หนังน่าสนใจ! โลกหลังความตาย Along With The Gods : The Last 49 Days

โลกหลังความตาย
โลกหลังความตาย

โลกหลังความตาย สะเทือนทั้งปรโลก “Along With The Gods : The Last 49 Days ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2” แอคชั่น-แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่สุดของเอเชียแห่งปี 2018

หลังจาก Along With the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า เข้าฉายเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ของเกาหลี ที่สามารถยืนหยัดทัดเทียบกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้อย่างน่าภูมิใจ และตอนนี้การเดินทางฝ่าขุมนรกของดวงวิญญาณและเหล่ายมทูตที่ทั้งตื่นเต้น เข้มข้น สวยงามและประทับใจของ โลกหลังความตาย กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในภาคที่ 2 ที่มีชื่อว่า Along With The Gods : The Last 49 Days

ซูเปอร์ฮีโร่หรือไดโนเสาร์หลีกไป ‘ทีมงานยมทูต’ มาแล้ว!

ไม่ใช่แค่ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับคนดูเท่านั้น หลังจากการเดินทางฝ่า 7 ขุมนรกของสามยมทูตและหนึ่งดวงวิญญาณจบลง แต่ Along With The Gods ภาค 1 ยังได้สร้างปรากฏการณ์เป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ชมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศเกาหลี (เป็นรองแค่ The Admiral: Roaring Currents เรื่องเดียว)

เพียงแค่ 6 วันแรกก็สามารถขายบัตรได้มากถึง 4 ล้านใบ ปิดตัวเลขการขายบัตรได้ทั้งหมด 14,410,748 ใบตลอดการฉาย ทำรายได้ไปมากถึง 108.2 ล้านเหรียญ และมี 103 ประเทศทั่วใจสนใจซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในประเทศ

แต่ปรากฏการณ์ทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เพราะทันทีที่ภาค 2 อย่าง Along With The Gods : The Last 49 Days เข้าฉาย ก็สามารถทำลายสถิติภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยยอดคนดูวันแรกสูงสุด แซงหน้า Jurassic World: Fallen Kingdom ที่มีคนดู 1.18 ล้านคน ไปด้วยตัวเลจ 1.23 ล้านคน คิดเป็นรายได้เกือบหนึ่งหมื่นล้านวอน! (ประมาณ 295 ล้านบาท) และยังคงมุ่งหน้าทุบสถิติวันต่อวัน คนดูทะลุ 2.3 ล้านคนใน 48 ชั่วโมง เร็วที่สุด แซงทุกหนังในประวัติศาสตร์เกาหลี
จะบอกว่าในชั่วโมงนี้ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือสัตว์ประหลาดจากที่ไหน ก็ต้องหลีกทางให้ทีมงาน ‘ยมทูต’ จาก Along With The Gods : The Last 49 Days ก็คงไม่ผิดนัก และนี่คือหนังสัญชาติเกาหลีอีกหนึ่งเรื่อง ที่ยืนหยัดต่อสู้กับหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดได้อย่างสูสี ต่อจาก Train to Busan

ไม่ต้องรอผลตอบรับ แต่เริ่มสร้างภาคสองต่อเนื่องทันที

นอกจากนี้ Along With The Gods : The Last 49 Days ยังนับเป็นผลงานเปิดประวัติศาสตร์ใหม่วงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ ที่ไม่ต้องรอดูผลตอบรับจากภาคแรกก่อน แต่เริ่มคิดทำภาค 2 ต่อเนื่องกันมาพร้อมๆ กับภาคแรกทันที โดยทั้งหมดต้องใช้เวลาเตรียมงานทุกด้านนานถึง 5 ปี และใช้เวลาในถ่ายทำอีก 11 เดือน ในแต่ละภาค

ทำให้ Along With The Gods เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านโปรดักชั่นดีไซน์ วิชวลเอ็ฟเฟ็คต์ต่างๆ ที่สมจริงอลังการจนได้รับคำชื่นชมจากต่างชาติเป็นอย่างมากตั้งแต่นำตัวอย่าง 27 นาทีของภาคแรกไปฉายในงานซื้อขายหนัง America Market Film

