ออเจ้าไม่ได้มาเล่นๆ! 40 ความดีงามที่ทำให้ บุพเพสันนิวาส ควรค่าเป็นละครแห่งสยามประเทศที่แท้ทรู

11. ความเพลงฮิตข้ามคืน ละครเรื่องนี้มีเพลงประกอบทั้งหมด 4 เพลง คือ ‘บุพเพสันนิวาส’ ร้องโดย ไอซ์ ศรัณยู ‘เพียงสบตา’ ร้องโดย ลิเดีย ‘ออเจ้าเอย’ ร้องโดย พีทพล และ ‘เธอหนอเธอ’ ร้องโดย แนน วาทิยา ปรากฏว่ามียอดเปิดฟังเอ็มวีผ่านช่องทางยูทูปฟาดไปล้านอัพทุกเพลง

12. ความบุพเพสันนิวาสตอนละคำ ถือเป็นการรื้อฟื้นภาษาไทยโบราณ จากตายให้กลับมามีชีวิต  จากที่ถูกลืมดับไปหลายคำก็กลายเป็นผู้คนหยิบเอามาพูดกันในวงกว้าง อาทิ เทื้อคาเรือน อึดตะปือนัง ฟะรังคี ทะเวน  ฯลฯ ไม่รวมการนับเวลาเป็นบาท ที่เชื่อว่าคนไทยหลายคนไม่เคยรู้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

13. ความวาจาพิกลพิการ หมายถึงภาษาที่เราท่านใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ กลวิธีการผนวกเรื่องราวย้อนยุคผสมผสานกับภาษาวัยรุ่นยุคสองพันผ่านปากการะเกด กลายเป็นเสน่ห์หนึ่งที่ตราตรึงใจคนดูได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกว่าเมื่อไหร่ที่มีคำทันสมัย เช่น โอเค ชัวร์ สุดๆ ฯลฯ ออกมาในภาพโบราณก็ทำให้คนดูอมยิ้มได้ทุกครั้ง และนี่คือความสำเร็จที่แพรวถือว่าสุดยอดมากๆ ด้วยเข้าตำรา… “คำเก่าได้รื้อฟื้น คำใหม่ก็ไม่ระคายหู” นะซิส

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บุพเพสันนิวาส การะเกด โอเค

14. ความจังหวะซิทคอม ต้องเรียกว่าเป็นเสน่ห์เฉพาะกิจของละครเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ เพราะหากมาด้วยพล็อตพบรักทะลุมิติก็คงไม่ต่างกับเรื่องอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่เพราะจังหวะซิทคอมที่แทรกเป็นแกนหลัก ผ่านคำพูดของการะเกด  อาทิ “เฮลโล… นี่หน้าหอนอนข้า” หรือ “ข้าต้องกลับมาสิเจ้าคะ เพราะข้าหิวจนจะกินไก่ได้ทั้งตัว” เหล่านี้ทำให้บทไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป แต่ที่คลาสสิคสุดคงหนีไม่พ้นมุขฮาแรก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อการะเกดทำปากคว่ำแสยะแอนด์ถลึงตา แถมไทร์อินเครดิตต้นฉบับ กิ๊ก-สุวัจนี เข้าไปในบทชนิดคนดูไม่ต้องเดาให้ปวดหมอง กลายเป็นที่ชอบอกชอบใจจนลุกขึ้นมาก็อปปี้ท่ากันยกใหญ่ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ ‘บุพเพฯ’ มาเหนือ และเปรี้ยงปังในแบบที่ไม่มีใครเทียม

Image result for บุพเพสันนิวาส กิ๊ก สุวัจนี

15. ความแร็ปเปอร์อโยธยา ซีนด่าอมตะของคุณพี่หมื่นสุนทรเทวาสมัยยังระอาแม่หญิงการะเกด แม้จะมีการขานตัวเลขเบื้องหลังว่ากว่าจะแร็ปได้ฉะนี้ คุณหมื่นโป๊ปฟาดไป 10 กว่าเทค แต่เมื่อเทียบว่าวาจาออรินัลนี้ถูกนำไปใส่จังหวะแร็ปแพร่ในโลกออนไลน์สร้างความบันเทิงให้คนเป็นล้านๆ ก็คุ้มนะเจ้าคะ

