ตัวตนอีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ‘นน-ธนน วีอารยะ’ นักธุรกิจผู้รักการช่วยเหลือสังคม

เปิดตัวตนลึกๆ อีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของ ‘นน-ธนน วีอารยะ’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ซึ่งรักการช่วยเหลือสังคมเป็นชีวิตจิตใจ ขึ้นแท่นนักสังคมสงเคราะห์ตัวยงก็ว่าได้

เชื่อว่าหลายคนรู้จัก ‘นน-ธนน วีอารยะ’ ในฐานะนักธุรกิจมากความสามารถ ซึ่งควบตำแหน่งประธานบริษัท บีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง จำกัด และประธานกรรมการบริษัท ฮอนด้า บ้านใหม่ ปทุมธานี จำกัด โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารในเครือที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

จากมาดนักธุรกิจเข้มๆ แบบนี้ ทำให้หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เขาซ่อนตัวตนที่แท้จริงอีกมุมหนึ่งเอาไว้ ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร มุมมองการใช้ชีวิตที่แตกต่าง และความชอบส่วนตัวที่มีคุณค่าทางจิตใจมหาศาล อย่างการช่วยเหลือสังคม โดย แพรวดอทคอม จะพาไปรู้จักกับผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น จากบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้กันค่ะ

นน-ธนน วีอารยะ

นิยามตัวตนของ ‘นน-ธนน วีอารยะ’ 

ประโยคเดียวสั้นๆ ผมเป็นคนสุดขั้วครับ ไม่มีตรงกลาง อย่างรอยสัก ถ้าผมไม่สักก็จะไม่มีเลย แต่ถ้าผมสักก็จะเต็มตัวแบบนี้ คือถ้าผมจะทำอะไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด หากไม่เก่งหรือไม่ถนัดก็จะไม่ทำเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา เพราะถ้าทำแล้ว ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี ก็จะรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

อะไรคือจุดเริ่มต้นของการก้าวมาเป็นนักธุรกิจ

จริงๆ ผมเรียนจบด้านกฎหมายและการเมืองจากสหรัฐอเมริกา ควรจะทำงานในกระทรวงกลาโหมมากกว่า ส่วนที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเขาก็ต้องการให้สานต่อธุรกิจ แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่สนุก บวกกับสิ่งที่ผมเรียนมามันไม่เข้ากัน การที่ผมมาอยู่ในจุดนี้ จึงเกิดจากการเอาข้อมูลความเป็นไปได้และประสบการณ์ชีวิตมาวิเคราะห์ว่าตัวเองควรจะทำอะไร ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นร้านอาหาร รถยนต์ หรือตึกให้เช่า และไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำธุรกิจนี้ตลอดไป

แนวคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จคืออะไร

ความสำเร็จของผมไม่ได้มองเป็นตัวเลขหรือเม็ดเงิน ผมมองคุณค่าของความสำเร็จเป็นความรู้สึกของคนใกล้ตัว เพราะความสำเร็จนั้นจะไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าคนใกล้ตัวผมไม่มีความสุข หากถามว่าคนใกล้ตัวหมายถึงใครบ้าง ก็ต้องคิดให้ได้ก่อนว่าตัวเองอยู่ใกล้ใครแล้วมีความสุข สำหรับผมก็จะเป็นครอบครัว และคนที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งต้องประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับผมด้วย เพราะในการทำงานร่วมกัน ถ้าผมสำเร็จอยู่คนเดียว ในขณะที่เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องตามไม่ทัน มันก็น่าเศร้านะ ดังนั้นผมจึงอยากเห็นพวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เติบโตขึ้น เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างความสุขให้กับผมได้ด้วยเช่นกัน

นน-ธนน วีอารยะ

วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง

ความจริงแล้วต้องบอกว่าทุกคนได้รับผลกระทบหมดครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับตัวอย่างไรได้บ้างในช่วงเวลาแบบนี้ เราอาจจะคิดว่าตัวเองเดือดร้อนหนักแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีคนที่เดือดร้อนหนักกว่านี้อีกเยอะ หลายคนตกงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ไม่มีเงินผ่อนรถ ไม่มีเงินค่านมลูก ยกตัวอย่างใกล้ๆ ตัวผมเลย ก็คือพนักงานในองค์กร ซึ่งผมช่วยเหลือทุกคนอย่างสุดความสามารถ ผมแบกภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อให้ลูกน้องของผมอยู่ได้ โดยไม่มีการลดเงินเดือน และหากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตินี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้คิดทบทวนถึงทิศทางของธุรกิจ รวมถึงแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