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลงานของ Dexter Studios หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องวิชวลเอ็ฟเฟ็คต์ที่ใหญ่ที่สุดในเชีย ที่เคยร่วมมือกับผู้กำกับ คิม ยงฮวา ปลุกชีวิตให้กับกอริลล่านักเบสบอลใน Mr. Go ได้อย่างยอดเยี่ยมมาแล้ว และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคมากกว่า 300 คน ที่ร่วมกันสร้างทุกฉากใน Along With The Gods ทั้ง 2 ภาคให้กลายเป็นจริงขึ้นมา

รวมทั้งเรื่องเนื้อหาที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนสุดฮิต (ตีพิมพ์ออกมาแล้วขายได้ 450,000 เล่ม) และการวางแผนสร้าง 2 ภาคต่อเนื่องกัน ทำให้ทุกอย่างถูกคิดให้สอดคล้องกันมาเป็นอย่างดี ไม่มีปัญหา ‘จับยัด’ ที่ต้องพบเจอบ่อยๆ เวลาสร้างหนังภาคต่อแล้วต้องหา ‘ประเด็น’ บางอย่างเพื่ออุดรอยรั่วจากภาคแรกให้ได้

เพราะฉะนั้น เมื่อเนื้อเรื่องสอดรับกับภาคแรกอย่างลงตัว สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคที่ 2 จะเป็นเหมือนที่ผู้กำกับ คิม จงฮวา เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ภาคแรกจะเป็นเหมือนหนังตัวอย่างให้ Along With The Gods : The Last 49 Days เท่านั้น” และเราจะได้ชมเนื้อเรื่องที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นกันแบบเต็มๆ ในครั้งนี้

เข้มข้นมากขึ้น เห็นภาพกว้างมากขึ้น และลึกซึ้ง ซับซ้อนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

โลกหลังความตาย

ใน Along With The Gods ภาคแรก ได้ปูพื้นฐานให้คนดูเข้าใจการเดินทางในโลกหลังความตายสุดประหลาด ที่ดวงวิญญาณจะต้องผ่านการตัดสินคดีจากนรกทั้ง 7 ด่าน คือบาปแห่งฆาตกรรม, เกียจคร้าน, หลอกลวง, อยุติธรรม, ทรยศ, ความรุนแรง, อกตัญญู ให้ได้ภายใน 49 วัน โดยมีทีมงานยมทูต 3 คน คอยทำหน้าที่เป็นทั้ง ‘ทนาย’ และ ‘ผู้พิทักษ์’ ให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อแลกกับการได้ไปเกิดใหม่เมื่อพวกเขาส่งดวงวิญญาณได้ครบตามกำหนด

ใน Along With The Gods : The Last 49 Days ภาคนี้ เรื่องราวจะดำเนินต่อจากภาคแรกทันที หลังจากทีมยมทูตได้ส่งดวงวิญญาณของนักดับเพลิงหนุ่มคิม จาฮง ได้สำเร็จ และป้ายดวงวิญญาณอันใหม่ได้ถูกส่งต่อให้กับคิม ซูฮง ผู้เป็นน้องชายที่มีชะตากรรมหลายอย่างร่วมกัน

และเมื่อไม่ต้องทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในขุมนรกอีกต่อไป ภาคนี้เลยทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการขยายเรื่องราวไม่ได้จบที่เฉพาะตัวผู้ชายอย่างเดียว แต่ยังย้อนไปถึงอดีตแสนขมขื่นของยมทูตทั้ง 3 ที่ถูกปิดเป็นความลับดำมืดมาโดยตลอดในภาคแรก รวมทั้งการงัดข้อกันอย่างเปยเผยกับยอมรา ราชันย์แห่งนรกอย่างเป็นทางการ ถึงขนาดทำให้ทั้งปรโลกต้องสั่นสะเทือน

โดยกุญแจสำคัญคือเทพประจำบ้านจอมเก๋าที่คอยปกป้องมนุษย์จากการกระทำของเทพนอกรีต และมีเหตุสำคัญให้ต้องเข้ามาเกี่ยวพันกับภารกิจในครั้งนี้ และก็เป็นเขาอีกเช่นกัน ที่ทำให้ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของยมทูตทั้ง 3 คน ถูกปลุกขึ้นมา

