แชร์ท่า “โยคะสำหรับนักวิ่ง” ที่ควรทำเพื่อยืดเหยียดหลังการวิ่ง ป้องกันการบาดเจ็บ

สำหรับนักวิ่ง เหนือกว่าเส้นชัย อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ “การมีสุขภาพที่แข็งแรง” แต่ก็มีหลายคนที่เตรียมความพร้อมก่อนวิ่งไม่เพียงพอ จนทำให้แมตช์วิ่งนั้นกลายเป็นสนามแห่งการบาดเจ็บและ “การทำลายสุขภาพ” ซึ่งสาเหตุที่พบกันบ่อยก็คือ การได้รับบาดเจ็บจากการยืดหรือคลายกล้ามเนื้อไม่มากพอหรือไม่ถูกวิธีนั่นเอง ซึ่ง ครูแนน – วริษา สุทธิกุลพานิช ครูโยคะนักวิ่งมากประสบการณ์กว่า 12 ปี ได้สาธิตท่า โยคะสำหรับนักวิ่ง ที่ควรนำไปปฏิบัติเพื่อการยืดเหยียดหลังการวิ่ง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นได้ ครูแนน-วริษา สุทธิกุลพานิช เจ้าของหนังสือ “Yoga for Runners: โยคะสำหรับนักวิ่ง” ได้บอกไว้ว่า “โยคะสอนให้เราทุกคนรู้จักร่างกาย ได้ฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจเรานิ่งมากขึ้น เมื่อเรารู้จักร่างกายเราได้ดีขึ้น เราก็จะเคารพและรักร่างกายเรามากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้ด้วย “และด้วยความที่เราชอบวิ่งและมีนักวิ่งมาฝึกโยคะกับเราบ้าง และเริ่มมีมาปรึกษาเรื่องวิธีการยืดคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาและป้องกันอาการบาดเจ็บจากการวิ่งค่อนข้างมาก ซึ่งการใช้โยคะในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังการวิ่ง โดยใช้ท่ายืดเหยียดแบบค้าง สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดตึงบริเวณต่างๆ และการฝึกฝนท่ายืดเหล่านี้เป็นประจำสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แกนกระดูกสันหลัง เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และข้อต่อทั่วร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อของเราแข็งแรง ข้อต่อ และกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ก็จะช่วยป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บจากการใช้กล้ามเนื้อ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการวิ่งของเราดียิ่งขึ้นตามไปด้วย” นอกจากนี้ครูแนนยังนำท่าโยคะที่สามารถนำไปปฏิบัติหลังวิ่งมาฝากกัน  […]

ก่อนเรื้อรังหนัก “กรดไหลย้อน” โรคฮิตชีวิตคนเมืองป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

“กรดไหลย้อน” เป็นโรคยอดฮิตตามติดชีวิตคนเมืองไปแล้วในปัจจุบัน ด้วยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ รวมไปถึงพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง จึงเป็นสาเหตุให้กระเพาะทำงานหนัก หลั่งกรดออกมาย่อยมากกว่าเดิม กรดที่เกินอาจจะไหลย้อนกลับขึ้นมาระคายเคืองที่หลอดอาหาร กลายเป็นอาการกรดไหลย้อน ที่ทำให้เราเกิดอาการแสบร้อนได้ หากจะอธิบายให้ละเอียดขึ้น โรคกรดไหลย้อน คือ โรคที่เกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หรือแม้แต่ตอนที่ไม่ได้ทานอาหาร เช็คอาการของกรดไหลย้อน รู้สึกแสบร้อนบริเวณกระเพาะไล่มาถึงลำคอ เนื่องจากกรดไหลย้อนขึ้นจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้กรดไหลย้อน การทานอาหารตอนดึก ทานแล้วนอนเลย ทานไม่เป็นเวลา ทานเยอะหรือเร็วเกินไป และการไม่ทานผักผลไม้ ล้วนทำให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากกว่าปกติ และหลั่งไม่เป็นเวลา ส่งผลให้หูรูดกระเพาะเสื่อม ควบคุมกรดไม่ได้อีกต่อไป อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเป็นกรดไหลย้อน อาหารทอด อาหารมัน อาหารรสจัด ทั้งเผ็ด เค็ม เปรี้ยว  อาหารหมักดอง ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่นสับปะรด ส้ม มะนาว อาหารที่ทำมาจากถั่ว เนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน (ชา กาแฟ) น้ำอัดลมที่มีทั้งแก๊สและคาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารบรรเทากรดไหลย้อน เครื่องดื่มร้อน เช่น ชาสมุนไพร ชาขิง […]

ชี้ทางแก้ “นอนไม่หลับ” จนตาคล้ำไม่สวย แถมเร่งแก่ เร่งป่วย ร่างกายทรุดเร็ว

การนอนไม่หลับ ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่น่ากลัวมาก เมื่อ นอนไม่หลับ และเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สามารถส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ แต่ละคนอาจมีความรู้สึกต่อการนอนไม่หลับได้หลายแบบ เช่น นอนหลับยาก ใช้เวลานานจึงจะหลับได้ หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ หลับง่ายแต่มาตื่นตอนดึกแล้วหลับต่อยาก ปัญหานอนไม่หลับมีหลายแบบ เกิดขึ้นตามระยะเวลา ทั้งแบบชั่วคราว เป็นๆ หายๆ และแบบเรื้อรัง ผลกระทบต่อการนอนไม่เพียงพอนั้น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น โอกาสที่จะขาดงานเพิ่มขึ้น มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เฉี่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิดและขาดสมาธิ ซึ่งสาเหตุของอาการนอนไม่หลับส่วนใหญ่มาจากอารมณ์และความเครียด สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่มีผลกระทบจากแสง เสียง กลิ่น อาการเจ็บป่วย เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงการทำงานเป็นกะ ระหว่างกลางวันและกลางคืน ซึ่งหากมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า 1 สัปดาห์ หรือมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ควรมาปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้นได้ เช่น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิต น้ำตาล และไขมัน รวมถึงภูมิต้านทานลดลง มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก สมรรถภาพทางเพศลดลง ผิวพรรณหมองคล้ำ ดูแก่ก่อนวัย […]

