คุ้มค่าน่าเปย์! 9 กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นฮ็อต ไอเท็มต้องมี ที่ควรค่าแก่การลงทุน

สำหรับสาวๆ มนุษย์เงินเดือนที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นอกจากความสวยงามน่าพึงใจแล้ว ถ้าเป็นชิ้นคลาสสิกไอคอนิกของแบรนด์ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกคุ้มค่า แถมบางคนอาจมองการณ์ไกลถึงการลงทุน เพื่อไว้เก็งกำไรต่อด้วย ฉะนั้นควรซื้ออะไรให้คุ้มค่าที่สุด แพรวมีคำตอบให้กับสาวๆ ทุกคนตรงนี้

 

Chanel 2.55, Classic Flap Bag and Reissue 2.55

กระเป๋าแบรนด์เนม
Chanel 2.55

กระเป๋าคลาสสิกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล Chanel 2.55 ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนังลายควิลต์ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ความหรูหราไปแล้ว โดย Chanel 2.55 เวอร์ชั่นออริจินัลนั้น ตัวล็อกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เรียกว่า Mademoiselle Lock จนในช่วง ยุค 80 หลังจากที่คาร์ลเข้ารับตำแหน่งก็ได้นำโลโก้ตัวซีไขว้ใส่เข้าไปตรงฝาปิดแทน และกลายเป็นรุ่นยอดฮิต Chanel Classic Flap Bag มาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2005 คาร์ล ก็ได้อวดโฉมรุ่น Reissue ที่นำเอาตัวล็อกแบบดั้งเดิม (Mademoiselle Lock) มาทำใหม่

กระเป๋าแบรนด์เนม
Chanel Classic Flap Bag

ทั้ง 3 รุ่นนี้มีความคล้ายคลึงกันที่รูปทรงกระเป๋าและหนังลายควิลต์ จุดสังเกตง่ายๆ คือ Chanel Classic Flap Bag นอกจากโลหะตัวซีไขว้ตรงฝาปิด ลักษณะเด่นของสายกระเป๋าเป็นสายโซ่ที่ถักด้วยเส้นหนัง แต่หากเป็นรุ่น Chanel 2.55 และ Reissue สายจะเป็นโลหะทั้งเส้น

กระเป๋าแบรนด์เนม
Chanel Reissue 2.55

ส่วนสีกระเป๋าทั้ง 3 รุ่นนี้ ที่ฮิตคลาสสิกตลอดกาลต้องสีดำ แต่ถ้าชอบแฟชั่นมากขึ้น แต่ละรุ่นมีหลายสีหลากวัสดุที่นำมาตกแต่งสร้างสรรค์ให้เลือก และใครว่าต้องหยิบมาสะพายอย่างเดียว ถ้าเลือกไซส์เล็กหน่อย ยังหยิบมาถือเป็นคลัทช์ได้เก๋เชียวล่ะ

 

Lady Dior

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าใบโปรดของเจ้าหญิงไดอะน่าและเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของดิออร์ กระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมใบนี้ดึงดูดด้วยแพตเทิร์นของหนังที่ ตัดเย็บแบบควิลต์ที่เรียกว่าลายคานนาจ (Cannage) หูจับเชื่อมด้วยห่วงสีทองและห้อยตัวอักษรของโลโก้ Dior ทั้งหมดนี้เป็นผลงานการออกแบบของ จอห์น กัลลิอาโน (John Galliano) แม้ Lady Dior จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดและวัสดุต่างๆ และมีออกมาอีกหลายสีก็ตาม แต่ลายคานนาจก็ถือว่าคลาสสิกสุดและควรมีไว้ในครอบครอง

 

Louis Vuitton Petite Malle

กระเป๋าแบรนด์เนม

หลุยส์ วิตตอง รุ่น Petite Malle ควรค่าแก่การมีไว้ครอบครอง รุ่นนี้เรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า The Mini Trunks เพราะได้อินสไปร์มาจากหีบกระเป๋าเดินทางที่เป็นตำนานของแบรนด์นั่นเอง และสัญลักษณ์รูปตัว “x” สามตัวที่มุมขวาล่างบนกระเป๋านั้น หยิบยกมาจากผลงานในช่วงต้นยุค 20 ที่ออกแบบให้ Albert Kahn นายแบงก์ผู้หลงรักการเดินทาง ซึ่งสัญลักษณ์นี้มีความหมายเปรียบดังนกที่บินไป รอบโลก อีกทั้งด้วยขนาดกะทัดรัดรูปทรงกล่อง นอกจากเป็นคลัชท์เก๋ๆ ได้แล้ว ยังปรับเปลี่ยนเป็นกระเป๋าสะพายได้เมื่อคล้องสาย เรียกว่าใบนี้ใบเดียวอัดแน่นเรื่องราวพิเศษมากมาย Timelessly Elegant จริงๆ

