5 เทรนด์สีผมสวยซี้ดทำเองได้ง่ายนิดเดียว พร้อมเคล็ดลับดูแลผมทำสีที่ควรรู้!!

สีผม
สีผม
ปีใหม่เป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หลายคนอาจตั้ง New Year Resolution ไว้ในใจเพื่อเป็นความตั้งใจในการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนภายในใจหรือปรับลุคให้ดูสดใสขึ้น หากยังนึกไม่ออกว่าจะเปลี่ยนอะไร แพรวดอทคอม ขอเสนอไอเดียเปลี่ยนสีผมใหม่ตามเทรนด์ปีนี้ แถมเป็นสีที่ทำง่ายได้ด้วยตัวเอง แต่ดูดีและคลาสสิก ทั้งยังสามารถปรับใช้ได้หลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะไปปาร์ตี้ ร่วมงานแต่งงาน เป็นเพื่อนเจ้าสาว เดท หรือแค่อยากกรูมมิ่งให้ตัวเองดูดี สวย สดใส มีลุคใหม่มั่นใจกว่าเดิม

 

Going Bronde
43295da31758a08dff875896dcaf6c3e
ft16_1028_r14
“ผสานบรอนด์และน้ำตาลได้อย่างลงตัว ละมุนกว่านี้ไม่มีแล้ว”

สาวๆ คนไหนอยากได้ผมสีน้ำตาลอ่อนซอฟต์ๆ ละมุน แนะนำเฉดนี้เลย “Bronde” เป็นการผสานสีระหว่างสีน้ำผึ้งและสีน้ำตาลแบบหนังกลับ (Suede) ที่เข้ากันอย่างลงตัว ให้สี “Bronde” ที่ไม่เข้มจนดูเหมือนสีน้ำตาล แต่ก็ไม่อ่อนจนดูเหมือนสีบลอนด์ ช่วยให้หน้าสว่างสดใสขึ้น


ft16_0436_r9_crop

“ประกายทองแดงกลืนไปกับบรอนซ์ทองและน้ำตาลแดงเข้ม เสมือนสุริยุปราคา”

โทนสีน้ำตาลในรูปทำสีโดยใช้เทคนิค Eclipting™ โดยใช้หลักการบิดเกลียวเพื่อผสานเฉดสี Copper และ Golden Bronze เข้าด้วยกัน เพื่อความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ใบหน้าดูเรียวเล็กด้วยเทคนิคแสงและเงา

download
“ผมประกายแดงสดใสเข้ากันได้ดีกับลอนคลื่นใหญ่แลดูมีวอลุ่ม”
Bright Ruby by Yuji Okawa, Aveda Master Colorist, Aveda Japan

ft16_3110_r8_crop

Auburn อยากหน้าสว่างขึ้นต้องลองเฉดสีแดงเลย เพราะการนำสีแดงไปผสมกับโทนสีหลัก ไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น สีน้ำตาลประกายแดง หรือสีมะฮอกกานีเหลือบประกายแดงเข้ม ลุค Black Cherry โดย Aveda Artist จาก Dolce Lusso Salon (USA) ในรูปเป็นการนำเฉดสีแดงผสมเข้ากับสีโทนเย็น ทำให้หน้าสว่างดูมีออร่ามากขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความเคร่งขรึม เหมาะสำหรับสาวๆ ออฟฟิศที่ยังต้องการลุคที่ดูสมาร์ท เช่น ให้สีแดงเข้ม หรือเฉดสี Bright Ruby สีแดงสดใสแซมเข้ากับเบสผมสีเข้มได้เป็นอย่างดี


Greenery

สีเขียวอาจเป็นสีท้ายๆ ที่สาวๆ นึกถึงเมื่อต้องการทำสีผม แต่บอกเลยว่าปีนี้สีเขียวมาแรงแน่ๆ เพราะสีประจำปี 2017 ที่ Pantone เพิ่งประกาศออกมา คือ สีเขียว “Greenery” ที่ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นเสมือนเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตและกลับไปใกล้ชิดกับธรรมชาติอีกครั้ง

green-bob

ผมทรงบ็อบ พร้อมสร้างสรรค์ลุค Greenery โดยใช้เทคนิค Eclipting™ ทำไฮไลท์เขียวที่ผมหน้าม้า เพื่อสร้างมิติให้โครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

f9f9c5511da8bf9528830a83a1131005
c42359fc7f2100873db4445a1e63d23f
ft16_3014_r12_crop

เฉด Deep Emerald ที่ใช้เทคนิค Eclipting™ โดยการสร้างแสงและเงา เป็นการตีกรอบหน้าด้วยสีดำเข้มเพื่อตัดความฉูดฉาดของสีเขียว ทำให้หน้าแลดูเรียวเล็กและสว่างขึ้น


Ash Grey

gam-pannawadee

โทนผมสีเทาหม่นกำลังฮิตในช่วงนี้ ทำให้หน้าแลดูสว่างและซอฟต์ขึ้น ใครที่ยังลังเลว่าจะไปทางแฟชั่นจ๋าหรือจะยังดูธรรมชาติ ขอให้ลอง Ash Grey ถึงแม้ผมสีนี้จะใช้เวลาเปลี่ยนนานกว่าเฉดอื่นๆ แต่บอกเลยว่าจะเปลี่ยนลุคอย่างชัดเจนจนใครๆ ต้องเหลียวหลัง และสร้างลุคที่ดูเรียบหรู เท่ น่าค้นหาสุดๆ ที่สำคัญเหมาะกับทุกสีผิวเลยแหละ


