้ประกอบการเล่นโยคะยังมีความสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์รักสุขภาพของงานด้วย Brancott Estate Flight ไวน์ขาวจากองุ่นพันธุ์โซวินญอง บลองก์ จากประเทศนิวซีแลนด์ ที่ให้แคลอรี่ต่ำเพียง 90 แคลอรี่/142 มล.ต่อเสิร์ฟ […]

เลือดไม่เลี้ยงสมอง! แพทย์แนะเปิดหลอดเลือดสมอง ลดความเสี่ยงอัมพาต

โรคหลอดเลือดสมอง (Stoke) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โรคนี้เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ เพราะมีการอุดตันของหลอดเลือดที่จะนำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้เซลล์สมองค่อยๆ ตายลง โรงพยาบาลที่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงทีและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับผู้ป่วย ผศ.นพ. ชัย กอบกิจสุขสกุล แพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า อาการที่บ่งบอกได้ว่าอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง คือ อาการพูดไม่ชัดเฉียบพลัน อ่อนแรงที่แขนและขาหรือชา โดยมักจะเป็นครึ่งซีก มองเห็นภาพซ้อนหรือมองไม่เห็น ปวดศีรษะ วิงเวียน บ้านหมุน และทรงตัวไม่ดีอย่างฉับพลัน เมื่อพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการนี้ ควรรีบมาโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้ โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1) หลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตัน (Ischemic Stroke) เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมอง พบได้ประมาณ 70-85% เกิดจากลิ่มเลือดจากบริเวณอื่นไหลไปตามกระแสเลือดแล้วไปอุดตันหลอดเลือดสมอง หรือลิ่มเลือดก่อตัวและขยายขึ้นจนไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้ 2) หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) ทำให้มีเลือดออกมาอยู่ในเนื้อสมอง (Intracerebral Hemorrhage) หรือเยื่อหุ้มสมอง (Subarachnoid Hemorrhage) […]

วิธีรักษาภาวะอ้วนและดื้อต่ออินสุลิน สาเหตุ “อ้วนลงพุง” พบหญิงเป็นมากกว่าชาย

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์จนทำให้เกิดการปลูกฝังพฤติกรรมรักความสะดวกสบาย เกิดพฤติกรรมการนั่ง กิน นอน  มีการบริโภคที่มากจนเกินความต้องการ ไม่มีการออกกำลังกาย ส่งผลให้เกิดกลุ่มอาการ อ้วนลงพุง ตามมา กลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) คือ กลุ่มความผิดปกติที่พบร่วมกัน ได้แก่ ความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ตลอดจนปัจจัยที่เป็นสารตั้งต้นของการอักเสบที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา พบกลุ่มคนในช่วงอายุ 20 – มากกว่า 70 ปี มีกลุ่มอาการอ้วนลงพุงโดยรวมประมาณร้อยละ 22 โดยพบว่าหากอายุมากขึ้นจะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ส่วนข้อมูลกลุ่มอาการอ้วนลงพุงในประเทศไทย ในประชากรอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี จำนวน 5,091 ราย พบประมาณร้อยละ 21.9 พบว่าเพศหญิงมีกลุ่มอาการอ้วนลงพุงมากกว่าเพศชายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และความผิดปกติที่พบบ่อยสุด คือ ไขมันดีต่ำ เราจะมีความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุงได้เมื่อไหร่ เมื่อมีลักษณะที่เข้าได้กับเกณฑ์ NCEP ATP III 2005 มากกว่าหรือเท่ากับ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้ […]

สายฟิตหุ่น อย่าลืมฝึก 5 ท่าบริหารกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง บอกลาอาการบาดเจ็บ

กล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงถือเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง การวิ่งระยะไกลจำเป็นต้องใช้ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพื่อรองรับแรงกระแทกที่สะสมตลอดทาง นักวิ่งจึงควรฝึกท่าบริหาร 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อก้าวสู่เส้นชัยโดยไม่มีเรื่องฮาล์ฟมาราธอน เมื่อพูดถึง “การวิ่ง” สิ่งแรกที่หลายๆ คนคิดก็คือ การออกกำลังกายง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แค่เปลี่ยนชุดและผูกเชือกรองเท้าก็ออกไปลุยแบบไม่ต้องกลัวเจ็บตัวได้เลย แต่เมื่อนักวิ่งมาถึงจุดที่อยากจะเลเวลอัพขยับไปวิ่งระยะที่ไกลขึ้น จากระยะทาง 5-10 กิโลเมตร มาเป็นฮาล์ฟหรือฟูลมาราธอน รวมถึงนักวิ่งสายซิ่งที่อยากจะทำเวลาให้ดีขึ้นหรือต้องการแข่งขันกับคนอื่นๆ กลับมีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บจากการวิ่งอย่างคาดไม่ถึง นั่นเป็นเพราะว่าการวิ่งในระยะไกลหรือการวิ่งโดยใช้ความเร็วสูงจะทำให้กล้ามเนื้อได้รับแรงกระแทกสะสมตลอดระยะทาง หากนักวิ่งมีกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับแรงกระแทกที่มากขึ้นกว่าการวิ่งแบบสั้นๆ หรือการวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆ อัตราเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย วันนี้ นพ. ภัทรภณ อติเมธิน โค้ชด้านการแพทย์ประจำทีมอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก จะมาแนะนำท่ากายบริหารที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้นักวิ่งทุกคนสามารถพิชิต ฮาล์ฟมาราธอน ได้สำเร็จ สามารถทำเวลาได้ดีอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้โดยไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวนอีกต่อไป ก้าวขาย่อเข่า (Leg Lunges) วิธีการ: ยืนตรง ขาห่างกันระยะประมาณช่วงสะโพก ก้าวขาไปด้านหน้าทีละข้าง แล้วค่อยๆ ย่อเข่าลง ข้อสำคัญก็คือ ระวังอย่าให้เข่าหนีบเข้าหากันและย่อเข่าลงเท่าที่ไหว จากนั้นค่อยๆ ใช้ขาหลังดันตัวขึ้น กลับขึ้นมาท่ายืนเหมือนเดิม ประโยชน์: ช่วยทำให้กล้ามเนื้อต้นขา ต้นขาด้านหลัง น่อง สะโพก […]