กินอาหารตามธาตุ ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ไม่เจ็บป่วย ตามหลักการแพทย์แผนไทย

ตามหลักการแบบของแพทย์แผนไทย ในร่างกายของคนเราประกอบด้วยธาตุทั้ง 4  ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งในแต่ละคนนั้นจะมีธาตุที่เด่นหนึ่ง หรือสองธาตุเรียกว่า “ธาตุเจ้าเรือน” การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับธาตุเจ้าเรือนของตนเองนั้น จะช่วยปรับธาตุทั้ง 4 ให้มีความสมดุลกัน จะทำให้ไม่เจ็บป่วย และมีสุขภาพดี โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ จะช่วยปรับธาตุที่หย่อนให้มีความสมดุลได้ ซึ่งการ กินอาหารตามธาตุ แต่ละธาตุจะเหมาะกับรสชาติอาหารที่แตกต่างกันออกไป จึงขอแนะนำการกินอาหารตามธาตุ ดังนี้ กินอาหารตามธาตุ ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ไม่เจ็บป่วย ตามหลักการแพทย์แผนไทย คนธาตุดิน (เกิดเดือนตุลาคม) มักจะมีร่างกายและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง รูปร่างค่อนข้างใหญ่ เสียงดังชัดเจน มีเหงื่อมาก ทนร้อนหนาวได้ดี อีกทั้งคนธาตุดินจะมีบุคลิกที่ค่อนข้างเฉื่อย รสอาหารที่เหมาะกับคนธาตุดิน คือ รสหวาน มัน เค็ม จะช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น เมนูที่แนะนำ คือ ยำผักกูด ยำไข่ต้ม ยำถั่วพู คนธาตุน้ำ (เกิดเดือน มิ.ย. , ก.ค. , ส.ค.) มักเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อและกระดูกสมส่วน ผิวพรรณนุ่มนวล ผมหนามัน […]

ไม่ต้องผ่าตัด! นวัตกรรมใหม่รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ผู้หญิงวัย 30+ เสี่ยงสูง

ในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีผู้ที่มี เส้นเลือดโป่งพอง ที่สมองคิดเป็น 1 คนในทุกๆ 50 คน หลอดเลือดโป่งพองเป็นจุดที่เส้นเลือดแดงมีความอ่อนแอ โดยมักจะเกิดกับเส้นเลือดแดงในสมองหรือในเส้นเลือดแดงใหญ่ของร่างกาย ในปัจจุบันพบโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเพิ่มมากขึ้น โดยพบในผู้หญิงอายุระหว่าง 30-60 ปี ที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดสมองโป่งพองมากที่สุด ในขณะที่ผู้ชายอายุมากกว่า 65 ปี จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองมากที่สุดร่วมกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เราสามารถสังเกตปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้จากข้อมูลโดย ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ดังนี้ หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) มีความสำคัญคือ เป็นหลอดเลือดหลักที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ประสาทไขสันหลัง แขน ขา และอวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับ ไต ลำไส้ ดังนั้น หากหลอดเลือดแดงใหญ่มีพยาธิสภาพหรือความผิดปกติเกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ได้ หรือหากมีการโป่งพองปริแตกก็จะทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเส้นเลือดแดงโป่งพองคือ ผู้ที่สูบบุหรี่จัด มีภาวะถุงลมโป่งพอง มีประวัติครอบครัวที่มีเส้นเลือดโป่งพอง มีความดันโลหิตสูง มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เป็นกลุ่มอาการ Marfan (เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน) ผู้เป็นโรคเบาหวาน […]

ยืน เดิน นั่ง นอน ผิดท่า! กระทบต่อโครงสร้างร่างกายและก่อให้เกิดโรคต่างๆ ที่ซ่อนอยู่

ท่าง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ายืน เดิน นั่ง นอน คุณทำถูกต้องแล้วหรือยัง? ท่าง่ายๆ ที่เราอาจไม่ค่อยให้ความสนใจและความสำคัญ ทำแต่ละท่าอย่างไม่มีสติด้วยความคุ้นชิน ยืนพักขา นั่งหลังค่อม นอนคุดคู้  คิดว่าเป็นท่าที่สบายผ่อนคลาย เมื่อทำไปนานๆ อาการปวดเมื่อยล้าจากการ ยืน เดิน นั่ง นอน ที่ไม่ถูกท่า มีผลกระทบต่อระบบโครงสร้างร่างกาย อาจนำมาซึ่งโรคต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด หมอนรองกระดูกเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ปวดไหล่/ไหล่ติด ชามือ กระดูกคอเสื่อม เป็นต้น เพียงแค่ลองใส่ใจท่าเหล่านี้กันสักนิด นอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกแล้ว ยังลดอาการปวดเมื่อยได้อย่างเหลือเชื่อ ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา มักหนีไม่พ้นอิริยาบถ ยืน เดิน นั่งและนอน และท่าทางเหล่านี้มีผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกายเป็นอย่างมาก การอยู่ในท่าทางที่ผิด มักเป็นการสะสมความผิดปกติให้กับร่างกายและก่อทำให้เกิดโรคในที่สุด จึงจำเป็นที่ต้องตระหนักถึงการอยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้องในทุกเมื่อเมื่อนึกได้ ซี่งจะขอกล่าวเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้ การยืน การยืนที่ถูกวิธีนั้น สำคัญที่สุดต้องอาศัยการมีสติ ค่อยๆ ฝึกฝนให้เกิดความคุ้นชินที่ถูกต้อง เริ่มต้นจาก เท้าทั้งสองข้างกางอยู่ในระดับเดียวกันกับสะโพก ปลายเท้าทั้งสองข้างชี้ไปทางด้านหน้า […]

สุขภาพดีไม่มีทางลัด! แชร์ 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการ ดีท็อกซ์ลำไส้

