หน้าบานกรามใหญ่ คางสั้นไร้สันจมูก แค่สวดมนต์คงไม่หาย ศัลยกรรมก็อย่าทำเลย

หน้าบานกรามใหญ่
หน้าบานกรามใหญ่

ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปลักษณ์มีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตในสังคม เพราะจากสถิติบอกได้ชัดเจนว่าบุคคลที่มีหน้าตาดีจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่าคนที่มีความสามารถเท่ากันแต่ขี้เหร่กว่า เรื่องราว How to และ Makeover อย่างไรให้สวยนั้น มีเยอะแยะมากมายเสียจนตามข้อมูลแทบไม่ทันไหลบ่ามาอย่างกับน้ำป่าไหลหลากพัดพาเราไปในกระแสของโฆษณาชวนเชื่ออย่างต้านทานไม่ได้

ซึ่ง แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง หมอแหวว หรือ พญ.เพ็ญลดา ครุธโกษา สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โดยตัวหมอแหววเองออกเป็นผู้หญิงดูห้าวๆ ลุยๆ แต่ส่วนลึกก็มีห่วงสวยอยู่เหมือนกัน หมอเล่าว่า นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อความงามนั้นมีมากมาย การหาข้อมูลให้เพียงพอก่อนตัดสินใจที่จะเลือกใช้หรือทำอะไรกับตัวเราเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ใบหน้าที่สวยงามนั้นเกิดขึ้นจากความสมส่วนขององค์ประกอบที่อยู่บนใบหน้า เช่น หน้าผาก ตา จมูก คาง หากเอาใบหน้าของคนสวยหล่อมาลองวัดออกมาเป็นตัวเลข แล้วจะพบว่าสัดส่วนของอวัยวะต่างๆ นั้นมีตัวเลขที่เท่ากันอย่างน่าตกใจ ดังนั้น การปรับรูปหน้าสามารถทำให้เราสวยขึ้นได้คือการปรับสัดส่วนต่างๆ บนใบหน้าให้ใกล้เคียงกับตัวเลขนั้น แต่คนเอเชียกับฝรั่งนั้นต่างกันนะคะ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้อาหมวยหน้ากลายเป็นแองเจลิน่าโจลี่นะ นอกจากจะอาศัยเทคนิคการแต่งหน้าเข้าช่วยอีกสเต็ปหลังจากนั้นก็ว่ากันไป

ส่วนเรื่องการปรับรูปหน้าที่สาวๆ หลายคนกังวลคือการศัลยกรรม ซึ่งต้องเจ็บตัว เสียเวลาทำใจ และเสียเงินเยอะแต่ได้ผลครั้งเดียวจบ แต่ถ้าไม่อยากศัลยกรรมก็มีถึง 5 วิธีให้สาวๆ ได้ตัดสินใจ โดนหมอแหววบอกกับ แพรวดอทคอม ว่าการปรับรูปหน้านั้น แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1 การปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม ซึ่งสาวไทยส่วนใหญ่กว่า80% แค่เพียงใช้โบท๊อกซ์ ฟีลเลอร์ ก็ทำให้สวยขึ้นได้ในพริบตา แต่การปรับรูปหน้าแบบนี้เราต้องทำความเข้าใจถึงยาที่ใช้ในการปรับหน้าให้เรานั้นว่าแต่ละอย่างมีหน้าที่ทำอะไรได้บ้าง เพราะยาแต่ละอย่างมีหน้าที่ไม่เหมือนกันนั่นหมายความว่าการปรับรูปหน้าโดยการไม่ศัลยกรรมนั้นอาจต้องใช้ยาหลายๆ ชนิด และอาจต้องค่อยเป็นค่อยไป เรามาดูกันว่า 4 อย่างหลักๆที่ใช้ในการปรับรูปหน้ามีอะไรบ้าง