รู้จักเพื่อป้องกัน “วัณโรคหลังโพรงจมูก” โรคหายากที่คร่าชีวิต “น้ำตาล บุตรศรัณย์”

จากกรณีการเสียชีวิตจากโรคปริศนาของ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาลเดอะสตาร์ 5 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 นั้น ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้ขออนุญาตส่องกล้องเข้าไปดูบริเวณหลังโพรงจมูกและพบบริเวณเยื่อบุหลังโพรงจมูกมีสีผิดปกติไป จากปกติขนาดประมาณ 0.5 – 1 ซม. และตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าว เพื่อนำมาตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งเช้าวันนี้ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 9.30 น. ทาง ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วย รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ แพทย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ แพทย์เจ้าของไข้ ของ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ 5 ได้ร่วมกันรายงานผลการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อหลังโพรงจมูกของ น้ำตาล โดยระบุว่า “ระหว่างตัดชิ้นเนื้อพบมีเลือดไหลออกมา หลังจากย้อมชิ้นเนื้อ พบว่าเข้าได้กับวัณโรคแต่ไม่พบเชื้อ คณะฯ จึงได้ทำการตรวจอีกวิธีหนึ่งที่เรียกว่า PCR (Polymerase Chain Reaction) คือการตรวจหา DNA […]

ช้อปเก่งระวังเมื่อย! 8 วิธีเตรียมพร้อมและป้องกัน อาการปวดเมื่อย จากการช้อปปิ้ง

ถ้าพูดถึงเรื่องการช้อปปิ้งแล้วล่ะก็ ถือเป็นกิจกรรมคู่กับผู้หญิงเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะช้อปปิ้งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์จากงานที่เคร่งเครียด หรือมีหน้าที่จับจ่ายเลือกของกินของใช้ที่จำเป็นสำหรับครอบครัว ช้อปไปช้อปมารู้ตัวอีกทีก็ของเต็มมือแล้ว กลับบ้านมาอาการก็เริ่มกำเริบทั้งปวดแขนปวดขา นักกายภาพบำบัด ได้ให้ข้อมูลว่า การช้อปปิ้งแต่ละครั้งผู้หญิงต้องแบกรับน้ำหนักจากการถือของที่หนัก และมีการเดินมาก จึงเป็นต้นเหตุของอาการปวดเมื่อยและเจ็บปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ตามมา ร่างกายที่อาจเกิดอาการปวดเมื่อยได้ มีดังนี้ ปวดเมื่อยแขน เพราะมีการเกร็งจากการถือของ คล้องกระเป๋าหรือถุงต่างๆ  กล้ามเนื้อแขนก็จะทำงานตลอดเวลา ยิ่งหิ้วหนักก็ยิ่งกล้ามเนื้อก็หดเกร็งมาก ปวดแขนได้ง่ายๆ ปวดข้อมือลามไปถึงปวดนิ้วมือ เพราะต้องใช้ข้อมือรวมไปถึงนิ้วมือในการช่วยเกี่ยวถุง ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ อาจเกิดอาการชาตามปลายนิ้วต่างๆ ได้ บางทีอาจปวดร้าวเหมือนถูกไฟชอร์ตวิ่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นมากอาจทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออุ้งมือได้ เป็นปัจจัยให้เกิดนิ้วล็อค เอ็นในข้อนิ้วอักเสบ เรื้อรังเป็นนิ้วล็อคได้ ปวดบ่า-ไหล่-คอ เป็นอวัยวะที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องจากแขนข้อมือ ด้วยมีกล้ามเนื้อที่ยึดติดกัน ซึ่งจุดเกาะปลายสุดของกล้ามเนื้อไหล่ไปเกาะที่กระดูกต้นคอ หากไหล่ต้องแบกหรือหิ้วหนักๆ ก็ส่งผลให้ปวดเมื่อยคอ หรือปวดร้าวจากการตึงของเส้นประสาทลงไปที่มือได้ หากหิ้วหรือสะพายหนักเกิน หรือนานต่อเนื่องเกิน ปวดหลัง เวลาเดินนานๆ หลังช่วงล่างจะรับน้ำหนักมาก ทุกครั้งที่ก้าวขาลงน้ำหนักเท้าก็จะเกิดแรงกระแทกส่งไปหลัง ทำให้ปวดเมื่อยหลัง ยิ่งถ้าหิ้วของหนักๆ หลังก็จะแบกรับน้ำหนักมาก กล้ามเนื้อจะยิ่งเกร็งตัวมาก หรืออาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกถูกกดอัดมาก อาจปวดร้าวลงสะโพกหรือลงขาได้ ปวดน่อง ขา จากการยืนเดินเลือกซื้อของ เพราะกล้ามเนื้อน่องเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยืน-เดิน อาจเกร็งตัว ทำให้ปวดน่องหรือเป็นตระคริวที่น่องได้ […]

สาวๆ วัย 30 อัพ ถึงเวลาเช็คลิสต์สุขภาพกับ 5 เรื่องที่ควรระวัง!!