Deep Lilac

1

เฉดสี Deep Lilac หรือดำประกายม่วง จะสร้างมิติให้แก่ใบหน้า โดยการตีกรอบและสร้างมิติบริเวณผมหน้าม้า  โดยหน้าม้าส่วนในสุดใช้สีเข้มกว่าส่วนอื่น เพื่อเป็นการเน้นกรอบหน้าม้าและทำให้ใบหน้าเรียวเล็ก Eclipting™ แตกต่างจากวิธีอื่นๆ ช่างผมจะทำการบิดปอยผมเป็นเกลียวก่อนการลงสี เพื่อสร้างมิติและทำให้ดูมีความพลิ้วไหว Eclipting™ สามารถใช้กับสีอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีแฟชั่นหรือสีสุภาพ เพราะจะเป็นการสร้างความกลมกลืนให้กับสีผม

สำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากได้ผมที่สีดูจัดจ้ามากเกินไปนัก แนะนำให้ทำสีผมในโทนสีธรรมชาติ เป็นการทำสีผมที่ใกล้เคียงหรืออ่อนกว่าสีผมธรรมชาติและสีตา 2-3 ระดับ สำหรับคนเอเชียรวมถึงคนไทย โทนสีน้ำตาล (Brunette) จัดอยู่ในกลุ่มโทนสีกลางๆ ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะเข้ากับสีผิวและรูปหน้าของคนไทยได้เป็นอย่างดี โดยสามารถใส่ประกายสีได้หลากหลาย ที่จะให้ผลลัพธ์เป็นเฉดสีน้ำตาลในโทน Tawny, Caramel, Mocha หรือ Chocolate

เทคนิคการดูแลรักษาสีผม

  1. ก่อนทำสีผม หลีกเลี่ยงการสระผมก่อนการทำสีผม 24-48 ชั่วโมง เพราะหนังศีรษะต้องมีความมันตามธรรมชาติอยู่บ้าง เพราะจะดูดซึมสีได้ดีและติดทนนานกว่า นอกจากนั้นความมันตามธรรมชาติจะเป็นเสมือนปราการปกป้องหนังศีรษะไม่ให้สัมผัสผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมโดยตรง
  2. หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด เพราะแดดและรังสี UVA และ UVB ทำให้สีผมหลุดลอกได้ ก่อนออกแดดแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเส้นผมจากความร้อน aveda damage remedy™ daily hair repair จากนั้นทำความสะอาดเส้นผมด้วย หลังจากออกแดดใช้ aveda sun care after sun hair masque เพื่อมอบความชุ่มชื่นหลังจากที่โดนแสงแดด
  3. หลีกเลี่ยงการโดนคลอรีน สวมหมวกว่ายน้ำตลอดเวลา เพราะคลอรีนและความเค็มในน้ำทะเลจะทำให้เกล็ดผมเปิดและทำให้สีผมเฟดได้ ใช้ aveda sun care hair and body cleanser เพื่อชำระล้างสารคลอรีนจากเส้นผม
  4. หลีกเลี่ยงการสระผมทุกวัน เพราะการสระผมทุกวันจะทำให้ผมซีดจางเร็วกว่าปกติ ลองใช้ตัวช่วยอย่าง aveda shampure™ dry shampoo เพื่อช่วยรีเฟรชผมระหว่างวัน
  5. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สีผมอยู่กับคุณได้นานขึ้น อย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม aveda color conserve™ ที่ช่วยปกป้องสีผมจากการซีดจางและให้สีผมเปล่งประกายได้เต็มที่ ผสานออร์แกนิกอโรมา 100% ที่ประกอบด้วย Rose Geranium จาก South Africa, Peppermint, Grapefruit และ Ylang-Ylang เพื่อเพิ่มความหอมอันแสนสดชื่น
  6. นอกจากนี้เปลี่ยนสีผมแล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนสีเมคอัพด้วย เพราะสีผมแต่ละเฉดจะทำให้ภาพรวมของใบหน้าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสีคิ้วที่ควรเป็นไปในโทนเดียวกับสีผมอีกด้วย

aveda-full-spectrum-hair-color

เพราะสีผมถือเป็น Fashion Accessory ชนิดหนึ่งของสาวๆ ที่มอบความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม Aveda Full Spectrum™ Hair Color ให้เส้นผมส่องประกายเงางาม แลดูสุขภาพดี ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี จึงรับรองได้ว่าไม่ระคายเคืองหนังศีรษะแน่นอน มีตั้งแต่เฉดสีธรรมชาติจนถึงสีสันสดใส

เปลี่ยนลุคต้อนรับปีใหม่ด้วยเทคนิค Eclipting™ จาก Aveda เทคนิคการทำสีผมรูปแบบใหม่เฉพาะที่อเวดาที่เดียวเท่านั้น เป็นการทำ Hair Contouring ด้วยการทำผมสีเข้มบริเวณรอบๆ ใบหน้า สามารถทำได้กับทุกสีผมและทุกทรงผม ปรับใช้ได้กับทุกคน เพราะเทคนิคนี้จะให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ลุคธรรมชาติไปจนถึงสีสันเด่นชัด และยังสามารถใช้เทคนิคสีอ่อนและเข้มที่ตรงข้ามกันได้ด้วย


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
Source : Aveda
ภาพบางส่วนจาก Pinterest : horadediva.com.br / redhairstyle.com / hairchalk.co

 

keyboard_arrow_up