ตามไปสูดให้ฉ่ำปอด! 10 เมืองอากาศดีของโลก พร้อมเคล็ด (ไม่) ลับจัดการมลพิษ

เมืองอากาศดีของโลก
เมืองอากาศดีของโลก

ตามไปสูดให้ฉ่ำปอด! 10 เมืองอากาศดีของโลก กับเคล็ด (ไม่) ลับห่างไกลมลพิษ… ภาวะวิกฤติฝุ่น PM2.5 ทำเอาพวกเราเซอร์ไพร้ส์ ไปไม่เป็น เมื่อเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ที่เราเคยใช้เป็นที่หลบมลพิษจากเมืองหลวงในวันหยุด กลับติดอันดับอากาศแย่ของโลกซะงั้น! ทำให้อยากรู้ว่า แล้วเมืองที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีของโลก เขามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้บ้านเมืองของเขาห่างไกลมลพิษได้ รู้แล้วทำอะไรได้ รีบทำเถอะ

แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

เมืองอากาศดีของโลก

แม้จะเป็นเมืองใหญ่ที่มีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่แวนคูเวอร์กลับมีปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศน้อยมาก จากการที่เขารณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอากาศ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าอากาศไม่ดี คุณภาพชีวิตจะแย่ อย่างโปรเจ็กต์ Smart Cities Challenge ที่มีเป้าหมายว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนในเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโครงการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสีย รวมทั้งไม่มีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งโปรเจ็กต์นี้ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2016 พร้อมกับทำสถานีสำหรับชาร์จแบตเตอรี่รถไว้ทั่วเมืองเพื่อให้ใช้งานง่าย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการจัดแอพพลิเคชั่นอย่าง PlugShare หรือ ChargeHub สำหรับใช้เสิร์ชหาสถานที่ชาร์จแบตเตอรี่ในจุดที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วย อีกทั้งแวนคูเวอร์อยากลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งรักษาพลังงาน เพื่อให้ใช้ได้ในระยะยาว และมุ่งมั่นจะเป็น The Greenest City ภายในปี 2020

โฮโนลูลู ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมืองอากาศดีของโลก

เมืองหลวงสุดสงบในรัฐฮาวาย มีความหมายว่า อ่าวกำบัง หรือสถานที่แห่งเกราะกำบัง ถือเป็นเมืองหนึ่งที่มีอากาศสะอาดสุดๆ ซึ่งต้องยกความดี ความชอบให้กับต้นทุนทางธรรมชาติของเขา ประกอบกับมีประชากรน้อยและไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปล่อยสิ่งสกปรกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่อะไรคงไม่สำคัญเท่ากับจิตสำนึกของชาวเมืองที่ให้ความร่วมมือในเรื่องการรักษาความสะอาดสุดกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการเผาไหม้น้ำมัน หันไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ รวมทั้งติดตั้งระบบควบคุมการปล่อยพลังงานของเชื้อเพลิงจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพราะที่นี่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว มีจำนวนผู้ใช้รถไม่น้อย เขาจึงดีไซน์ให้ถนนมีเลนขนาดใหญ่เพื่อรองรับรถบัสโดยเฉพาะ ทำให้ผู้คนตัดสินใจหันมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น เพราะสะดวกสบายมากกว่า เป็นการตัดจบปัญหาไปได้หลายเรื่อง

เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

เมืองอากาศดีของโลก

ตามรายงานปี 2018 องค์กร World Health Organization (WHO) ยกย่องให้ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุดในโลก จากการที่ผู้คนของเขาเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น มูลสัตว์ ช่วยลดการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศไปได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการควบคุมการปล่อยของเสียจากแหล่งทำการเกษตร บ้าน และรถสาธารณะ ภายในชุมชนยังติดตั้งระบบเทคโนโลยีแปรรูปต่างๆ ที่เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นของดี เช่น การรีไซเคิลขยะ เพื่อลดการใช้วัสดุและการปล่อยมลพิษสู่อากาศให้น้อยที่สุด แม้แต่ในพื้นที่อุตสาหกรรม ผู้คนก็ช่วยกันลดปัญหาโดยใช้รถสาธารณะเป็นหลัก ผลพลอยได้คือช่วยลดเสียงรบกวนจากการสัญจรด้วย