สาวๆ ยุคใหม่ที่มักจะออกมาทำงานนอกบ้าน รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ไม่ได้ดูแลแค่งานบ้านเหมือนในสมัยก่อนๆ หลายครั้ง อาจจะวุ่นวายอยู่กับภารกิจรายวันจนละเลยเรื่องของสุขภาพกันไป ทำให้บ่อยครั้งกว่าจะรู้ว่ามีอาการป่วยก็ลุกลามรุนแรงจนรักษากันยาก วันนี้มาดูกันซักหน่อยค่ะว่าสาวๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 ควรจะมีแนวทางการตรวจเช็คสุขภาพกันอย่างไรบ้าง มีโรคอะไรบ้างที่ควรระวังและตรวจดูกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะสำหรับหลายๆ โรค หากตรวจพบได้เร็ว ก็อาจจะสามารถรักษาได้ง่ายกว่า และมีโอกาสหายขาดได้ค่ะ อย่างแรก ตรวจเลือด-ตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจสุขภาพมาตรฐาน ทั้งการตรวจ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด เพื่อดูความผิดปกติของค่าต่างๆ ทั้งเป็นข้อบ่งชี้ของอาการของโรคหลายๆ โรค ทั้ง ธาลัสซีเมีย ลิวคีเมีย ภาวะดีซ่าน โรคที่เกี่ยวกับตับ โรคที่เกี่ยวกับไต ไขมันในเลือด เบาหวาน ไทรอยด์ รวมถึงโรคติดเชื้อทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส อย่างที่สอง การตรวจความผิดปกติของเต้านม หรือการตรวจมะเร็งเต้านม เพื่อหาความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม เพราะการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน มีการเกี่ยวข้องกับสารเคมีกันมากขึ้น โดยเฉพาะในอาหารซึ่งมักจะมีฮอร์โมนในปริมาณที่สูง ไม่ว่าจะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของหมู หรือ ไก่ รวมถึงการใช้ยาในสัตว์ต่างๆ เมื่อได้รับสารเคมี และฮอร์โมนเหล่านี้เข้าไปในร่างกายแล้ว ก็อาจส่งผล ไปกระตุ้นเซลล์ให้เติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ […]

วิธีที่คนดังนิยมทำ! “จองอิลอู” แชร์ทริคลดน้ำหนัก 13 โล ภายในเวลา 20 วัน

เมื่อปลายปี (2018) ที่ผ่านมา นักแสดงหนุ่มแดนโสม จองอิลอู (Jung Il Woo) ได้ปลดประจำการทหารเป็นที่เรียบร้อย หลังเข้ากรมรับใช้ชาติไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 สร้างความดีใจให้เหล่าแฟนคลับไม่น้อยที่หนุ่มอิลอูดูหน้าตาผ่องใส และอวบอิ่ม ดูมีน้ำมีนวลขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เขาได้รับการบรรจุให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการสาธารณะเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ, สะโพก และอีกหลายจุด อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถชนในปี 2006 นอกจากนี้เขายังได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคหลอดเลือดถุงลมโป่งพอง (Cerebral Aneurysm) แต่นักแสดงหนุ่มก็ยังพยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ทหารได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากการขอผ่อนผันใดๆ น่าชื่นชมจริงๆ และสำหรับหุ่นที่ดูอวบขึ้นเล็กน้อยของหนุ่มอิลอูนั้น อันที่จริงเรียกว่าโอปป้าหุ่นกำลังน่ากอด ดูอบอุ่นเลยล่ะ จริงๆ ไม่ดูอ้วนเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เป็นนักแสดงจึงต้องฟิตหุ่นอย่างหนัก เพราะหลังปลดประจำการทหาร เขาก็มีผลงานการแสดงมาจ่อคิวรอทันที ซึ่งหนุ่มอิลอูเองก็ออกปากว่าเขารอมานานที่จะได้กลับมามีผลงานแสดงอีกครั้ง และจะทำงานหนักตอบแทนความรักที่ทุกคนมอบให้ โดยเคล็ดลับที่เขาใช้ลดน้ำหนักนั้น หนุ่มอิลอูได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ Access Showbiz Tonight ว่า.. “เขามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากระหว่างเข้ากรม ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีรูปร่างที่ค่อนข้างผอมบาง พอหลังออกจากกรม กลับมารับงานแสดง เขาจึงต้องเร่งฟิตรูปร่างให้ผอมบางลงเหมือนเดิม โดยวิธีที่เขาทำนั้นก็ไม่ยาก ใช้ใจล้วนๆ เริ่มจากตอนเช้าจะเข้ายิมเพื่อออกกำลังกาย โดยไม่ทานอะไรเลย จากนั้นมื้อกลางวัน เขาเลือกทานแค่มันหวานหรือบางครั้งก็อกไก่คลีน และตอนเย็นก็ออกกำลังกายอีกครั้ง ทำแบบนี้ประจำติดต่อกันเป็นเวลา 20 วัน ทำให้เขาสามารถลดน้ำหนักได้ 13 กิโลกรัม ภายในเวลา […]

ลดหุ่นผิดวิธีหรือเปล่า? เพราะออกกำลังกายแล้ว “น้ำหนักลด แต่ไขมันไม่ลด”

