เบื่อมากผมดีดทุกเช้า! กลับลำด้วย 5 วิธีแก้ปัญหาผมดีดพังเหมือนรังนกกระจอก

ตื่นเช้ามา สาวๆ ก็คงอยากพบกับความเฟรช เดินออกจากบ้านแบบผมสวยๆ พร้อมความมั่นใจ! แต่ถ้าพบว่าตื่นมาแล้วผมพังเหมือนรังนกกระจอก มีอาการ ผมดีด ชี้ฟู ความมั่นใจที่เคยมีก็หดหายกลายเป็นพัง พัง พัง! ดังนั้น จะปล่อยผ่านไปไม่ได้ วันนี้ แพรวดอทคอม จึงชวนสาวๆ มาทำความรู้จักกับ 5 ตัวการสาเหตุของผมดีดที่บั่นทอนความมั่นใจของสาวๆ งานนี้บอกเลยต่อให้ ผมดีด ร้ายขนาดไหน ก็แก้ปัญหาได้อยู่หมัด!

1. เป่าวนไปค่ะ! ความร้อนจากดรายและเครื่องหนีบผม

ควรใช้ดรายเป่าผมและที่หนีบผมอย่างถูกวิธี  เมื่อสาวๆ สระผม ก็คงอยากปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อผมแห้งก็มีอาการดีดและชี้ฟู สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการใช้ดรายเป่าผมหรือที่หนีบผมเพื่อจัดการความยุ่งเหยิงทุกที แถมบางคนใจร้อนอยากผมสวยเร็วๆ ก็ยิ่งต้องดรายผมด้วยความร้อนสูงๆ เป่าวนไปค่ะ! ตั้งแต่หัวเปียกจนแห้ง  สิ่งที่เหล่านี้แหละ ที่ทำให้ผมเสียอย่างร้ายแรง เพราะผมจะสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้แห้งกรอบ และดีดมากยิ่งขึ้น

วิถีผมสวย ต้องทำแบบนี้ รับรองไม่มีดราม่า 

  • การดรายผมที่ถูกวิธี ควรเช็ดผมให้แห้งที่สุดแล้วจึงใช้ดรายตามหลังจะดีกว่า
  • การรีดผมที่ถูกวิธี ควรรีดแบ่งทีละช่อ เพื่อไม่ให้ผมโดนความร้อนซ้ำๆ

วิธีปกป้องผมจากความร้อน อย่าลืมเป็นอันเด็ดขาดว่าผมกับความร้อน ไม่ใช่ของคู่กัน! แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องรู้จักดูแล ฟื้นฟู และป้องกันอย่างถูกวิธี คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเส้นผมจากความร้อนโดยเฉพาะ อย่างสเปรย์หรือทรีทเมนท์ ก่อนจัดแต่งทรงผมทุกครั้ง


2. ธรรมชาติทำร้าย

ใส่ใจในการปกป้องผมจากแสงแดด บางครั้งธรรมชาติก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป อย่างความร้อนจากแสงแดดที่เป็นคู่อริกับสาวๆ ตลอดมา และแดดเมืองไทยร้อนแรงขนาดไหน เราต่างก็รู้กันดี หลายคนมักโฟกัสไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดด แต่หารู้ไหมว่า เส้นผมก็ต้องการการปกป้องไม่ต่างกัน เพราะผลจากการตากแดดจัดเป็นเวลานาน ทำให้ผมแห้งกรอบ เป็นต้นเหตุของปัญหาผมบาง และเปราะขาดง่าย ทำร้านผมเราไม่แพ้การกัดสีผม การฟอกสีผม การดัดผม เลยทีเดียว อย่าประมาทกับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดที่เป็นหนึ่งในตัวการร้ายทำลายโปรตีนเคราตินในเส้นผม

วิธีปกป้องผมจากทุกมลภาวะและสภาพอากาศ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าเคล้าน้ำตา ถ้าสระผมมาใหม่ๆ ดันเจอฝนตก มันคือหายนะของทรงผมสวยชัดๆ เส้นผมที่ต้องเผชิญกับความชื้น ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ผมดีดและชี้ฟูจัดทรงยาก แต่ยังดูลีบแบนมากอีกด้วย แถมในปัจจุบันน้ำฝนยังมีมลพิษเจือปนเป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะอีกต่างหาก มาที่ฤดูหนาวกันบ้าง เพราะความชื้นในอากาศที่ค่อนข้างต่ำนี่แหละ จะทำให้เส้นผมมีความแห้งทำให้เกิดประจุไฟฟ้า อันเป็นสาเหตุอาการผมชี้ฟูและดีด แต่เรื่องที่แย่ไปกว่านั้นคือหนังศีรษะที่แห้งก็จะหลุดลอกกลายเป็นรังแค

การฟื้นฟูและปกป้องต้องเริ่มมาจากภายใน ซ่อมแซมให้ลึกตั้งแต่โครงสร้างผม ด้วยการเติมเคราตินเข้าไป โดยการใช้แชมพูและครีมนวดผม ที่มีส่วนผสมของเคราตินเพื่อเข้าไปเติมเต็ม ทำให้เส้นผมแข็งแรง จัดทรงง่ายขึ้นในทุกสภาพอากาศ