ทิมพู ประเทศภูฏาณ

เมืองอากาศดีของโลก

ขึ้นชื่อว่ามีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับศูนย์ เพราะภูฏานมีปริมาณป่าไม้ที่ปล่อยออกซิเจนมากกว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ นั่นหมายถึงว่าแม้จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ระบบขนส่ง การเผาไหม้ต่างๆ แต่ก็อยู่ที่เพียงปีละ 1.5 ล้านตัน เมื่อหักลบกับพื้นที่ป่าที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงปีละ 6 ล้านตัน จึงทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภูฏานเท่ากับศูนย์ คำถามคือ ภูฏานทำได้อย่างไร ย้อนไปในปี 2009 รัฐบาลเขาผลักดันนโยบายลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ โดยหันไปผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ ช่วยลดการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล (พลังงานแปรรูปที่เกิดจากการทับถมของซากพืชและสัตว์ เช่น น้ำมันดิบ ถ่านหิน ก๊าซ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสภาวะโลกร้อน) ซึ่งเขาทั้งผลิตใช้เองและส่งออกไปให้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินเดีย เรียกว่านอกจากสร้างรายได้ให้ประเทศ ยังช่วยลดการเกิดมลพิษให้ ประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยลดราคารถให้น่าดึงดูดใจ รวมทั้งการตั้งเป้าหมายว่าปริมาณป่าไม้ของประเทศจะต้องไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งประเทศ ทั้งยังแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในชนบทได้ใช้ฟรี เพื่อลดการตัดไม้มาทำฟืน ลดปัญหามลภาวะทางอากาศไปได้มาก

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ยังทรงริเริ่มโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย เช่น โครงการ Green Bhutan และ Clean Bhutan ซึ่งมีเป้าหมายว่าภายในปี 2030 ภูฏานจะมีของเสียเป็นศูนย์ หรือ Zero Waste Bhutan หมายถึง เขาจะจัดการให้ขยะทั้งหมดสามารถรีไซเคิล หรือแปรรูปเพื่อให้กลับมาใช้งานได้อีก

โกเบ ประเทศญี่ปุ่น

เมืองอากาศดีของโลก

อากาศสะอาดของโกเบเริ่มต้นจากการตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ มีถังขยะหลากหลายประเภทการใช้งาน เช่น ถังสำหรับของใช้ภายในบ้าน ถังรีไซเคิล ถังสำหรับขยะที่ไม่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิง ถ้าเป็นขยะอย่างสเปรย์กระป๋อง เมื่อใช้งานแล้วต้องเจาะกระป๋องให้เป็นรู เพื่อทิ้งแก๊สที่คั่งค้างอยู่ภายใน ก่อนจะนำไปทิ้งในถังขยะปลอดสาร ซึ่งระบบการจัดการขยะแบบนี้ถูกวางแผนมา ตั้งแต่ปี 1896 นอกจากนี้ในเมืองยังมี “พื้นที่สีเขียว” โดยใช้หลักการจัดการขยะสมัยใหม่ มีเทคโนโลยีที่ช่วยกำจัดและรีไซเคิลขยะโดยที่ไม่ทำลายน้ำและอากาศ สำหรับระบบการขนส่งสาธารณะในโกเบมีครบทุกประเภท ทำให้ผู้คนสัญจรไปไหนมาไหนได้ง่าย สะดวก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟใต้ดิน รถบัส แท็กซี่ เรือข้ามฟาก ซึ่งในเมืองโกเบเองก็มีทั้งสนามบินภายในประเทศและนอกประเทศ และมีทางด่วนหลายเส้นทางที่วิ่งเข้าสู่เมืองสำคัญในญี่ปุ่น ทำให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปได้มาก และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อากาศในเมืองนี้สะอาดสุดๆ อีกด้วย

วอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

เมืองอากาศดีของโลก

เดิมวอร์ซอเคยมีปัญหาเรื่องคุณภาพอากาศถึงขีดอันตราย กระทั่งตัดสินใจพัฒนาคุณภาพอากาศด้วยการปรับปรุงระบบการขนส่ง เป้าหมายหลักคือให้ผู้คนในเมืองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้รถสาธารณะ ปั่นจักรยาน หรือเดินเท้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มมาตรการจำกัดความเร็วรถเพื่อลดการใช้พลังงาน เพราะยิ่งขับรถเร็ว เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะยิ่งถูกปล่อยมากขึ้น โดยจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปพร้อมๆ กับเพิ่มสถานีรองรับรถจักรยานทั่วเมือง ตามสถิติล่าสุดผู้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนการขับรถยนต์ส่วนตัวได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และในระบบการขนส่งโดยรถบัสใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) และก๊าซธรรมชาติพลังงานทางเลือกใหม่ (Compressed Natural Gas หรือ CNG) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่อากาศ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณสร้างรถบัสไฟฟ้าไปด้วย ซึ่งการลงทุนทั้งหมดนี้คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ถึง 135,200 ตัน ภายในปี 2020

โอกแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์

เมืองอากาศดีของโลก

ความที่โอกแลนด์เป็นเมืองท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัย จึงหนีไม่พ้นกับปัญหาของมลภาวะทางอากาศ ทั้งจากจำนวนรถปริมาณมหาศาล รวมไปถึงการเผาไหม้ไม้ เมื่อมลพิษเบียดเบียนอากาศสะอาด ภาครัฐ ภาคเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยวจึงร่วมมือกันอย่างจริงจัง เช่น ผู้คนยอมเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การเดินทาง หันไปปั่นจักรยาน นั่งรถบัส ขึ้นรถไฟ หรือเดินไปทำงาน โดยทางภาครัฐช่วยสร้างเลนจักรยานให้ทั่วเมือง กลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดนักปั่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการให้เช่ายืมจักรยานหรือสกูตเตอร์ด้วย และภายในปีหน้าโอกแลนด์จะนำรถบัสไฟฟ้ามาใช้ในย่านใจกลางเมืองเพื่อลดมลพิษลงอีก ขณะเดียวกันหลายๆ หน่วยงานก็ออกมารณรงค์ให้ผู้คนปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น นอกจากความร่มรื่นแล้ว ยังช่วยสร้างอากาศที่ดีและช่วยลดมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้ปัจจุบันนี้โอกแลนด์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอากาศสะอาดสูงที่สุดในนิวซีแลนด์

บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

เมืองอากาศดีของโลก

เมืองบริสเบนสร้างรากฐานให้ผู้คนรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ยังเด็ก ดังที่ทางภาครัฐมีหน่วยงานสิ่งแวดล้อม จัดโปรแกรมการสอนชื่อว่า Green Heart School พาเด็กๆ เข้าสำรวจสวนสาธารณะ สอนให้รู้จักและใกล้ชิดธรรมชาติจนเกิดความรู้สึกหวงแหน ไปจนถึงการศึกษาเรื่องน้ำ การบำบัดน้ำเสีย การจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติ การรีไซเคิลขยะ และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสอนการใช้ชีวิตภายในบ้าน เพื่อให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

อีกเรื่องที่เมืองนี้ให้ความสำคัญมากคือ Eco Driving นั่นคือการเดินทางแบบรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจักรยานที่นิยมใช้กันมาก เพราะประหยัดเชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษ โดยจะมีแอพพลิเคชั่นบอกเส้นทางผ่าน Google Maps ในเมือง พร้อมจัดสรรทริปให้ว่าอยากปั่นไปที่ไหน แถมยังลงรายละเอียดบอกจุดจอดรถจักรยาน สถานที่พักดื่มน้ำ สถานที่ให้ยืมรถจักรยาน มากไปกว่านั้นยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักปั่น ไม่ว่าจะเป็นล็อกเกอร์สำหรับเก็บของ ห้องอาบน้ำ หรือจะเป็นตู้ซักผ้าเขาก็จัดให้ พร้อมทั้งบอกจุดเชื่อมต่อรถสาธารณะอื่นๆ ในเมืองหลวง ทำให้การเดินทางด้วยจักรยานสนุกยิ่งขึ้น

ภูเก็ต ประเทศไทย

เมืองอากาศดีของโลก

เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่นตรวจวัดสภาพอากาศ AirVisual จะเห็นว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่อากาศดีที่สุด นอกจากทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบ ล้อมรอบด้วยทะเล ทำให้มีลมพัดเอาฝุ่นและควันไปหมด กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมก็ยังวางมาตรการต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้าง เช่น การก่อสร้างโรงแรมหรืออาคารที่พักต้องมีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 50 ของแปลงที่ดิน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเดิมให้มากที่สุด และต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนบริเวณใกล้เคียง สำหรับอาคารปศุสัตว์ต้องตั้งอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า 1,000 เมตร และห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะหรือบ่อน้ำเพื่อการบริโภคไม่น้อยกว่า 30 เมตร เพื่อป้องกันความสกปรกและสิ่งปฏิกูลที่จะตกลงสู่แหล่งน้ำ

ตรัง ประเทศไทย

เมืองอากาศดีของโลก

เมืองรองที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หลากหลายทั้งภูเขา ป่าไม้ ทุ่งนา และทะเล โดยมีแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังชื่อดังอย่างเกาะกระดาน เกาะแหวน และถ้ำมรกต โดยเฉพาะอำเภอหาดสำราญที่ขึ้นแท่นเป็นอำเภอแรกใน 14 จังหวัดภาคใต้ในรอบ 10 ปี ที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุดในประเทศ จากการตรวจวัดโดยกรมควบคุมมลพิษ โดยผลการตรวจวัดตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ (เมษายน 2562) พบว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ไม่มีสารก่อมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นอำเภอเดียว จากทั้งหมด 10 อำเภอในตรังที่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม และเต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมสีเขียว ทั้งนี้ปลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านจาก 22 หมู่บ้านได้ลงมติไม่ให้มีโรงงานอุตสาหกรรมในอำเภอ เนื่องจากต้องการรักษาคุณภาพอากาศให้ดี เป็นปอดของจังหวัด


 

ที่มา : นิตยสารแพรว 946

keyboard_arrow_up