วิชาฟิสิกส์สอนให้เราเข้าใจว่า น้ำหนักของเรานั้น คือ แรงที่เกิดจากอัตราเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก กระทำต่อมวลวัตถุหรือตัวเรา ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดในการทำให้น้ำหนักเราลดลงโดยไม่ต้องทำอะไรเลย คือ ย้ายไปอาศัยบนดาวดวงอื่น ที่มีแรงกระทำต่อตัวเราน้อยกว่า สมมติถ้าน้ำหนักเรา ชั่งบนโลกได้ 50 กิโลกรัม หากเราไปชั่งบนดาวอื่นๆ เราจะหนัก 8.28 กก. บนดวงจันทร์, 45.55 กก. บนดาวศุกร์, 19 กก. บนดาวอังคาร และ 3.5 กก. บนดาวพลูโต แต่เรายังเดินทางไปอาศัยบนดาวดวงอื่นไม่ได้ในตอนนี้ ผู้ที่กังวลในเรื่องของน้ำหนักส่วนเกิน ยังมีความจำเป็นต้องรักษาวินัยในการทานอาหารและออกกำลังกายต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้บนโลกอันโหดร้ายที่มีแต่อาหารอร่อยๆ ซึ่งเป้าหมายของการมีรูปร่างที่ดีนั้น แต่ละคนมีเป้าหมายที่ต่างกัน บางคนต้องการลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อให้รูปร่างดูดีสมส่วนแบบนักเพาะกาย หรือนายแบบและนางแบบ ทำให้หลายคนพบว่า หลังเข้าคอร์สดูแลรูปร่าง น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่มีรูปร่างที่ดีขึ้นจนเสมือนว่าผอมลง เพราะมีมวลกล้ามเนื้อเข้ามาแทนที่มวลไขมันที่หายไป แต่สำหรับบางคนนั้น การลดน้ำหนักต้องการลดเพียงแค่มวลไขมันเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จึงควรปรึกษาแพทย์เพราะภายในร่างกายของแต่ละคนมีความเฉพาะเจาะจงนั่นเอง กินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว ? ขณะที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะเลือกใช้พลังงานพร้อมใช้ (Dietary Fuel) ที่ได้จากการที่เราทานอาหารก่อน เมื่อหมดลงจึงจะปรับมาใช้พลังงานที่สะสมไว้ (Body Fuel) ได้แก่ โปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมันสะสมเป็นลำดับถัดไป การจำกัดอาหารอย่างไม่ถูกวิธี หรืออดอาหาร แล้วไปออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงแรก ไขมันจะลดลง แต่กล้ามเนื้อก็จะหายไปด้วยเป็นเพราะร่างกายไม่มีสารอาหารเพียงพอที่จะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สลายออกไป การเผาผลาญไขมันโดยให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุด คือ ควรมีการออกกำลังกายที่เพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อแบบ weight training (การออกกำลังกายโดยใช้แรงของกล้ามเนื้อในการยกอุปกรณ์ หรือออกแรงต้านน้ำหนักตัวเองโดยไม่มีอุปกรณ์ ) และทำควบคู่กับออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เพื่อช่วยสลายไขมันส่วนเกิน แต่ควรทำร่วมกับการควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรงดไปบางมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า  โดยหลักการง่ายๆ ของการคุมอาหารคือ งดน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และของหวาน ลดการทานแป้งขัดขาว ทานผักใบ 40-50% ของมื้ออาหาร คุมปริมาณไขมันที่ทานในแต่ละวัน เน้นทานไขมันดี ทานโปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอื่นๆ และลดโปรตีนแปรรูป เช่น แหนม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม เลี่ยงการยกเวทในผู้หญิงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อโตแบบสาวเพาะกาย ? การที่กล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นมาได้ขนาดนั้น เราต้องออกแรงจนกล้ามเนื้อเกือบรับไม่ไหว เพื่อให้กล้ามเนื้อสร้างตัวเองเพิ่มขึ้น โดยต้องมีสารอาหารและการพักผ่อนที่เหมาะสมด้วย แต่สำหรับการยกเวทเบาๆ หรือการออกกำลังกายชนิดใช้แรงต้าน จะช่วยคงไว้ซึ่งกล้ามเนื้อของเรา ไม่ให้หายไปขณะออกกำลังกายนั่นเอง รางวัลของคนที่ชอบเพิ่มกล้ามเนื้อ คือ ทุกๆ 0.5 กิโลกรัมของมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ถึง 40-50 kcal ต่อวัน และถ้าหากออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเสริมด้วย ร่างกายจะใช้พลังงานพร้อมใช้ (Dietary Fuel) ไปจนหมดในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของการออกกำลังกายและจะดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทนหลังจากที่พลังงานส่วนแรกหมดลง เพื่อชดเชยและซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ใช้ขณะออกกำลังกาย ปัจจุบันเรามีการตรวจร่างกายแบบเฉพาะเจาะจงและเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์มวลไขมันและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้แต่ละคนมีรูปร่างที่ดี และยังมีสุขภาพดีไปได้พร้อมกัน ขอบคุณข้อมูล : นพ. สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และผิวหนัง รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ภาพ : Pixabay   บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ เร่งฟิตหุ่น..ด้วยกีฬาหลากประเภทเป็นเรื่องดี แต่ควรรู้วิธีตั้งรับอาการบาดเจ็บด้วย กินไว้ให้เป็นนิสัย! กับ 6 สุดยอดกลุ่มอาหารต้านมะเร็งที่ผู้หญิงควรใส่ใจ 3 ทิปส์ดูแลสุขภาพให้สมดุล ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้อย่าหงุดหงิดง่าย เดี๋ยวแก่เร็ว ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting อิ่มบ้าง..อดบ้าง จะผอมไหม? Ketogenic […]