 

Gucci Bamboo Bag

กระเป๋าแบรนด์เนม

แม้กุชชี่จะเปลี่ยนครีเอทีฟไดเร็คเตอร์เป็น อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) ซึ่งเป็นคนรื้อความคอนเซอร์เวทีฟและปลุกความสนุกเฟี้ยวฟ้าวให้แบรนด์ แต่สิ่งหนึ่งที่อเลสซานโดรไม่เคยทิ้งไปนั่นคือ “หูหิ้วไม้ไผ่” สัญลักษณ์ที่มีมาแต่ดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1947 ของกุชชี่ จากการที่ช่างฝีมือของกุชชี่ตัดท่อนไม้ไผ่มาขัดมันและสร้างสรรค์ให้เป็นหูกระเป๋าโค้งมน ผ่านมาหลายทศวรรษ ไม้ไผ่ยังคงเป็นวัสดุที่ใช้ในการผลิตกระเป๋า จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของกุชชี่ในที่สุด

 

Givenchy Antigona

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋ารูปทรงหกเหลี่ยมที่ทีแรกไม่มีใครคิดว่าจะกลายมาเป็น Most Iconic Style วางขายครั้งแรกในปี 2010 ก่อนจะถูกนำมาเปลี่ยนสีและหนังแตกต่างกันไปในแต่ละซีซั่น มาพร้อมสายสะพายยาว สามารถใช้ทั้งแบบถือ คล้องแขน หรือครอสบอดี้ก็ได้ กลายเป็นที่ชื่นชอบอย่างรวดเร็ว เพราะเหมาะเจาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันที่สุด

 

Hermès Birkin & Kelly

กระเป๋าแบรนด์เนม
Hermès Birkin และ Hermès Kelly

ตำแหน่งกระเป๋าถือหรือคล้องแขนที่คลาสสิกและหาจับจองยากยังคงเป็นของแอร์เมส รุ่นเคลลี่หรือเบอร์กิ้น เราข้ามประวัติที่คนส่วนมากรู้แล้วไปดูว่าทำไมถึงหายาก ก็เพราะกระเป๋าแต่ละใบใช้เวลาผลิตไม่น้อย อย่างเคลลี่หนึ่งใบจะใช้ช่างฝีมือแค่คนเดียวในการผลิตทุกขั้นตอน ใช้เวลา 18-20 ชั่วโมง ส่วนเบอร์กิ้นใช้เวลามากกว่า 25 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งช่างฝีมือของแอร์เมสจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมกระเป๋าตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งสีที่คนตามหากันหรือรุ่นยอดฮิตจะอยู่ในสีคลาสสิกทั้งหลาย แต่ถ้ามีกำลังทรัพย์ให้ลงทุนกับหนังเอกโซติกไปเลย เพราะในปี 2017 Hermès Birkin สี Himalaya Niloticus Crocodile ขนาด 30 ถูกประมูลผ่านคริสตี้ มีมูลค่าสูงถึง 379,261 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 12 ล้านบาท

 

นอกจากกระเป๋าแบรนด์เนมทั้ง 9 รุ่นนี้ที่แพรวขอคอนเฟิร์มว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนแล้ว ยังมีเทคนิคดีๆ ในการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมอย่างไรให้ขายได้ราคาดีมาฝากสาวๆ ทุกคนด้วย ซึ่งคุณ TAKAYUKI SHIMATA โปรดักต์สเปเชียลลิสต์แห่งร้าน Brand Off Tokyo ได้แนะนำเทคนิค 4 ข้อไว้ดังนี้

กระเป๋าแบรนด์เนม
คุณ TAKAYUKI SHIMATA โปรดักต์สเปเชียลลิสต์แห่งร้าน Brand Off Tokyo