“เจ้าเป็นคนกำเริบ ไม่รู้จักกาลเทศะ วาจาพิกลพิการฟังไม่รู้ความ จิตใจหยาบกระด้างไม่มีเมตตาข้าทาสบริวาร ไม่เอาการเอางาน ขี้คร้านตัวเป็นขน ดีแต่แต่งตัวนั่งชม้อยชายตาหน้าขาว น่ารำคาญ !!”

Image result for บุพเพสันนิวาส แร็พ

16. ความสายเปย์อโยธยา อยากจิบอกนี่คือชายในฝันของสาวๆ เลยนะ เพราะขนาดยังไม่ได้รักได้ชอบ ไปป่าผ้าเหลือง คุณพี่ยังพร้อมเพย์ แล้วพอยิ่งผูกใจ ยิ่งเปย์หนัก ถึงกับออกปาก “ถ้าออเจ้าชอบก็เลือกดูได้” เมื่อแม่หญิงการะเกดถาม”คุณพี่จ่ายเงิน ?” คุณพี่เดชของสาวๆ ก็ตอบ “คงมิทำให้ข้าล่มจมหรอก” ฮู้ย… เอากะเขาสิ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

17. ความคำคมอโยธยา คุณพี่เดชนอกจากหล่อ สปอร์ต แลแร็ปเก่งแล้ว วาจาก็ยังคมคายจนยกเป็น Quote สอนใจได้ ที่โดนๆ ก็อย่าง “คนเรามีทั้งดีและไม่ดีเป็นธรรมดา สำคัญที่ว่าความไม่ดีของเขา เป็นอันตรายต่อผู้อื่นฤาไม่ ความดีความไม่ดีของคน ปิดบังกันได้ไม่นานดอกหนา”

18. ความเจนเทิลอโยธยา งานนี้คนดูได้เห็นคุณพี่เดชงัดกลเม็ดหลากหลาย ไล่เลเวลตั้งแต่ สอน ปราม ขู่ ใส่ใจดูแล จับจูง ฯลฯ ซึ่งแม้จะเป็นบรรทัดฐานของชายไทยอโยธยา แต่แพรวอยากให้คนดูกรองให้เห็นถึงความละเมียดในมุมมองของ ‘รักแลห่วงใย’ ที่ชายคนหนึ่งจักพึงทำแก่หญิงคนรัก และไม่มีคำว่าเชยเลยไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน

ตัวอย่างเช่น คุณพี่เดชสอนน้อง จากซีนที่แม่หญิงการะเกดมัดผมจะไปวัด ใครปรามก็หาฟังไม่ แต่แค่คุณพี่เดชพูดว่า “ออเจ้าไม่ได้ทำผิดอันใดทั้งสิ้น เพียงแต่ออเจ้าจะต้องสู้กับสายตาคนทั้งวัด ซึ่งไม่เป็นการดีเลย และข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น” เท่านั้นแหละเอาอยู่ แม่หญิงยอมแก้ผมออกแต่โดยดี

อีกคำสอนที่คนดูชอบกันมาก เพราะเป็นซีนหวานซีนแรก เมื่อแม่หญิงการะเกดเจอฤทธิ์มนุษย์ป้าจนร้องไห้อยากกลับบ้าน ก็คุณพี่เดชนี่แหละที่ปลอบกึ่งสอนว่า “คนเราต้องรู้จักหักใจในสิ่งที่ควรหัก มัวแต่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผ่านเลยไปก็หาประโยชน์อันใดมิได้” แหม… จริงซะยิ่งกว่าจริง