เร่งฟิตหุ่น..ด้วยกีฬาหลากประเภทเป็นเรื่องดี แต่ควรรู้วิธีตั้งรับอาการบาดเจ็บด้วย

คนยุคใหม่สมัยนี้รักสุขภาพกันมากขึ้น หันมาออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย และดูแลรูปร่างด้วย การออกกำลังกายที่ดีควรทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวและเคยชินกับการออกกำลังกาย ไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหมเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เล่นต่อเนื่องก็อาจทำให้ร่างกายปวดเมื่อยหรือบาดเจ็บได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น เราควรเรียนรู้ว่าการออกกำลังกายด้วยกีฬาแต่ละประเภททำให้เกิดการบาดเจ็บส่วนใดบ้างเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและป้องกันอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้ ผศ.นพ.ภาริส  วงศ์แพทย์  แพทย์ผู้อำนวยการ DBC Spine Clinic & Gym ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะกีฬาที่นิยม ทั้งการปั่นจักรยาน การวิ่ง การเล่นแบดมินตัน เทนนิส ว่าการออกกำลังกายประเภทเหล่านี้อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บอะไรบ้าง เทนนิส โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บได้แก่ กระดูกร้าว เอ็นใต้ลูกสะบ้าอักเสบ เอ็นข้ออักเสบ เอ็นข้อไหล่อักเสบ แบดมินตัน โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บได้แก่ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เอ็นใต้ลูกสะบ้าอักเสบ  หมอนรองในข้อเข่า หรือเอ็นข้อเข่าบาดเจ็บ/อักเสบ เอ็นข้อศอก เอ็นข้อไหล่ เอ็นข้อมืออักเสบ ข้อเท้าแพลง วิ่ง โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บได้แก่ รองช้ำ เอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกร้าว เอ็นใต้ลูกสะบ้าอักเสบ เอ็นหรือผังผืด ITB ข้างต้นขาอักเสบ ข้อเท้าแพลง ปั่นจักรยาน […]

สาเหตุที่ “มะเร็งปอด” ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต และพบมากสุดอันดับ 5 ในเพศหญิง

เคยมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นไหม? ถ้าไม่เคยสูบบุหรี่ คุณจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดหรือไม่? นอกจากการไอ สัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าคุณมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปอดมีอะไรบ้าง? เมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอด โรคนี้สามารถรักษาหายได้หรือไม่? มะเร็งปอดแบ่งเป็นกี่ระยะ และคีโม คือ ทางรักษาเดียวของโรคนี้หรือไม่? หากสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ถูกต้อง สิ่งนี้สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดเป็นอย่างดี แต่หากยังไม่สามารถตอบได้หรือตอบได้ไม่หมด นี่จะเป็นบทความที่ทำให้รู้จักโรคมะเร็งปอด ภัยร้ายใกล้ตัวได้ดียิ่งขึ้น คนส่วนมากมีความเข้าใจว่า ผู้ที่จะเป็นโรคมะเร็งปอดได้นั้นต้องเป็นผู้สูบบุหรี่หรือผู้สูดดมควันที่เป็นมลพิษมาเป็นระยะเวลายาวนานเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วยังมีอีกหลายสาเหตุที่คุณไม่คาดคิดซึ่งสามารถนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งปอดได้ เช่น การสูดดมควันจากการทำอาหาร ควันที่มาจากธูปหรือเทียน และการเกิดยีนกลายพันธุ์ขึ้นในร่างกาย หลังจากทำความรู้จักกับสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งปอดแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรทำ คือ การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบข้าง การไอถือเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งที่คนทั่วไปรับรู้กันดีว่าผู้ที่มีอาการไออาจจะมีปัญหาสุขภาพบางอย่างเกิดขึ้นที่ปอด แต่สำหรับโรคมะเร็งปอดนั้นจำเป็นต้องสังเกตอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนร่วมด้วย โดยหากมีอาการไอเรื้อรัง ไอปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ เหนื่อยง่าย เสียงแหบ หากอาการเหล่านี้แสดงว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องไปหาหมอเพื่อตรวจเช็คให้แน่ใจว่ามีเนื้อร้ายอยู่ในปอดหรือไม่เพื่อทำการรักษาให้ทันท่วงที เนื่องจากโรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่ยิ่งรู้ไว รักษาเร็ว จะมีโอกาสหายได้มากขึ้นหากถูกวินิฉัยว่าเป็นเพียงในระยะที่หนึ่งหรือสอง การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอดหรือไม่ ต้องใช้วิธีการเอ็กซเรย์ที่ปอด หรือส่องกล้องเข้าไปดูในหลอดลมแล้วพบว่ามีก้อนอยู่ จากนั้นจึงตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจเพื่อดูผลว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ และอีกวิธี คือ การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสีโดยโรคมะเร็งปอดสามารถแบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะจะมีการรักษาที่แตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ระยะที่ 1 นั้นเป็นระยะที่จะพบว่ามีก้อนบางอย่างอยู่ในปอดซึ่งในระยะนี้ โรคมะเร็งปอดมักจะไม่มีการแสดงอาการความผิดปกติของร่างกายออกมา ระยะที่ […]