ปัจจุบันการแชร์และส่งต่อข่าวสารสุขภาพเกิดขึ้นมากมายทุกวัน หลายเรื่องเป็นความจริงที่ผ่านการวิจัย พิสูจน์และรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ แต่หลายครั้งข่าวสารกลับเผยแพร่อย่างบิดเบือนจนน่าตกใจ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามคือความเข้าใจผิดของการ ดีท็อกซ์ลำไส้ ทั้งเครื่องดื่มดีท็อกซ์สำเร็จรูป สูตรดีท็อกซ์ธรรมชาติ และการสวนดีท็อกซ์อีกหลายรูปแบบ มาดูกันว่า 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ลำไส้ จาก พญ.ผุสดี โรจน์พลากร มีอะไรกันบ้าง 1. ดีท็อกซ์ช่วยลดไขมัน หลายสูตรหลายวิธีเน้นการทำดีท็อกซ์ด้วยการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะการถ่ายอุจจาระ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกตัวเบา  แต่ในความจริงแล้ว การขับถ่ายมีเพียงอุจจาระและน้ำเท่านั้น แต่ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปเลย บางกรณีผู้ขับถ่ายอาจเสียเกลือแร่และวิตามินจากการขับถ่ายจำนวนมากจนเกิดปัญหาสุขภาพตามมา 2. เครื่องดื่มยอดฮิตคือทางลัดของการทำดีท็อกซ์ สุขภาพดีไม่มีทางลัด การทำดีท็อกซ์ก็เช่นกัน การซื้ออาหารเสริมหรือเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ขายตามท้องตลาดหรือในโลกออนไลน์ ควรอ่านข้อมูลให้ครบ ดูส่วนผสม และดูว่ามีอย.หรือไม่ ทางที่ดีไม่ควรซื้อหามารับประทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์อย่างเด็ดขาด 3. น้ำหมักช่วยขับของเสีย การนำผักและผลไม้มาหมักเพื่อให้เกิดน้ำหมักใช้ดื่มเพื่อล้างพิษ อาจเสี่ยงสารพิษตกค้างในกรณีที่ล้างทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อนำไปหมักด้วยวิธีต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนระหว่างการหมัก ทั้งจากภาชนะและวัตถุดิบ รวมถึงมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ง่าย ส่งผลให้ท้องเสีย หรือมีผลต่อระบบทางเดินอาหารในระยะยาวได้ 4. ยาระบาย ทดแทนดีท็อกซ์ ยาระบาย มีฤทธิ์ช่วยดึงน้ำออกจากผนังลำไส้ ส่งผลให้เนื้ออุจจาระนิ่มและขับถ่ายออกได้ง่าย โดยที่ยาระบายไม่สามารถชะล้างสารพิษหรือคราบตะกรันที่สะสมตามผนังลำไส้ ในกรณีที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ 5. […]

รู้จัก “โยคะ นิทรา” การดูแลสุขภาพแบบป้องกัน เสริมภูมิคุ้มกันจากมลภาวะรอบตัว

วันนี้ แพรวดอทคอม จะพาสาวๆ ไปรู้จักการดูแลสุขภาพที่เน้นรูปแบบ Preventive Approach หรือการดูแลสุขภาพแบบป้องกัน โดยในทุกบริการนั้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องเผชิญในศตวรรษ 21 อย่าง การนอนไม่หลับ ความเครียด ความเหนื่อยล้า และมลภาวะ กับคลาสออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้สามารถนอนหลับลึกอย่างมีคุณภาพ คลายความเครียด ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า พร้อมทั้งขจัดสารพิษ และเสริมภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกายจากมลภาวะรอบตัวของคนเมืองด้วยคลาส โยคะ นิทรา ที่อยากให้ทุกคนได้ลองกัน โยคะนิทรา หรือ YOGA NIDRA คือ การฝึกเทคนิคการผ่อนคลายทั้งภายในจิตสำนึก และจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคล การนอนหลับนั้นเป็นเสมือนการพักผ่อน ร่างกายของคุณภายนอกหยุดการทำงานด้วยดวงตาที่ปิดสนิทเมื่อนอนหลับ แต่ภายในร่างกาย และจิตใจนั้นยังไม่ได้หยุดการทำงาน โยคะนิทราจึงเป็นการฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลายจากภายในจิตใจ ในระหว่างการเรียนของโยคะนิทรานั้นร่างกายจะอยู่ในสภาวะกึ่งนอนหลับ และรู้สึกตัว กล้ามเนื้อทั้งร่างกายจะผ่อนคลาย และจิตใจที่สงบและมีสมาธิเพิ่มมากขึ้น ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกโยคะนิทราคือ ความสดชื่นทั้งร่างกาย และจิตใจที่ได้รับการพักผ่อนอย่างล้ำลึก มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น เป็นการเติมพลังงานชีวิตในทางบวกให้กับตัวเอง และประโยชน์สูงสุดคือการทำให้นอนหลับลึก และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นจนรู้สึกได้ โยคะนิทรานั้นเหมาะสำหรับคนทุกเพศ และวัย รวมไปถึงมารดาหลังคลอดบุตร โดยมีผลการวิจัยโดยวารสารสภาการพยาบาล ฉบับที่ 4 พบว่า “มารดาที่ผ่านการฝึกโยคะนิทราสามารถลดความเหนื่อยล้าจากการคลอดบุตร และสามารถฟื้นฟูสภาพอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจของมารดาให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และหากมีการปฎิบัติอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนในระบบเลือด ความเครียดลดลง ความดันโลหิตลดลงได้” (ข้อมูลจากวารสารสภาการพยาบาล ปีที่ 31 ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2559) และสำหรับใครที่สนใจอยากลองคลาส […]

นั่งผิดชีวิตเปลี่ยน หมอชี้ “นั่งจนชิน” เสี่ยงเป็นโรคร้าย โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ

เร่เข้ามาจ้าเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ  เพราะหากคุณ “นั่งจนชิน” หมอชี้อาจเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้โดยไม่รู้ตัว!! งานนี้ ดร.เสถียร สว่างโลก หรือ หมอเปิ่น ผู้บรรยายความรู้ด้านไคโรแพรคติก คลินิกการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์สว่างโลก ได้เผยว่า “หนุ่มสาวออฟฟิศต้องระวังหากนั่งผิดท่านานจนเคยชิน จะส่งผลเสียต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังและระบบประสาท ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นกระดูกคด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัญหาด้านการขับถ่าย รุนแรงจนถึงระดับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น” อีกทั้งดร.เสถียรยังเผยอีกว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้ป่วยที่มารับการรักษาพบว่าอาการส่วนใหญ่จะปวดตั้งแต่ต้นคอ กลางหลัง ไปจนถึงสะโพก รวมถึงการปวดศีรษะ และมีเสียงสะท้อนในหู ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมการนั่งในรูปแบบต่างๆ ที่ผิดหลักซ้ำจนเกิดความเคยชินและไม่รู้ตัว   เริ่มจากพฤติกรรมการนั่งยอดฮิต คือ “นั่งทำงาน” โดยเฉพาะในกลุ่มมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่า 7-8 ชั่วโมง ไม่นับรวมการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ การปวดบริเวณคอและบ่า เนื่องจากการก้มหน้ามองจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตา รวมถึงการใช้กำลังแขนในการพิมพ์งาน บางรายมีอาการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณหลังและสะโพก เพราะเวลาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะทำให้ร่างกายเกิดการเกร็งกล้ามเนื้อลำตัว และทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปที่บริเวณสะโพก การแก้ไขเบื้องต้น คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการนั่งใหม่ โดยนั่งให้สุดเก้าอี้ ไม่ควรนั่งเพียงแค่ปลายเก้าอี้ ใช้หมอนรองบริเวณหลังตรงสะโพก ปรับระดับคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา สังเกตเวลาพิมพ์งานจะต้องไม่ก้มหน้า และที่สำคัญคือ ทุกๆ […]

5 ทิปส์ปฏิวัตินักกินสายจังค์ฟู้ดเป็นสายเฮลตี้ เพราะ You Are What You Eat! ใช้ได้เสมอ!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกินอาหารคือ หนึ่งในหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดี ดังคำกล่าวที่ว่า You Are What You Eat! กินอะไรได้อย่างนั้น แต่จะกินแบบไหนล่ะเพื่อให้สุขภาพดี? แพรวดอทคอม มี 5 วิธีง่ายแสนง่ายที่จะช่วยทุกคนเปลี่ยนตัวเองจากสาย จังค์ฟู้ด มาเป็นสายเฮลตี้กันค่ะ 5 ทิปส์ปฏิวัตินักกินสาย จังค์ฟู้ด เป็นสายเฮลตี้ เพราะ You Are What You Eat! ใช้ได้เสมอ! กินให้ตรงเวลา เป็นเรื่องง่ายที่หลายคนทำไม่ได้เพราะคำว่า “รีบ” แต่ต่อให้ชีวิตคุณจะเร่งรีบแค่ไหนก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทุกมื้อต้องลงเอยด้วยอาหารจังค์ฟู้ดที่กินง่าย กินสะดวกเสมอไป เพราะสิ่งแรกของการจะมีสุขภาพที่ดีได้คือ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และกินให้ตรงเวลา เพื่อให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารที่ได้ไปใช้ประโยชน์ตรงตามเวลาการทำงานในกลไกของร่างกาย และยังป้องกันไม่ให้เป็นโรคยอดฮิตของยุคนี้อย่างโรคกระเพาะอาหารและโรคกรดไหลย้อนด้วย ปรุงน้อยก็อร่อยได้ จุดเด่นหนึ่งของจังก์ฟู้ดคือ เต็มไปด้วยรสชาติที่แสนอร่อย หนำซ้ำบางเมนูอย่างพิซซ่ายังให้เราเลือกใส่เครื่องได้ตามใจชอบหรือไก่ทอดที่มาพร้อมเครื่องปรุงช่วยเพิ่มรสชาติ ในขณะที่อาหารเพื่อสุขภาพมักถูกมองว่ามีแต่พืชผัก รสจืดชืด และไม่อร่อย จริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้มีอาหารเพื่อสุขภาพมากมายที่ไม่ต้องปรุงมากก็อร่อยได้ โดยอาศัยความสดและคุณภาพที่ดีของวัตถุดิบ ซึ่งการกินอาหารที่ปรุงน้อยจะช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากการกินสารปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป และไตทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กินหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าจังค์ฟู้ดน่ะไม่ได้มีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละมื้อ ส่วนใหญ่มักเต็มไปด้วยแป้งและไขมัน ดังนั้น การกินแต่จังค์ฟู้ดเป็นประจำอาจทำให้กลายเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงเป็นโรคขาดสารอาหาร […]

อยากลุคดีแต่ปวดเมื่อยมาก! ลอง 3 ท่าบริหารสำหรับคนที่ชอบใส่ส้นสูง

พฤติกรรมของสาวๆ ออฟฟิศ ที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวัน เพื่อบุคลิกภาพที่ดูดีเมื่อต้องไปพบปะลูกค้า หรือออกงานต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้า คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ ผจก.คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) จึงได้แนะนำท่าบริหาร เมื่อต้องใส่รองเท้าส้นสูง สำหรับสาวๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าการใส่ส้นสูงมีผลเฉพาะทำให้ปวดล้ากล้ามเนื้อน่อง แต่ความเป็นจริงแล้วการใส่ ส้นสูง มีผลกระทบได้ทั้งร่างกายค่ะ เริ่มตั้งแต่ทำให้การลงน้ำหนักไปอยู่ที่โคนนิ้วเท้า ทำให้เท้าผิดรูป กล้ามเนื้อน่องเกร็งอยู่ตลอดเวลา เข่าแอ่น หลังแอ่น ทำให้ความโค้งกระดูกสันหลังผิดรูป การที่ร่างกายอยู่บนส้นสูงทำให้กล้ามเนื้อตลอดแนวตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงหลังตึงมากกว่าปกติ ท่าที่ยืดได้ทั้งแนวกล้ามเนื้อฝ่าเท้าจนถึงหลังนี้ จะช่วยทำให้ลดความปวดเมื่อยล้าของหลัง เข่า น่อง และฝ่าเท้า ลดอาการเป็นตระคริวที่น่อง ลดอาการปวดหลังได้ อยากลุคดีแต่ปวดเมื่อยมาก! ลอง 3 ท่าบริหารสำหรับคนที่ชอบใส่ ส้นสูง   ท่ายืดกล้ามเนื้อฝ่าเท้า – หลัง นั่งพื้นเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า กางขาออกเล็กน้อย ยืดหลังตรง งอขาไว้เล็กน้อย กระดกปลายเท้าเข้าหาตัว ไต่มือไปด้านหน้า โดยไม่ให้หลังโก่งงอ ให้จับความรู้สึกเหมือนหลังแอ่น ในขณะที่ก้มหลังลง จนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหลัง หากยังไม่ตึงให้เหยียดเข่าทั้งสองข้าง หรือก้มหลังมากขึ้น […]