คุณพี่เดชปรามน้อง จริงๆ น่าจะมาจากอารมณ์หึงหวงเป็นบรรทัดฐาน เมื่อการะเกดพบกับขุนเรืองครั้งแรกแต่กลับพูดคุยสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน เป็นที่ขวางหูขวางตาคุณพี่เดชยิ่งนัก จนต้องปรามกึ่งแร็ปว่า “แม่การะเกด ออเจ้าเพิ่งออกนอกเรือน มิรู้กิริยาชะม้อยชะม้ายชายตาของออเจ้าเป็นวิสัยปกติฤาเผลอไผล แต่จะเป็นเพราะเหตุอันใดก็มิบังควรกระทำ หากผู้ใดมาพบเข้าจะเอาไปนินทาได้ว่าหลานคุณพ่อนี่กิริยามิงาม เป็นหญิงชะม้อยชะม้ายตาให้ชายไปถ้วนทั่ว จักพากันขายขี้หน้ากันทั้งเรือน”

คุณพี่เดชขู่น้อง เมื่อการะเกดสอดรู้สอดเห็นจนหวิดจะเสี่ยงชีวิต คุณพี่เดชอยากปรามนิสัยนี้ แต่จะจับมาตีก็มิกล้า จึงเลือกใช้กริชจ่อคอตัวเองแล้วพูดว่า “ลืมแล้วฤๅ ว่าออเจ้าเป็นคนที่มีเพียงชีวิตเดียว แลบัดนี้ชีวิตของออเจ้าก็พ่วงชีวิตผู้อื่นไว้ หากออเจ้าเป็นกระไรไป ข้าก็มิขออยู่เป็นผู้เป็นคน ให้ข้าตายก่อนเสียยังดีกว่า” ปรากฏว่าได้ผลกว่าการพูดห้ามเป็นไหนๆ ฉลาดสุดๆ นะเจ้าคะคุณพี่

คุณพี่เดชใส่ใจดูแลน้อง ทั้งฝนไพล ทั้งให้ยา ครั้นน้องมี ป.จ.ด. แต่บอกใครมิได้ คุณพี่เดชก็ห่วงว่าน้องไม่สบายหนักจนเดินขากาง ถึงกับลงทุนยืนฟังอยู่หน้าหอนอนเป็นนานสองนานกว่าจะรู้ความ โถ… พ่อคุ๊ณ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

คุณพี่เดชยอมน้อง ผู้ชมได้เห็นคาแร็คเตอร์นี้ของคุณพี่เดชอยู่หลายตอนเลยละ ขนาดแม่หญิงการะเกดทำกริยาชั่ว(คำของคุณหญิงจำปา) ท้าวสะเอวใส่ คุณพี่ยังมองด้วยความเอ็นดู หรือตอนสร้อยสังวาลย์ขาด คุณพี่ก็เก็บงำมาร้อยใหม่ ส่งเสริมกับวาจา “ก็มีข้าคนเดียวนี่แหละที่ออเจ้าจะมาบังคับขู่เข็ญให้ทำตามที่ออเจ้าอยากทำ” ยิ่งนัก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บุพเพสันนิวาส ร้อยสังวาลย์

คุณพี่เดชจูงน้องแลโอบประทับป้องภัย อันนี้ไม่มีคำอธิบาย นอกจากให้ดูรูปรัวๆ 55

ในภาพอาจจะมี 4 คน, สถานที่กลางแจ้ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บุพเพสันนิวาส ดูสด

 

 

ในภาพอาจจะมี 2 คน, สถานที่กลางแจ้ง

คุณพี่เดชอินทุกสิ่งที่น้องทำ ตามท้องเรื่อง ก่อนเดินทางไปฝรั่งเศส แม่หญิงการะเกดเย็บทั้งเสื้อกั๊ก เสื้อนอก แถมยกหมอนที่หนุนนอนทุกคืนให้เป็นของติดตัว การณ์ปรากฏว่าวันออกเดินทาง คุณพี่เดชจับทุกสิ่งใส่ร่าง โอ๊ย… น่ารักเนอะ

(อ่านต่อหน้า 3)

keyboard_arrow_up