กลิ่นปาก ทำเสียบุคลิก! 5 ทางแก้ปัญหาสุขภาพฟันวัยทำงานที่ไม่ควรละเลย

วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องพบปะพูดคุย สุขภาพของช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้ามีปัญหาเรื่อง กลิ่นปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ ฟันเหลือง ฟันแตก ฟันบิ่น เป็นต้น ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มักจะมีพฤติกรรมการกินจุบกินจิบ การอมลูกอมทำให้เสี่ยงต่อการฟันผุ ละเลยการแปรงฟันทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ การเคี้ยวฟันโดยไม่รู้ตัวขณะเครียดเสี่ยงต่อการเกิดฟันบิ่นหรือแตกหัก บางคนดื่มชากาแฟทุกวันทำให้ฟันมีคราบสีเกาะติดตามผิวฟันและซอกฟันดูแล้วไม่สวยงามเวลายิ้ม ปัญหาภายในช่องปากหลายๆ ประการเป็นสาเหตุของกลิ่นปากและทำให้เสียบุคลิกภาพ ทพญ.รัศมี  จินดาโรจนกุล คลินิกทันตกรรมสตาร์เด็นท์ ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ลุมพินี) ได้กล่าวว่า ในวัยทำงานคืออายุ 25 ปีขึ้นไป เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มีงานทำ หารายได้ได้ด้วยตัวเอง ต้องเข้าสังคมที่เป็นทางการมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น การดูแลทำความสะอาดร่างกายรวมทั้งช่องปากจึงมากขึ้นตามไปโดยปริยาย การทำความสะอาดด้วยแปรงสีฟันร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน การใช้ไหมขัดฟันหลังอาหารทุกมื้อหรืออย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือนก็เพียงพอ แต่สำหรับบางคนไม่ดูแลสุขภาพฟันอย่างเพียงพอก็ทำให้เกิดปัญหาได้ โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่ของคนทำงานจะเป็นเรื่องของฟันเหลือง เกิดจากคราบบุหรี่ ชา กาแฟ ทำงานดึกจนเพลินไม่ค่อยได้แปรงฟันก่อนนอนทำให้ฟันผุ การเคร่งเครียดขบฟัน กัดฟัน ทำให้ฟันแตก […]

กินไว้ให้เป็นนิสัย! กับ 6 สุดยอดกลุ่มอาหารต้านมะเร็งที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

ทุกวันนี้เราอาจไม่ได้สังเกตว่า ผู้หญิงนั้นเริ่มมีการใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์และการออกกำลังกาย เพราะใครๆ ก็ไม่อยากป่วยกันทั้งนั้น ยิ่งเมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งอันดับต้นๆ ที่หลายต่อหลายคนกลัว ยิ่งทำให้เทรนด์การดูแลสุขภาพกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่การตรวจสุขภาพประจำปี แต่กลับไปตั้งต้นที่อาหารที่เราทานกันอยู่ทุกวัน แพรวดอทคอม อยากให้สาวๆ ห่างไกลจากโรคนี้ จึงขอแนะนำกลุ่มอาหารต้านมะเร็งให้สาวๆ ได้ลองทานกันบ่อยๆ นะคะ 6 กลุ่มอาหารต้านมะเร็งในปัจจุบันที่พบงานวิจัยทางการแพทย์ ผักตระกูลครูซิเฟอรัส ผักตระกูลครูซิเฟอรัส ได้แก่ บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก ผักกลุ่มนี้อุดมด้วยสารประกอบที่ชื่อ อินโดล-ทรี-คาร์บินัล (Indole-3-Carbinol) และซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งจะเพิ่มการขับฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมออกมา มีการศึกษาพบว่า สารประกอบสองตัวนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย การทานนิยมลวกในน้ำเดือดไม่เกิน 2-3 นาที หรือทานต้นอ่อนแรกแตกหน่อแบบสดๆ จะได้สารสำคัญนี้สูง ปัจจุบันยังมีสารสกัดทำออกมาในรูปแบบอาหารเสริมเพื่อใช้ในการบำรุงร่างกายและง่ายต่อการดูแลสุขภาพสำหรับคนไม่มีเวลา เห็ด เห็ดจัดเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในอาณาจักรเห็ดรา ที่โดดเด่นออกมาจากอาณาจักรพืชและสัตว์ เห็ดหลายชนิดมีคุณมากกว่าโทษ ในเห็ดหลายชนิดมีสรรพคุณในการเพิ่มภูมิต้านทานร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายและป้องกันมะเร็ง งานวิจัยของ International Journal of Cancer แนะนำให้ทานเห็ดต่างๆ วันละ 10 กรัม จะให้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ส่วนเห็ดที่ได้รับการยอมรับเรื่องป้องกันโรคมะเร็ง และนิยมนำมาสกัดเป็นอาหารเสริม […]

สงสัยไหม..จำเป็นต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ เริ่มตรวจอายุเท่าไร โปรแกรมไหนดี

ช่วงนี้หยุดยาวหลายวัน ทั้งเที่ยว ทั้งกิน ทั้งดื่มกันเต็มที่ใช่ไหมคะ แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ บางคนชอบละเลยมองข้ามเรื่องสุขภาพ เพราะยังไม่รู้สึกเจ็บป่วย แพรวดอทคอม จะบอกให้ค่ะว่า ตรวจสุขภาพสำคัญอย่างไร จำเป็นต้องตรวจหรือไม่ เริ่มตรวจตั้งแต่อายุเท่าไรดี… เชื่อว่าหลายท่านคงมีคำถามเหล่านี้ในใจ คำตอบก็คือสำคัญมากค่ะ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันสูงถ้าเป็นระยะแรกมักไม่มีอาการแต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะลุกลามกลายเป็นโรคเรื้อรังรักษายาก เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง ซึ่งโรคเรื้อรังเหล่านี้สามารถป้องกันรักษาหายได้ถ้ารู้ปัญหาตั้งแต่ระยะแรก แต่คนส่วนใหญ่มักรอมีเหตุหรืออาการก่อนจึงค่อยมาตรวจสุขภาพกัน การตรวจสุขภาพเป็นการหาปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค บางโรคมีความผิดปกติซ่อนอยู่ แอบแฝงอยู่เป็นปีๆ แต่ยังไม่แสดงอาการ การที่เราตรวจก่อนก็จะได้รู้ถึงความเสี่ยง หรือโอกาสที่จะเป็น เพื่อจะได้หาทางป้องกัน และบางโรคถ้าตรวจเจอก่อน ก็มีโอกาสรักษาให้หายมากกว่าเจอในขั้นที่รุนแรงแล้ว แล้วใครบ้างที่ต้องตรวจสุขภาพ พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Total Check Up Center ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้แนะนำว่า ทุกคนควรได้รับการตรวจสุขภาพ โดยทั่วไปเริ่มตรวจสุขภาพได้ตั้งแต่อายุ 30 ทั้งนี้ขึ้นกับภาวะสุขภาพ อายุ […]