สุขภาพดีด้วย 5 อาหารต้านภัยฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ที่ไม่ว่าจะหนักหรือเบาเราก็สูดดมทุกวัน!

ถึงแม้ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5 เริ่มเบาบางลงแล้ว แต่อากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังมีมลพิษให้สูดดมกันทุกวี่วัน แน่นอนว่าเราต่างได้รับผลกระทบนี้กันไปเต็มๆ แต่หนึ่งในวิธีที่จะดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ นั่นคือ การกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต้านฤทธิ์มลพิษที่กำลังครองเมือง มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าอาหารที่ว่านี้มีอะไรบ้างที่เป็น อาหารต้านภัยฝุ่นจิ๋ว ได้ ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อคโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ล้วนอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะสารชัลโฟราเฟนที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดจากฝุ่นพิษ และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย ผลไม้มากวิตามินซี นอกจากช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสในแบบที่สาวๆ ชอบแล้ว ผลไม้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายที่อาจได้รับจากปัญหามลพิษ บรรเทาอาการภูมิแพ้และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น พบมากในผลไม้จำพวกฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ ปลาและอาหารทะเล เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ในร่างกายจึงอาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพจากผลกระทบของฝุ่นพิษได้ พบได้ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุก ปลาช่อน กุ้ง หอย รวมถึงน้ำมันปลา […]

4 จุดริ้วรอยบอกโรค! ส่วนไหนไม่ปกติ ส่วนไหนบกพร่อง สะท้อนสุขภาพจากภายใน

สาวๆ ส่วนใหญ่คงจะยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้เส้นสาย ริ้วรอยของวัย ย่างกรายเข้ามาสู่ใบหน้าสวยๆ ก็แหม ใครจะอยากมีริ้วรอยมาคอยเตือนถึงอายุที่เพิ่มขึ้นในทุกวันล่ะ และแม้ว่าการดูแลริ้วรอยเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของสาวๆ แต่การดูแลก็ควรที่จะให้ความสำคัญ และดูแลจากภายใน เพราะไม่ว่าจะสครัปแค่ไหน พอกครีมเท่าไหร่ แต่ถ้าสุขภาพจากภายในของเรานั้นไม่สมบูรณ์ ริ้วรอยร้ายๆ ก็ย่อมปรากฏตัวออกมาแสดงตัวอย่างแน่นอนค่ะ ศาสตร์โบราณจากจีนได้สอนไว้ว่า ทุกริ้วทุกรอยบนใบหน้าล้วนมีที่มา ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะ และระบบต่างๆ ของร่างกายเราอีกด้วย ส่วนจะมาจากอะไรบ้างนั้น มาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะว่า ริ้วรอยบอกโรค ยังไง 4 จุด ริ้วรอยบอกโรค ส่วนไหนไม่ปกติ ส่วนไหนบกพร่อง สะท้อนสุขภาพจากภายใน ริ้วรอยระหว่างคิ้วและดวงตา ริ้ววรอยระหว่างคิ้วและดวงตาสามารถสะท้อนถึง  “ตับ”  คนที่ชอบของเมาชนิด เกาะขวดเหล้าไม่ยอมปล่อย ดื่มแอลกอฮอลล์เยอะ หรือรับประทานอาหารที่มีสารพิษตกค้างมาก จะเกิดเส้น 2 เส้นระหว่างคิ้ว นั่นแสดงว่าตับเริ่มมีปัญหาแล้ว ยิ่งนักเที่ยวคอเหล้าแฮงเอาท์ทุกวันมักจะมีเส้นลึกเส้นเดียวตรงกลางหว่างคิ้ว แสดงถึงสัญญาณอันตรายว่าอาการของตับแข็งใกล้จะถามหา   ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยบริเวณหน้าผากสามารถสื่อได้ถึง “ไต” ลองทำหน้าเฉยๆ นะคะ รอยจะเป็นเส้นขวางบริเวณหน้าฝาก ถ้ามีรอยย่นครบ 3 เส้นนี่แย่แน่ๆ เพราะแสดงว่าไตเริ่มอ่อนแอ ถ้าจะถามหาสาเหตุว่าทำไมไตถึงอ่อนแอ […]