งานอดิเรกที่ชื่นชอบคืออะไร

จริงๆ แล้วการทำงานเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด แต่ถ้าถามถึงรองลงมา ก็ต้องยกให้กับการตัดสูทครับ ผมชอบไปร้านตัดสูทแบบเทลเลอร์เมด เพราะการได้เลือกแบบ เลือกผ้า เลือกกระดุม มันช่วยสะท้อนเอกลักษณ์ของผมได้ดี ดังนั้นงานอดิเรกของผมจึงเป็นการไปที่ร้านตัดสูท เพื่อดูว่ามีผ้าแบบไหนมาใหม่บ้าง แล้วก็เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผ้าไปด้วย อีกทั้งผมยังมองว่า การตัดสูทก็คล้ายๆ กับการทำงาน เพราะเราได้วางแผน ได้จินตนาการถึงผลลัพธ์ มันจึงเป็นอีกหนึ่งความสุขของผมเลยครับ

อะไรที่ทำให้หลงใหลในการตัดสูท

มันมาจากความรู้สึกตอนเด็กๆ ขณะผมเรียนที่เจนีวา ตอนนั้นทุกคนต้องใส่ยูนิฟอร์มโรงเรียน แต่พอไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก็สามารถใส่เสื้อผ้าธรรมดาได้ ชั่วโมงนั้นก็รู้สึกว่าดีแหละ ไม่ต้องใส่สูทแล้ว สนุกที่จะแต่งตัวอะไรก็ได้ เมื่อลองศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสูทมากขึ้น จึงได้ทราบว่ามีทั้งเรื่องแฟชั่น และธรรมชาติ เช่น กระดุมไข่มุกเป็นอย่างไร กระดุมที่ทำจากเขาสัตว์เป็นแบบไหน เรียกว่าได้ศึกษาหลายศาสตร์ในเวลาเดียวกัน

นน-ธนน วีอารยะ

แล้วรอยสักบนร่างกายล่ะคะ เริ่มต้นมาอย่างไร

เริ่มมาจากตอนผมเรียนที่เมืองนอก ซึ่งต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพราะที่บ้านอยากให้เรียนรู้ความลำบาก จึงมีโอกาสได้ทำงานเป็นเด็กรับรถ เด็กล้างจาน ตามร้านสไตล์ไดเนอร์ เลยได้ทำงานใกล้ชิดกับคนที่มีรอยสัก ซึ่งบางคนก็เคยติดคุกมาก่อน แต่ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ อีกมุมหนึ่งคือเป็นศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์ และอธิบายตัวตนของคนๆ หนึ่งได้ รวมถึงแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนชัดเจนในการเลือกเส้นทางชีวิต เพราะรอยสักลบออกยาก ติดตัวตลอดไป จึงเหมือนการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างที่ถอยไม่ได้ อย่างผมสักไป 80 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย เรียกว่าไม่สามารถยิงเลเซอร์กลบได้หมดแน่นอน จึงแสดงให้เห็นว่าผมพร้อมที่จะยอมรับผลลัพธ์ของสิ่งที่ผมเลือกทำลงไป

รอยสักทั้งหมดของผม ใช้เวลาสักนานถึง 8 ปี ต้องบินไปสักที่ญี่ปุ่น โดยมีคุณแม่ไปเป็นเพื่อนตลอด ทุกๆ รอยสักเต็มไปด้วยเรื่องราว คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นรอยสักธรรมดา แต่ผมจำได้หมดว่าตอนสักรอยสักนั้นๆ ผมกำลังคิดอะไรอยู่ หรือผมกำลังรู้สึกอย่างไร ดังนั้นรอยสักเหล่านี้ จึงเป็นเหมือนเครื่องบันทึกความทรงจำดีๆ ของผมครับ

รอยสักเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

ก็มีผลครับ แต่ผมมองเป็นมุมที่ดี ส่วนใหญ่คนที่มองคนจากภายนอก ก็อาจจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า ซึ่งแบบนี้ถือว่าดีสำหรับผม เพราะพวกเขาจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับผมเลย รอยสักจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันที่ช่วยสกรีนคนส่วนหนึ่งออกจากชีวิตผมไป บางคนก็มองว่ารอยสักทำให้ผมใช้ชีวิตยากขึ้น แต่ผมว่าไม่เลยครับ กลับสบายด้วยซ้ำ เพราะผมไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเยอะ ไม่ต้องการมีลูกน้องมากมาย ขอแค่ลูกน้องทุกคนรักผม ผมไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพมากกว่า ฉะนั้นใครจะมองผมอย่างไรก็แล้วแต่ ผมไม่สนใจ เพราะผมแฮปปี้กับจุดที่อยู่แล้ว