สาวออฟฟิศอาจแก้ปัญหารถติดไม่ได้ แต่เลี่ยงโรคกล้ามเนื้อที่เกิดจากการขับรถได้

ปัญหารถติดก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลา สิ้นเปลืองพลังงาน ก่อให้เกิดมลพิษ อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดความเครียด อารมณ์หงุดหงิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อตนเองและคนรอบข้าง ยิ่งไปกว่านั้น การนั่งขับรถนานๆ ยังทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย โดยเฉพาะโรคทางกล้ามเนื้อต่างๆ สภาพการจราจรที่ติดขัด ทำให้คนที่ขับรถหลายคนนั่งอยู่ท่าเดิมโดยมือจับพวงมาลัยค้างไว้นานๆ  เนื่องจากจะต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลาว่ารถจะหยุดหรือเคลื่อนตัว สามารถทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ และเป็นอันตรายไปถึงกระดูกสันหลังได้ทั้งสิ้น อาทิ โรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เกิดจากการที่ขับรถและมืออยู่ที่พวงมาลัยนานมาก ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี คล้ายอาการเส้นเลือดตีบ และอาจทำให้รู้สึกชาครึ่งตัว ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย โรคกล้ามเนื้อคออักเสบ การเกร็งอยู่ท่าเดิมจะทำให้เกิดอาการปวดคอ ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถ ส่งผลต่อเนื่องไปสู่บ่า แขน และขา ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง หมอนรองกระดูกเสื่อม อาการจะเริ่มจากการปวดหลัง และรู้สึกเหมือนร้าวลงขาทั้ง 2 ข้าง หรือขาชา ซึ่งยังอาจทำให้เกิดอาการเอวคดตามมา แพรวดอทคอม และฟอร์ด จึงขอแนะนำ 5 วิธีการป้องกันโรคกล้ามเนื้อที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ รวมถึงการยืดเหยียดในรถ เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการดังกล่าว ปรับเบาะที่นั่งให้เหมาะกับสรีระ สิ่งที่ผู้ที่ขับรถมักลืมทำก่อนขับรถ คือ การปรับเบาะให้นั่งสบายที่สุด หากที่นั่งตั้งตรงเกินไป อาจทำให้ต้องนั่งเกร็งในท่าเดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการทางกล้ามเนื้อได้ สร้างบรรยากาศเพื่อลดความตึงเครียด […]

อยากสวย..หยุดหงุดหงิด! อย่าปล่อยให้ความเครียดกระตุ้น “สิว” ให้ลุกลาม

เวลาเครียดแล้วสิวขึ้น หรือมารู้ตัวอีกทีตอนสิวขึ้นแล้วรู้สึกเครียดและต้องการจัดการกับ “สิว” ให้หายไปเร็วๆ จนอดใจไม่ไหวที่ต้อง บีบ กดและแกะสิว แต่เดี๋ยวก่อน! หยุดหงุดหงิด และหันมาจัดการกับความเครียด ไม่แกะสิว ก่อนที่สิวจะอักเสบและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ตามผลการวิจัยเรื่องผิว พบว่าความเครียดและสิวมีความเกี่ยวข้องกันแบบแยกไม่ออก โดยมีผลวิจัยจาก ภาควิชาโรคผิวหนังและกามโรค มหาวิทยาลัยซาเกร็บประเทศโครเอเชีย ในปี 2017 พบว่าสภาพจิตใจและความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดโรคสิว เนื่องจากความเครียดทางอารมณ์ส่งผลต่อการผลิตของฮอร์โมนบกพร่อง ซึ่งส่งผลต่อการเกิดสิว โดยในบทสรุปให้คำแนะนำว่าการรักษาสิวนั้น แพทย์ผิวหนังควรตระหนักถึงปัจจัยทางจิตวิทยาที่นำไปสู่การเกิดสิว รวมถึงการรับรู้ภาวะความเครียดของผู้ป่วยที่เป็นสิวเองด้วย ผสมผสานการรักษาแบบสหวิทยาการกับผู้เป็นสิวที่ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับแพทย์ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ด้วย นอกจากนั้นยังมีการวิจัยจาก King Abdulaziz University, Jeddah, Saudi Arabia 2017 ซึ่งศึกษาในนักศึกษาแพทย์หญิง อายุ 22-24 ปี พบว่า ความรุนแรงของความเครียดมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของสิวอีกด้วย อย่างไรก็ตามนักวิจัยบางท่านมีความเห็นว่าจะต้องมีการวิจัยต่อไปเกี่ยวกับระดับความสัมพันธ์ของความเครียดกับการเกิดสิวเพื่อที่จะได้วางแผนป้องกันและรักษาสิวจากความเครียดได้ดียิ่งขึ้น “สาเหตุจากการเกิดสิว เกิดจากหลายอย่าง เช่น อาหาร ฮอร์โมน พันธุกรรม สภาวะแวดล้อม หรือจากความเครียด สำหรับความเครียดเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะมาจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบและมลภาวะ รวมถึงความกดดันจากการทำงานหรือการเรียน ล้วนเป็นปัจจัยให้เกิดความตึงเครียดได้ง่าย” ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ […]

เช็คเลย “ตกขาว แบบไหนไม่ธรรมดา” อย่าปล่อยไว้ไม่ไปหาหมอเพราะความอาย!!