14 วิธี เดทสุขภาพดี แฮปปี้แถมไม่เพิ่มรอบเอวให้กลับมาซ่อมร่างหลังวาเลนไทน์

เชื่อว่าสาวไม่โสดคงรอคอยวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากกุหลาบแดงแสนสวย หรือช็อกโกแลตในกล่องงามแล้ว คงพลาดไม่ได้กับมื้อเย็นสุดโรแมนติกกับคนรู้ใจ แต่คนรักสุขภาพจะทำอย่างไรไม่ให้เผลอใจไปกับอาหารอร่อยๆ  เครื่องดื่มน่าลิ้มลอง ตบท้ายด้วยขนมหวาน แพรวดอทคอม มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ และการวางแผนที่ดี จะช่วยให้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่น่าจดจำแบบ เดทสุขภาพดี โดยไม่เพิ่มรอบเอวให้อย่างแน่นอน 1. ดาร์กช็อกโกแลตดีต่อสุขภาพ หากไม่มีดอกกุหลาบหรือช็อกโกแลตแสนอร่อยก็คงลดทอนบรรยากาศโรแมนติกของวาเลนไทน์ลงแทนการเลือกช็อกโกแลตนมรสหวานจัด ลองเปลี่ยนเป็นดาร์กช็อกโกแลตรสเข้มดีต่อสุขภาพที่นอกจากแคลอรี่ต่ำแล้ว ดาร์กช็อกโกแลตยังมีส่วนผสมของทริปโตเฟน(Tryptophan) กรดอะมิโนที่ช่วยให้สมองผลิตเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททำให้เรารู้สึกมีความสุข นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังดีต่อสมอง ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม รวมถึงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด  2. มื้อค่ำไขมันต่ำ เลือกทานอาหารโดยเปรียบเทียบเมนูที่ให้พลังงานน้อย อย่างอาหารไทยหรือญี่ปุ่นที่ไม่หวาน มัน รสจัดจ้าน อีกทั้งยังมีเมนูปลาให้เลือกมากมาย หลีกเลี่ยงอาหารจีนหรือฝรั่งที่ใช้น้ำมันผัดทอด อุดมไปด้วยนม เนย และชีส แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรเริ่มต้นอาหารจานแรกด้วยสลัดผักที่ราดน้ำสลัดน้ำใส ท็อปด้วยไก่อบ หรือไข่ต้ม แทนสลัดน้ำข้น โรยเบคอนและขนมปังกรอบ ส่วนจานหลักอาจเลือกสั่งปลา เคียงด้วยผักย่าง แทนสเต็กกับมันฝรั่งราดเกรวี่หรือซอสข้น อย่าลืมเลือกอาหารที่ปรุงด้วยการต้ม อบ ย่าง แทนทอดหรือผัด รวมถึงลดปริมาณแป้งลง หรือเลือกสั่งข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท และพาสต้าโฮลวีท 3. รองท้องเล็กน้อยก่อนไปดินเนอร์ การทานอาหารเล็กๆ น้อยๆ ก่อนไปดินเนอร์จะช่วยให้ไม่รู้สึกหิวเกินไปจนทานอาหารบนโต๊ะแบบรวดเดียวจบ นอกจากนี้การมีอาหารเล็กน้อยในกระเพาะจะช่วยให้แอลกอฮอล์ดูดซึมได้ช้าลง ไม่เมาเร็ว และดูดีตลอดมื้ออาหาร 4. รับประทานช้าๆ ดื่มด่ำบรรยากาศและลิ้มรสอาหารอย่างเต็มที่ด้วยการทานอย่างช้าๆ การค่อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดจะช่วยให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป รวมถึงทำให้สารอาหารถูกดูดซึมเข้าสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ง่าย  และยังทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น  ซึ่งปกติร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นการเคี้ยวช้าๆ จึงช่วยให้น้ำหนักคงที่หรือลดลงได้ในที่สุด 5.ไวน์แดงสักแก้ว เลือกดื่มน้ำเปล่าดีกว่าดื่มน้ำหวานที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แต่หากอยากเพิ่มบรรยากาศด้วยแอลกอฮอล์ ลองเลือกเป็นไวน์แดงสักแก้วเพราะสารเมลาโทนินในผิวองุ่น ช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย ไวน์แดงยังมีผลช่วยลดการเกิดอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน แต่ควรดื่มเพียง 1-2 แก้วเท่านั้น 6. สีแดงแทนใจ วาเลนไทน์ทั้งที อะไรๆ ก็ต้องเป็นสีแดง จริงๆ แล้วสีแดงในผักผลไม้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เช่น มะเขือเทศ พริกสีแดง และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงยังมีใยอาหารสูงช่วยป้องกันท้องผูกและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง  7. ลดโซเดียม เป็นที่รู้กันว่าเกลือมีผลให้เกิดอาการบวมน้ำ ดังนั้นสาวๆ ที่ไม่อยากตื่นเช้าหลังวาเลนไทน์ด้วยตาบวมเป่ง หรือหน้าท้องยื่น ควรเลี่ยงอาหารรสเค็มและการปรุงเพิ่มด้วยน้ำปลาพริกหรือเกลือบนโต๊ะ การกินเค็มมากเกินไปยังส่งผลให้ไตทำงานหนักมากขึ้นจนอาจเป็นไตวายเรื้อรัง เสี่ยงเกิดโรคความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจวาย และเส้นเลือดในสมองแตก 8. อย่าอายที่จะถาม การพูดคุยหรือสอบถามพนักงานจะทำให้ทราบว่าในอาหารที่ทานใช้เครื่องปรุงใดบ้าง อีกทั้งยังสามารถขอลดความหวาน มัน เค็มลงจากการปรุงปกติ นอกจากนี้พนักงานเสิร์ฟอาจเสนอทางเลือกอื่นที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า เนื่องจากปัจจุบัน ผู้คนหันมาสนใจกับการมีสุขภาพดีมากขึ้น  9. หารสอง ไม่ใช่ค่าอาหาร แต่เป็นอาหารในจาน เนื่องจากอาหารบางจานอาจเสิร์ฟมาใหญ่เกินกว่าจะสามารถทานคนเดียว สำหรับคู่เดทใหม่การแบ่งปันอาหารกันยังช่วยผ่อนคลายบรรยากาศ ทั้งนี้การหารสองยังหมายถึงการขอห่อกลับบ้านในกรณีที่ทานไม่หมด แต่หากยังไม่ตรงกลับบ้านภายใน 2 ชั่วโมงอาจต้องตัดใจทิ้งไป เพื่อความสะอาดและปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อโรคและแบคทีเรีย ป้องกันอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ 10. ไม่ต้อง “พิเศษ” ทุกอย่าง แม้วาเลนไทน์จะเป็นเทศกาลพิเศษ แต่อาหารที่สั่งไม่จำเป็นต้อง “พิเศษ” ขนาดใหญ่พิเศษ ปรุงรสพิเศษ หรือพิเศษเพิ่มเนื้อ ชีส ไข่เพราะนั่นหมายถึงการเพิ่มแคลอรี่ในอาหาร และเพิ่มความกว้างของรอบเอวโดยใช่เหตุ 11. เดินเล่นหลังดินเนอร์ หลังจากทานอาหารแล้ว ลองเลือกการเดินเล่นย่อยอาหาร พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต การงาน หรือความฝันและความหวังซึ่งเป็นหัวข้อเหมาะที่จะคุยกันในวันวาเลนไทน์ สำหรับคู่ที่เดทกันนานแล้วอาจช่วยกันรำลึกความหลัง คุยถึงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาครั้งก่อนๆ นอกจากความโรแมนติกแล้ว ยังช่วยลดแคลอรี่และช่วยย่อยได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ควรเลือกสถานที่น่าเดิน ไม่มีกลิ่นควันรถ หรืออยู่ในตรอกซอกซอยที่อันตรายเกินไป 12. ปรุงอาหารเองที่บ้าน ให้วาเลนไทน์เป็นเวลาดีๆ ที่ได้แสดงฝีมือการทำอาหารให้คนรักทานหรือลงมือร่วมกัน ก่อนถึงเวลาดินเนอร์อาจไปช็อปปิ้งเลือกวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ชอบด้วยกัน ช่วยกันปรุงตามความถนัด ช่วยให้ได้อาหารที่ถูกปาก ประหยัด และได้ใช้เวลาร่วมกัน ทั้งนี้การช่วยกันคิดเมนูหรือตั้งชื่ออาหารให้โรแมนติกยังช่วยเพิ่มรสชาติและความสนุกสนานในทาน เป็นการออกเดทที่สุขใจและสุขภาพดี 13. อย่าเครียดเกินไป วาเลนไทน์เป็นวันแห่งความสุขและเสียงหัวเราะ หากการวางแผนและอาหารไม่เป็นไปตามความตั้งใจ ก็ไม่ควรเครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป ปล่อยใจให้สบาย เลือกจบมื้ออาหารแสนโรแมนติกด้วยขนมหวานชิ้นเล็กๆ พร้อมรอยยิ้มและความอิ่มเอม เพราะนอกจากอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ความสุขและเสียงหัวเราะก็เป็นอีกกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดีเช่นกัน 14. เลือกกิจกรรมอื่นแทนการรับประทาน วาเลนไทน์เป็นช่วงเวลาพิเศษที่คนสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข สำหรับคู่รักสุขภาพดี อาจเลือกเดทกันด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ แทนการชวนกันไปทาน การดูหนัง ฟังเพลง เต้นรำ ขี่จักรยาน ปีนเขา หรือทำกิจกรรมที่ชอบเหมือนๆ กัน ช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการเดทด้วยการทานอาหารแพงๆ อุดมด้วยไขมันเสมอไป การวางแผนฉลองวาเลนไทน์โดยคำนึงถึงการมีสุขภาพดี ช่วยให้ไม่ต้องกลับมาซ่อมร่างหลังวาเลนไทน์  แต่ไม่ควรเคร่งครัดหรือสร้างความกังวลจนหมดสนุก วันแห่งความรักควรอบอวลด้วยความโรแมนติก ความสุข และความเข้าใจ อย่าลืมว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ช่วยให้มีสุขภาพดีเช่นกัน ข้อมูล: พญ. ผุสดี โรจน์พลากร แพทย์อายุรกรรมทางด้านโรคระบบทางเดินอาหาร รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ภาพ […]