นน-ธนน วีอารยะ

ทราบมาว่าชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม จุดเริ่มต้นคืออะไร

ตอนอยู่เมืองนอก ผมคุ้นเคยกับกลุ่มแรงงาน พอกลับมาเมืองไทย ก็ยิ่งเห็นความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างมหาศาล ซึ่งผมมองว่าเราไม่ควรดูถูกแรงงานเหล่านี้ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา หลายๆ อย่างก็สำเร็จไม่ได้ แนวคิดเดียวกับที่ผมอยากให้ลูกน้องของผมประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับผมด้วย เมื่อเราช่วยเขาได้ก็ควรช่วย เพราะเราไม่สามารถมีความสุขคนเดียวได้ ความสุขที่แท้จริงสำหรับผมคือการได้แชร์กันครับ

คิดว่าการช่วยเหลือสังคมสร้างประโยชน์อย่างไรบ้าง

การช่วยเหลือสังคมที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ผมมองว่าเป็นการเปลี่ยนโลกของผมเอง จากการได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของคนอื่น ทุกครั้งของการลงพื้นที่ การเดินเข้าไปในบ้านแต่ละหลัง ก็จะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป มันทำให้เราได้สัมผัสกับเรื่องราวของพวกเขาจริงๆ ได้รู้ว่าความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ ของเขาเป็นอย่างไร ได้รับฟังว่าผู้ป่วยติดเตียงเขามีความคิดอย่างไรบ้าง อย่างล่าสุดที่ไปมา บ้านหนึ่งเจอคุณยายอารมณ์ดีมาก นั่งดูหมอลำในยูทูป แต่บางบ้านก็เป็นตัวอย่างที่น่าเศร้า เจอผู้ป่วยติดเตียงนอนอยู่คนเดียว รอบๆ มีแต่กลิ่นปัสสาวะ เพราะไม่มีคนดูแล

อีกอย่างหนึ่ง การได้ช่วยเหลือพวกเขาเท่ากับเป็นการเติมเต็มความสุขให้กับผมด้วย เพราะการเข้าไปของผมไม่ใช่ในฐานะผู้ให้เพียงอย่างเดียว แต่ผมยังเป็นผู้รับด้วย ความสุขของผมเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อผมเป็นผู้ให้ครับ

จริงๆ แล้วที่ถามว่างานอดิเรกคืออะไร นอกจากการตัดสูทแล้ว ก็เป็นการช่วยเหลือสังคมนี่แหละที่ผมชอบทำที่สุด มันสร้างความสุขให้ผมได้มากกว่าการตัดสูทเสียอีก แม้ว่าผมอาจจะช่วยทุกคนไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าผมช่วยตรงไหน ก็จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่ง ถ้ามีคนคิดแบบผมอีกหลายๆ คนก็คงจะดีมาก เพราะเท่ากับเป็นการได้ช่วยกันอีกแรง ผมช่วยชุมชนนี้ เขาช่วยชุมชนนั้น เรามีกันหลายสิบล้านคน ก็น่าจะช่วยทุกชุมชนได้ หรือสำหรับคนที่ไม่มีกำลังมากพอ แต่ใจอยากช่วยจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยแบบใหญ่โต สามารถเริ่มจากการช่วยเหลือคนใกล้ตัวก่อนก็ได้ แล้วความช่วยเหลือก็จะกระจายไปเรื่อยๆ เอง

นน-ธนน วีอารยะ

เป้าหมายการช่วยเหลือสังคมที่ตั้งใจเอาไว้

ความตั้งใจของผมตอนนี้ เน้นไปที่คนป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  เพราะเขาต้องสู้แบบวันต่อวัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ผมจึงมองว่าการช่วยเหลือคนเหล่านี้ เป็นการให้ช่วงเวลาที่มีความสุขกับเขา ช่วยให้เขามีแพมเพิสเปลี่ยนได้ทุกวัน ผูกปิ่นโตส่งให้เขาอิ่มท้อง ส่วนอนาคตก็อยากจะช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆ ต่อไป แต่ขอทำกลุ่มนี้ให้ดีที่สุดก่อน เพราะเราจะเซฟคนทั้งโลกไม่ได้ครับ

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!