วันนี้ แพรวดอทคอม มีบทความดีๆ มีประโยชน์ แต่สาวๆ หลายคนมักมองข้ามหรือไม่ให้ความสำคัญมาฝากค่ะ เรื่องของ ตกขาว หรือระดูขาว เป็นของเหลวที่ถูกขับออกจากช่องคลอดของผู้หญิงทุกคน ซึ่งปกติจะไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเจอกับตกขาวผิดปกติและปล่อยไว้ไม่ไปหาหมอเพราะความอาย!! ตกขาว แบบไหนต้องไปหาหมอ ปริมาณตกขาวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องเปรียบเทียบกับตัวเอง ว่าแต่เดิมเคยมีปริมาณตกขาวช่วงก่อนมีรอบเดือน กลางรอบเดือน และหลังรอบเดือนเป็นอย่างไร หากมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณมากขึ้นจนผิดสังเกต ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นการตกขาวผิดปกติ ลักษณะเปลี่ยนไป ปกติตกขาวจะเป็นน้ำขุ่นๆ แปรตามช่วงรอบเดือน โดยช่วงก่อนและหลังประจำเดือนจะขุ่นมากกว่าช่วงกลางรอบเดือน แต่ถ้าตกขาวมีลักษณะขุ่นมากขึ้น จนบางครั้งอาจข้นเหมือนแป้งเปียกหรือคราบนม ตกขาวนี้อาจเกิดจากเชื้อรา สี โดยทั่วไปควรเป็นสีขาวขุ่น อาจมีเหลืองนวลๆ หรือขาวเหลืองนิดๆ แต่ถ้าเริ่มเหลืองเขียว ออกเป็นหนอง ถือว่าไม่ปกติ ตกขาวสีเหลือง เกิดจากติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด มักมีสีเหลืองแต่ไม่ข้นมาก บางครั้งมีฟอง มีอาการคัน และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ส่วนใหญ่เกิดจากโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์หรือจากสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรืออุปกรณ์ทางเพศ เป็นต้น ตกขาวสีเหลืองหรือสีขาวขุ่น มีสาเหตุมาจากเชื้อรา ลักษณะตกขาวมีความข้น กลิ่นคล้ายนมบูดเมื่อปัสสาวะจะมีอาการแสบคัน เพราะช่องคลอดเกิดการระคายเคือง อาจลุกลามจนเกิดอาการแสบแดงบริเวณขาหนีบ ตกขาวลักษณะนี้มักเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะหรือในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น ตกขาวสีเขียว เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด จากการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอด หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อโรค เช่น โรคหนองใน เป็นต้น ตกขาวมีสีเขียวหรือสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็นคาวปลา บางรายมีอาการคันและปวดแสบขณะปัสสาวะ ตกขาวสีน้ำตาล ส่วนใหญ่เกิดจากผนังมดลูกลอกตัวช้า มักพบหลังจากมีประจำเดือน ซึ่งในช่วงที่มีประจำเดือนผนังมดลูกยังไม่ทันลอกตัวหมด […]

โยคะบำบัด เน้นบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ผสานระหว่างหฐโยคะและการนวด

เอาใจหนุ่มสาวออฟฟิศคนเมือง ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม เกร็งและตึงของกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ ไหล่ หรืออาการตึงล้าของกล้ามเนื้อดวงตาเนื่องจากการมองคอมพิวเตอร์ หรือจอมือถือตลอดทั้งวัน รวมถึงความเครียดต่างๆ จากการทำงาน โดย ปัญญ์ปุริ ได้จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง โยคะนวดบำบัด บรรเทาออฟฟิศซินโดรม (Therapeutic Yoga for Office Syndrome) การผสมผสานระหว่างหฐโยคะและการนวดบำบัด เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายร่างกาย ลดอาการตึงล้าของกล้ามเนื้อ สอนโดย “ครูแนน” วริษา สุทธิกุลพานิช ครูโยคะผู้เปี่ยมประสบการณ์ที่ได้รับการรับรองและผ่านการฝึกสอนโยคะจากสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของผลงานหนังสือโยคะสำหรับนักวิ่ง โดยได้ผสมผสานการฝึกโยคะท่าต่างๆ เข้ากับเทคนิคการนวดแผนไทย เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่านโปรแกรมต่างๆ มากมาย เพื่อผ่อนคลายอาการต่างๆ ปรับโครงสร้างร่างกาย และสร้างความผ่อนคลายเพื่อลดอาการออฟฟิศซินโดรม เพื่อช่วยให้ผู้ที่ทำงานออฟฟิศรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใส และมีชีวิตที่มีความสมดุลยิ่งขึ้น รวมทั้งมีโปรแกรมนวด Office Therapy Deep Muscle Relief Massage ออกแบบมาเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ โดยใช้เทคนิคการนวดแบบการยืดเหยียดในการเล่นกีฬา เพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ล้ำลึก ทำให้รู้สึกสดชื่น และมีพลังชีวิตมากขึ้น โยคะบำบัด เน้นบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ผสานระหว่างหฐโยคะและการนวด เพราะคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันคนวัยทำงานที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ใช้เครื่องมือสื่อสารอย่างสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ทำให้หลายคนมีอาการปวดเมื่อยตึงตามบริเวณคอ […]

keyboard_arrow_up