รวมตัวซูเปอร์สตาร์เกาหลี ผนึกกำลังฝ่าด่านนรก

นำทีมโดย “มาดงซอก” จอมขโมยซีนตลอดกาลที่น่าจะเป็นเพียงคนเดียวในเรื่องที่แย่งชิงความโดดเด่นจากซูเปอร์สตาร์อย่างกงยู ในเรื่อง Train to Busan มาได้ ครั้งนี้เขารับบทเป็น “ซองจูชิน” เทพประจำบ้านที่คอยปกป้องมนุษย์จากเทพนอกรีตอยู่บนโลก จริงๆ ผู้กำกับแอบเซอร์ไพรส์คนดูด้วยการให้เขาปรากฏตัวออกมาในช่วงท้ายของภาคแรก และแน่นอนว่าการออกมามีบทบาทแบบเต็มๆ ของเขา ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังแน่นอน

โลกหลังความตาย

ต่อด้วยทีมยมทูต 3 คนที่ยังร่วมมือกันแบบฟูลทีม นำโดย “ฮาจองอู” นักแสดงมือรางวัลจาก The Yellow Sea และ The Handmaiden ในบทบาทหัวหน้ายมทูตคัง ลิมที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้เป้าหมายของตัวเองประสบความสำเร็จ

โลกหลังความตาย

“จูจีฮุน” ซูเปอร์สตาร์จากซีรีส์ฮิต Princess Hours ในบทบาทยมทูต “เฮวอนเมก” เทพสายบู๊ที่คอยปกป้องทุกคนในทีมจากอันตรายต่างๆ และความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา จะทำให้ ‘น้ำตา’ ของยมทูตจอมแกร่งที่ไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใดต้องหลั่งออกมาเป็นครั้งแรก

โลกหลังความตาย

“คิมฮยางกี” นักแสดงสาวที่กำลังมาแรงจากเรื่อง Snowy Road ในบทบาท “ยมทูตดัคชุน” เทพแห่งมันสมองที่มีความสามารถในการค้นอดีตของดวงวิญญาณที่เพิ่งเสียชีวิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ‘ว่าความ’ ให้ดวงวิญญาณนั้นผ่านการตัดสินจากนรกแต่ละชั้นไปได้

โลกหลังความตาย

ต่อด้วยฝั่งตัวแทนจากนรก ที่มี “อีจุงแจ” หนุ่มมาดเข้มจาก New World ในบทบาท “ราชันย์ ยอมรา” ผู้นำแห่งนรกที่เป็นผู้ตัดสินทุกอย่างเด็ดขาดในขั้นสุดท้าย ในภาคที่แล้วเราจะเห็นเขาปรากฏตัวออกมาเป็นบางครั้ง และทุกอย่างในตัวเขาดูเป็นความลับไปหมด แต่ครั้งนี้เมื่ออดีตที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ถูกเปิดเผยออกมา เราจะได้รู้กันว่าเหตุผลในการมีอยู่ของตัวเขา และภายใต้นรกทั้ง 7 นั้นมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่

โลกหลังความตาย

ปิดท้ายด้วยคนที่เป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจฝ่านรกทั้ง 7 คือ “คิมดงอุค” จากซีรีย์ยอดฮิต The 1st Shop of Coffee Prince ในภาคที่แล้วตัวละครของเขา “คิมซูฮง” เสียชีวิตและกลายเป็นวิญญาณเคียดแค้นจนเกือบทำให้ภารกิจส่งดวงวิญญาณของพี่ชายล้มเหลว ครั้งนี้ต้องเป็นเขาที่ถูกพิพากษาจากบาปทั้ง 7 ประการ แค่นั้นยังไม่พอ เขาเองยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยมทูตทั้ง 3 ต้องเปลี่ยนบทบาทจาคนให้ความช่วยเหลือ กลายมาถูกตัดสินชะตากรรมบางอย่างไปด้วย

โลกหลังความตาย

และนี่คือความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ พบกับปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย ได้ใน Along with the Gods: The Last 49 Days ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2 9 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์


ภาพและข้อมูลจาก : สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

keyboard_arrow_up