  • โบท๊อกซ์ (Botox) เป็นสารที่มีความสามารถในการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบางคนหน้าบานกรามใหญ่ เกิดจากกล้ามเนื้อเราก็ใช้เจ้าโบท๊อกฉีดเข้าไปเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง โดยจะใช้เวลาหลังฉีดราว 1 เดือนหน้าจะค่อยๆ ดูเรียวเล็กลงได้ แต่ถ้าลดขนาดกล้ามเนื้อจนสุดๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจก็อาจต้องไปจบที่ศัลยกรรมเป็นอย่างสุดท้าย
  • เมโสไลโปไลซิส ( MesoLipolysis) การฉีดสลายไขมัน โครงหน้าคนเอเชียอย่างเรามักจะมีปัญหาปริมาณไขมันที่แก้มเยอะ จึงทำให้แก้มดูอวบป่องเต่งเหมือนอมส้มไว้ในปากตลอดเวลาการทำเมโส (Mesotherapy) คือการฉีดยาเข้าไปยังบริเวณที่เราต้องการให้มันออกฤทธิ์ ในกรณีนี้เราต้องการให้ไขมันสลายหายไป คือใช้ตัวยาที่ออกฤทธิ์สลายไขมัน จึงมีชื่อเรียกว่าLipo (ไขมัน) – สลาย (Lysis) นั่นเอง ซึ่งปริมาณของยาที่เราฉีดเข้าไปต้องมากเพียงพอที่จะครอบคลุมพื้นที่ๆ เราต้องการให้ไขมันถูกทำลายสลายไป เมื่อฉีดเข้าไปแล้วตัวยาจะทำให้เซลล์ไขมันตายแล้วก็จะถูกกำจัดออกไปทางระบบน้ำเหลืองขับออกทางอุจจาระในที่สุด หลังฉีดก็อาจมีการบวมเกิดขึ้นได้และต่อเนื่องไปราวๆ 1 สัปดาห์กว่าจุดที่เราฉีดนั้นจะเริ่มเล็กลง อย่างที่บอกว่าปริมาณยาต้องมากพอ ถ้าแก้มยุ้ยมากหรือบริเวณที่เราต้องการสลายไขมันมีขนาดใหญ่ก็อาจจะต้องฉีดหลายครั้ง
  • ฟีลเลอร์ (Filler) แปลตรงตัวว่า “เติมเต็ม” สารที่เรียกว่าฟีลเลอร์นี้คือสารที่มีหน้าที่เติมเต็ม ชื่อมันบอกหน้าที่อยู่แล้วเราจึงนำมาใช้เพื่อเติมในจุดที่พร่องไป จริงๆ สามารถเติมส่วนใดก็ได้ในร่างกายสารตัวนี้มีมากมายหลายชนิด มีทั้งแบบถาวรคือ ไม่สลายไปจากร่างกายอยู่ได้ตลอดชีวิตคือ ซิลิโคนเหลวนั่นเอง ปัจจุบันไม่ใช้ฉีดกันแล้ว เพราะเรารู้ว่าร่างกายสามารถเกิดปฏิกิริยาต่อต้านและแถมยังไหลไม่ยึดเกาะทำให้หน้าผิดรูปได้ส่วนแบบไม่ถาวรนั้นก็มีหลายแบบ คือร่างกายเราสามารถสลายสารเหล่านี้ได้เอง แต่ในประเทศไทยสารที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยามีเพียงตัวเดียวคือ Hyaluronic acid หรือที่เราเรียกสั้นๆกันว่าไฮยานั่นเอง มีหลากหลายยี่ห้อมากซึ่งในปัจจุบันนานที่สุดที่มีการอ้างอิงในท้องตลาดจากบริษัทเวชภัณฑ์ต่างๆ เท่าที่หมอทราบคือ 2 ปีแต่หลังจากฉีดแล้ว ไม่ใช่ว่าครบตามเวลาแล้วถึงจะยุบ มันจะค่อยๆ ยุบไปเรื่อยจากวันที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยจะสลายเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ เช่น ตัวฟีลเลอร์เอง การดูแลสุขภาพของตนเองการปรับรูปหน้าโดยใช้ฟีลเลอร์นี้นอกจากจะใช้เติมส่วนที่พร่องให้เต็ม เช่น ร่องแก้มร่องน้ำตา ร่องน้ำหมาก แก้ม และขมับตอบ มันยังสามารถเติมส่วนที่อยากให้เกินออกมาได้ด้วยเช่น การเติมจมูกให้โด่งมากขึ้น หรือการเติมให้มีคางที่ยาวมากขึ้นนั่นเอง
  • การร้อยไหมยกกระชับ(Thread Face Lift) จริงๆ แล้วไหมยกกระชับมีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาเริ่มบูมในบ้านเราก็สัก 2 ปีที่ผ่านมา ไหมยกกระชับมีหลายชนิด เช่น ไหมก้างปลา ไหมกรวย และมีหลากหลายวัสดุ เช่น ไหม PDO, ไหม Silicon, ไหมทอง หมอจะเลือกให้เหมาะกับปัญหาที่มี เมื่ออายุเพิ่มขึ้นผิวเราจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น (Elasticity) สูญเสียปริมาตร (Collagen and Fat lost) ทำให้หน้าหย่อนคล้อยห้อยย้อยลงไปตามแรงโน้มถ่วง การร้อยไหมทำให้ใบหน้าตึงกลับไปได้จาก 2 ส่วน คือ ตัวมันเองทำให้ที่เป็นสลิงดึงขึ้นไป และกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมสร้างใหม่ของสิ่งที่หายไปเหล่านั้น
  • เครื่องยกกระชับ ในกลุ่มเครื่องมือนี้จะมีหลากหลายเทคโนโลยีที่ให้ผลใกล้เคียงกัน ได้แก่ เครื่องมือในกลุ่ม RF (Radiofrequency) เช่น Thermage และ E-Matrix, เครื่องมือกลุ่ม Infrared เช่น Almar, เครื่องมือกลุ่ม Ultrasound เช่น Ulthera เครื่องมือเหล่านี้จะให้พลังงานเพื่อสร้างความร้อนเข้าสู่ชั้นต่างๆของโครงสร้างผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการยกกระชับและทำให้ไขมันบางส่วนสลายตัวจึงสามารถให้ผลในการลดไขมันและยกกระชับได้เช่นกัน