กินช็อกโกแลตอย่างไรให้รู้สึก Feel Good ไม่อ้วน ไม่เครียด แถมหัวใจแข็งแรง

นอกจากกุหลาบแดงก็คงเป็น ช็อกโกแลต ที่ขายดิบขายดีช่วงวาเลนไทน์ อาจด้วยความเชื่อดั้งเดิมว่าช็อกโกแลตช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้หรือด้วยรูปลักษณ์สวยงามและความหอมหวานน่าพึงพอใจก็ตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่าในความงามและความอร่อยนั้น ช็อกโกแลตอุดมด้วยประโยชน์ที่ดีต่อหัวใจด้วยเช่นกัน กิน ช็อกโกแลต อย่างไรให้รู้สึก Feel Good ไม่อ้วน ไม่เครียด แถมหัวใจแข็งแรง ช็อกโกแลตทำให้หัวใจแข็งแรง เพราะมีสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยป้องกันโรคได้อย่างหลากหลาย เช่น สารคาเฟอีน (Caffeine) มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ  สารทิโอโบรมีน (Theobromine) ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้  สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ในกลุ่มโพลิฟีนอล (Polyphenol) ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมองช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจได้ ช็อกโกแลตทำให้อารมณ์ดี นอกจากสารต่างๆ ที่ให้ประโยชน์กับหัวใจแล้ว พบว่าในช็อกโกแลตยังประกอบด้วย สารอะนันดาไมด์ (Anandamide มีความหมายว่า ความสุขในภาษาสันสกฤต) ทำหน้าที่ลดความเจ็บปวด ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและกระตุ้นให้อารมณ์ดีขึ้น  สารแฟนิลเอทิลามีน (Phenylethylamine-PEA) ช่วยสร้างสารสื่อประสาทช่วยในการลดความเครียด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การรับประทานช็อกโกแลตเกิดความรู้สึก ‘feel good’ อีกทั้งยังเพิ่มพลังทางเพศอีกด้วย เลือกให้มาก กินให้พอดี การกินช็อกโกแลตให้มีประโยชน์สูงสุดควรเลือกดาร์กช็อกโกแลต  (Dark Chocolate) ที่ผลิตจากผลโกโก้  ซึ่งดาร์กช็อกโกแลตที่ได้มาตรฐานนั้นจะต้องมีปริมาณของโกโก้สูง 70-85% หรือดาร์กช็อกโกแลต 100 กรัม  มีโกโก้เป็นส่วนผสมปริมาณ 70-85%  แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและนมน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย ดังนั้นจึงควรกินช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสม จากการศึกษาพบว่าการรับประทานดาร์กช็อกโกแลตประมาณ 100 กรัมต่อวัน มากกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์  มีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด โดยไม่ทำให้ไขมันสูงหรือเพิ่มความยาวของรอบเอว ทั้งนี้อาจเลือกกินเพื่อเพิ่มพลังก่อนการออกกำลังกาย  หรือในโอกาสพิเศษอย่างวันวาเลนไทน์ ขอบคุณข้อมูล : นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท แพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ภาพ : Pexels    บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ วิ่งที่ดีไม่จำเป็นต้องเร็ว แต่วิ่งอย่างไรให้หัวใจแข็งแรง เลี่ยงอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัยฝุ่น PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย 6 วิธีถนอมดวงตาจากเหล่าไอทีแก๊ง ตัวการใหญ่ที่ทำให้สายตาเสียโดยไม่รู้ตัว คัดมาเน้นๆ 5 พืชผักน่ากินกับสรรพคุณสุดว้าวที่ดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ อย่าชะล่าใจ! ปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียบ่อย […]

แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัยฝุ่น PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย

ปัญหา มลพิษทางอากาศ PM 2.5 ในประเทศไทย นอกจากจะเป็นภัยร้ายที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบเรื้อรังแล้ว ยังทำร้ายสุขภาพผิวให้เสื่อมสภาพดูหมองคล้ำอีกด้วย สองผู้เชี่ยวชาญ นพ.ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย และเภสัชกรหญิงฐิตา อภิชาตะจุฑาพันธุ์ เภสัชกรประจำ บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย จึงเผยเคล็ดลับการฟื้นฟูและรักษาสมดุลทางธรรมชาติให้ผิวสวยสุขภาพดี เพื่อท้าเผชิญทุกมลภาวะเป็นพิษในปัจจุบัน แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัย มลพิษทางอากาศ PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย ใครยังไม่ยอมทำความรู้จักภัยร้ายของฝุ่นจิ๋ว นาทีนี้ต้องรู้แล้วนะว่า PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นฝุ่นขนาดจิ๋วที่จมูกของคนเราไม่สามารถกรองได้ สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและระบบทางเดินหายใจและมะเร็ง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า 91% ของประชากรโลก อาศัยอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์คุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก โดย 91% ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกิดขึ้นในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกตะวันตก นพ.ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า “ฝุ่น PM 10 และ PM 2.5 เป็นสารประกอบพวกคาร์บอนที่สามารถผ่านเข้าไปยังเซลล์ผิวหนังได้โดยฝุ่น PM 10-2.5 […]

6 วิธีถนอมดวงตาจากเหล่าไอทีแก๊ง ตัวการใหญ่ที่ทำให้สายตาเสียโดยไม่รู้ตัว

ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า Office Syndrome หรือ อาการป่วยที่เกิดจากการทำงานออฟฟิศ ด้วยพฤติกรรมเคยชิน ทั้งจากลักษณะท่าทางที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ และโครงสร้างของร่างกายเป็นประจำ แต่ทราบกันหรือไม่คะ ว่าการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็อาจจะเป็นสาเหตุของอาการป่วยอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome ได้เช่นกัน Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นอาการป่วยที่เกิดจากการใช้ สายตา กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน รวมถึงแท็บเล็ต เป็นเวลานานๆ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเกิดกับ 90% ของผู้ที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำเลยล่ะค่ะ อาการของ Computer Vision Syndrome รวมถึงอาการเคืองตา ตามัว แพ้แสง ไปจนกระทั่งอาการปวดศีรษะ ปวดคอ และหลัง ที่สำคัญหลายๆ ครั้ง เราไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการใช้เวลากับหน้าจอมากจนเกินไปโดยไม่ได้ให้สายตาได้พักและทำให้ไม่ได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบันการไม่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เหล่านี้คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก สิ่งสำคัญคงจะเป็นการป้องกันอาการป่วยที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการใช้สายตาในระดับที่เหมาะสม และให้สายตาได้พักเป็นระยะๆ มาดูกันดีกว่าค่ะ กับ 6 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยป้องกัน Computer Vision Syndrome ปรับตำแหน่ง […]

คัดมาเน้นๆ 5 พืชผักน่ากินกับสรรพคุณสุดว้าวที่ดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ

ใครๆ ก็รู้ว่ากินผักแล้วดี เพราะผักอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ กากใยอาหาร และคุณประโยชน์ของผักหลากสี ซึ่งสรรพคุณต่างๆ เหล่านี้ในผัก จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ต่าง และควบคุมการไหลเวียนของของเหลวต่างๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ดูมีชีวิตชีวา และเพิ่มความสวย ช่วย ต่อต้านอนุมูลอิสระ ด้วยนะจะบอกให้ ปัจจุบันมีพืชผักมากมายนานาชนิดให้เลือกกิน เลือกปรุงอาหาร ตามความชอบและเหตุผลในการดูแลสุขภาพ แพรวดอทคอม จึงขอแนะนำ 5 พืชผักน่ากินที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักหรือลองลิ้มรสมาก่อน ซึ่งขอบอกเลยว่า เจ้าผักทั้ง 5 ชนิดนี้มีสรรพคุณดีต่อร่างกายแบบสุดๆ ไปเลยจ้า คัดมาเน้นๆ 5 พืชผักน่ากินกับสรรพคุณสุดว้าวที่ดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ข้าวโพดราชินีทับทิมสยามอินทรีย์ ข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลกที่คิดค้นสายพันธุ์โดยคนไทย โดดเด่นด้วยเมล็ดสีแดงสดทั่วทั้งฝัก รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม สามารถรับประทานสดได้เลยจากต้น ไม่จำเป็นต้องผ่านความร้อน หรือจะนำไปปรุงอาหารด้วยความร้อนก็ได้ ข้าวโพดชนิดนี้มีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี บีทรูท เป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาว ปลูกกันมากทางภาคเหนือในไทย มีต้นกำเนิดจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน แถบยุโรป โดยสารสีแดงที่ชื่อว่า “บีทานิน” ซึ่งเป็นกรดอะมิโนอยู่ในหัวบีทรูทนั้น มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง […]

keyboard_arrow_up