3 อันดับกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขายต่อไม่ขาดทุน

แบรนด์กระเป๋าคลาสสิกในตำนาน ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยก็ขายได้กำไร เพราะคนนิยมซื้อเก็บไว้ลงทุน อันดับ 1 หลุยส์ วิตตอง รุ่น Speedy กับ Neverfull อันดับ 2 ชาเนล รุ่น Classic ไซส์กลาง สีดำ หนังคาเวียร์ ซึ่งไม่ค่อยเป็นรอย ส่วนตัวโลหะนั้นจะสีทองหรือเงิน ก็แล้วแต่ว่าช่วงไหนฮิตอะไร อันดับ 3 แอร์เมส รุ่น Birkin ไซส์ 30 และ 25 สีดำ เช่นเดียวกับรุ่น Kelly ที่คนนิยมสีดำเหมือนกัน และควรเป็นไซส์ 28 สำหรับบักเคิลนั้น เช่นเดียวกับแบรนด์ชาเนล ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นฮิตสีทองหรือเงิน แต่สำหรับเวลานี้ต้องสีทองเท่านั้นแต่ทั้งนี้จะขายได้ราคาดีหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของกระเป๋าด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญจะดูสภาพตรงขอบกระเป๋าข้างล่าง หนังด้านนอกและด้านในว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งตรงที่จับกระเป๋าว่ามีรอยถลอกหรือไม่

เก็บไว้นาน ราคาสูงจริงหรือ

ไม่มีกระเป๋าใบไหนที่เก็บไว้แล้วราคาจะสูงขึ้น เพราะเมื่อผลิตล็อตแรกออกมาแล้ว ความนิยมจะอยู่แค่ช่วงแรก จากนั้นกระแสจะค่อยๆ หายไป บวกกับไม่สามารถบอกได้ว่าราคาของกระเป๋าใบนั้นจะสูงขึ้นทุกปีหรือเปล่า เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความนิยมทั้งสิ้น อย่างกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง รุ่น Supreme ที่ออกจำหน่ายในช่วงเวลาจำกัด ถ้าปล่อยขายในช่วงที่มีความต้องการสูงก็จะได้ราคาดี ถึงที่สุดแล้วราคาของตลาดมือสองก็ขึ้นอยู่กับสินค้าของตลาดมือหนึ่งด้วยเช่นกัน คือถ้าตลาดมือหนึ่งราคาสูงเป็นที่นิยมมาก ราคาของตลาดมือสองก็จะสูงตาม

กระเป๋าเทรนดี้ เลือกอย่างไรให้ได้กำไร

อย่างที่รู้กันว่า แบรนด์กระเป๋าคลาสสิกจะได้กำไรดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นสายเทรนดี้ อยากซื้อกระเป๋าดีไซน์แฟชั่นจัดๆ เก็บไว้ ก็ควรจะเลือกรุ่นยอดนิยมเท่านั้น เช่น แบรนด์กุชชี่ขอแนะนำรุ่น Belt Bag เป็นรุ่นวินเทจที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุค 80 ทางแบรนด์ได้นำดีไซน์นี้กลับมาผลิตอีกครั้ง ปัจจุบันคนก็ฮิตใส่กันมาก รวมทั้งทรงเมสเซนเจอร์ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่คนนิยมด้วยเช่นกัน

รุ่นโดน แบรนด์ใช่ มีชัยไปกว่าครึ่ง

ในบางสถานการณ์ กระเป๋าแอร์เมสราคาตลาดมือสองอาจแพงกว่ามือหนึ่ง โดยเฉพาะรุ่น Birkin หรือ Kelly อย่างที่รู้กันว่า สองรุ่นนี้ ต้องเสียเวลารอสินค้าเป็นปี เพราะฉะนั้นจึงเกิด “ค่าเสียเวลา” นำมาตีเป็นมูลค่าด้วยเช่นกัน แต่อยู่ในข้อแม้ที่ว่า กระเป๋ารุ่นนั้นยังเป็นที่ต้องการในตลาดสูงมาก เพราะฉะนั้นถ้าคุณเลือกแบรนด์กระเป๋าดีในราคาสูง ราคาในอนาคตก็จะสูงขึ้น แต่สุดท้ายไม่ว่าจะซื้อแบรนด์ไหน รุ่นอะไร ถ้าไม่คิดจะใช้กระเป๋าใบนั้นแล้ว การขายต่อก็ดีกว่าวางทิ้งไว้เฉยๆ เพราะทำให้เสียมูลค่าที่ซื้อมาไปเปล่าๆ


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 937

keyboard_arrow_up