3. แปรงและหวี เพื่อนคู่ใจผมดีด

ใช้หวีผิดชีวิตเปลี่ยน จริงๆ แล้วปัญหาผมร่วง อาจจะจัดการได้ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการใช้หวีให้ถูกต้อง หลังสระผมขณะที่ผมยังเปียก ควรใช้หวีซี่ห่างก่อน หรือใช้ปลายหวีซี่ถี่แบ่งผมเป็นช่อเพื่อดรายหรือรอผมแห้งตามธรรมชาติแล้วจึงค่อยแปรงผม   

ทำความสะอาดแปรงและหวีอยู่เสมอ แปรงและหวีเปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจของคนผมดีด เพราะเวลาเห็นผมดีดชี้ฟู สิ่งแรกที่ทำได้คือการหยิบหวีขึ้นมาสาง จัดทรงใหม่ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในหวีที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นแหล่งสะสมชั้นยอดของรังแค ฝุ่นละออง เชื้อโรคและสารเคมีที่ติดมาจากเส้นผม ถ้าส่องซูมใกล้ๆ มีได้ยี้กันแน่นอน ถ้าไม่อยากหมักหมมสิ่งสกปรกเอาไว้ก็ต้องใส่ใจการทำความสะอาดแปรงและหวีอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับเส้นผมและหนังศีรษะ เรื่องเล็กๆ ที่ห้ามมองข้าม

หวีผมให้ถูกต้อง สาวๆ หลายคนอาจจะหวีผมมาทั้งชีวิต แต่ยังไม่รู้ว่าการหวีผมที่ถูกต้องทำอย่างไร ถ้าหวีผมให้ดีอย่างถูกต้องก็เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นผมที่เรียงเส้นสวยไม่หลุดร่วงง่าย เริ่มจากแบ่งผมเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ หวี โดยเริ่มหวีผมจากด้านในสุดมาด้านนอกสุด ห้ามหวีจากโคนไล่ลงมา เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้เส้นผมพันกัน นอกจากนั้นยังควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผมก่อนแปรงผมด้วยเพื่อปิดเกล็ดผมและลดการเสียดสีระหว่างแปรงกับเส้นผม


4. ยางรัดผม “ดีด”

เลือกยางมัดผมที่ดีต่อใจ การมัดผมก็ช่วยอำพรางผมดีดชี้ฟูได้ก็จริง แต่สาวๆ หลายคนมักมองข้าม คิดว่าใช้แบบไหนก็ได้ แต่บอกไว้เลยว่าการใช้ยางรัดผมที่ไม่ดีนั้นเป็นเสมือนดาบ 2 คม ลองสังเกตดูว่าการที่เรารัดผมบริเวณเดิมทุกวัน จะทำให้เส้นผมในบริเวณนั้นแห้งและหักงอ ยิ่งบางคนรีบๆ ใช้ยางที่รัดอาหารมามัดผมบ่อยๆ ทำให้เวลาแกะผมออกมา เกิดผมพันกัน ดีด หักงอได้ จึงควรเลือกยางมัดผมที่มีผ้าหุ้มจะดีต่อใจมากกว่า เพราะรู้สึกสบาย แถมดีต่อผมเพราะไม่รัดจนทำลายเส้นผมและทำให้ผมร่วง


5. สารเคมีจากการยืด ดัด และทำสีผม

เทรนด์แฟชั่นสีผมและทรงผมเป็นอะไรที่ยั่วใจสาวๆ ได้ทุกปีจริงๆ แต่กว่าจะได้สีผมที่ถูกใจต้องกัดสีไม่รู้กี่รอบ ทำไงได้ก็เราเป็นสาวเอเชีย ผมดำ อยากได้สีเจ็บๆ ก็ต้องกัดสีใช่มะ?? ต้องให้เส้นผมทนกับสารเคมีจากการกัดและน้ำยาย้อมผมทำลายจนบอบช้ำ และถ้าอยากให้คอมพลีทลุคสุดแซ่บก็ต้องยืดหรือดัดผมต่ออีก ยิ่งเป็นการใช้สารเคมีในการสลายพันธะทำให้เส้นผมเปลี่ยนรูปทำให้ผมเสียมากยิ่งขึ้น

การยืด ดัด และทำสีผมควรเว้นระยะห่างประมาณ 3 เดือน รู้หรือไม่สารเคมีต่างๆ เป็นตัวการทำร้ายเคราตินในเส้นผม ถ้าไม่อยากให้ผมเสียแบบกู่ไม่กลับ รีบไปหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราตินมาใช้โดยด่วน เช่น เทรซาเม่ เคราติน สมูท ฮีท แอคติเวเตท ทรีทเมนท์ ซึ่งสาวๆ ก็สามารถทำได้เองที่บ้านด้วย อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพเทียบเท่ากับการทำทรีทเมนท์ราคาแพงในซาลอนอีกด้วย

ถึงตัวการร้ายทำลายเส้นผมจะถาโถมแท็กทีมกันมาสร้างปัญหาผมดีดให้กวนใจสักแค่ไหน! ก็ไม่ต้องกลัว เพราะหากรู้จักปกป้องและบำรุงผมอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้เส้นผมได้มากเลยทีเดียว

 


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ข้อมูลและภาพ : TRESemme 

keyboard_arrow_up