หมอจะยกตัวอย่างการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรมให้เข้าใจคร่าวๆ เช่น สาวน้อยคนหนึ่ง มีลักษณะหน้ากลมคางสั้นไร้สันจมูก เริ่มแรกหมอจะดูว่ามีปริมาณไขมันเยอะไหม ถ้าเยอะมากก็จะเริ่มต้นด้วยการฉีดสลายไขมันเพื่อลดไขมันส่วนเกินออกไปก่อน นัดมาดูอีก 2 สัปดาห์ ถ้ายังมีไขมันเยอะก็อาจฉีดสลายไขมันซ้ำได้อีกจนกว่าไขมันส่วนเกินจะลดจนเป็นที่พอใจ ต่อมาก็จับดูว่าหน้าที่บานเกิดจากกล้ามเนื้อกรามที่โตก็ฉีดโบท๊อก จากนั้นอีก 1 เดือนหมอจึงจะนัดมาประเมินซ้ำ โดยทั่วไปหลังจากแก้มยุ้ยๆ กับกรามบานๆ ยุบไปแล้ว โครงหน้าจะยังไม่เป็น V-shape หมอจะทำการใส่ไหมยกกระชับใบหน้าร่วมกับการเติมฟิลเลอร์ไฮยาที่คางและจมูก เพื่อให้คางดูเรียวยาวและจมูกโด่งดูเป็นสันขึ้นได้จากที่หมออธิบายลำดับขึ้นตอนและวิธีการ คงพอจะนึกภาพตามออกนะคะ

(อ่านต่อหน้า 2) สำหรับการปรับรูปหน้าโดยการศัลยกรรม

keyboard_arrow_up