‘จูน-เดือน-หมวย-ปูเป้’ 4 สาวแพรว 4 สาวตัวแม่ สวย เก่ง เน้นคุณภาพ

4 สาวแพรว 4 สาวตัวแม่ สวย เก่ง เน้นคุณภาพ

สาวแพรวกับเรื่องราวของ 4 สาวตัวแม่อย่างจูน – สาวิตรี โรจนพฤกษ์ เป็นตัวแม่ของพิธีกรงานอีเว้นต์ เดือน  – รณิดา พฤฒินลิน ตัวแม่ด้านแฟชั่น หมวย – ดร.อริสรา กำธรเจริญ พิธีกร/ผู้ประกาศข่าวคนเก่ง ปิดท้ายด้วยปูเป้ – รามาวดี ตัวแม่ของจริง ที่เป็นทั้งแม่บ้านและแม่ของลูก

สาวิตรี โรจนพฤกษ์

1 ใน 10 สาวแพรว ปี 2002 ที่มาทางสายพิธีกรชัดเจน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กว่าสิบปีที่ชื่อเธอเป็นตัวแม่ของงานอีเว้นต์ ขนาดวันงานหนุ่มสาวแพรวรียูเนียน ที่รุ่นพี่รุ่นน้องหนุ่มสาวแพรวทั้ง 17 คนเดินแบบกันไฟแลบ โดยสาวจูน น้องเล็กสุดแอบมีเขิน

จูนประกวดหนุ่มสาวแพรวเป็นรุ่นสุดท้าย ตอนนั้นเรียนอยู่รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ไม่แน่ใจว่าปี 3 หรือปี 4 มีงานถ่ายโฆษณาบ้าง พี่โอ๋ Cho Model ส่งเข้าประกวดหนุ่มสาวแพรว โชคดีว่าปีนั้นยกเลิกการแสดงความสามารถพิเศษบนเวที มีแค่สัมภาษณ์อย่างเดียว จำได้จูนไปสัมภาษณ์ที่บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ตรงสะพานอรุณอมรินทร์ ผู้บริหารนั่งสัมภาษณ์เยอะมาก ปรากฏว่าจูนผ่านเข้ารอบ 10 คน ทุกเย็นหลังเลิกเรียนจะมาซ้อมเดินแฟชั่นโชว์ ความที่เราเด็กมาก ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยเลย ด้วยสไตล์ของพี่หนุ่ม – อภิวัฒน์ ทำให้จูนกลัวพี่เขามาตลอด ส่วนพี่กิมเป็นสายใจดี ส่วนพี่เด่นตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน ก็มาเป็นเพื่อนคุย พอถึงวันประกวดที่ดิ เอ็มโพเรียม จูนเดินแฟชั่นโชว์แล้วกลับบ้านเลย ไม่ติด 1 ใน 5 ทำให้จูนรู้ตั้งแต่วันนั้นเลยว่าตัวเองไม่ชอบเดินแบบ และไม่เคยประกวดอีกเลย

“ใครจะเชื่อว่าพี่หนุ่ม คนที่เรากลัวมาก จะกลายเป็นคนที่มีเมตตากับจูนที่สุด ใส่ใจในเรื่องผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล เรียกกลับมาถ่ายงานคอลัมน์บ้าง ขณะเดียวกันภรรยาพี่กบ – ทรงสิทธิ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้ไปดูประกวดหนุ่มสาวแพรว จึงติดต่อให้จูนทำพิธีกรทีวีรายการ Z-too คู่กับคุณเหวิน – ปฤษฐ ชุมสาย ณ อยุธยา และคุณเพลิน ประทุมมาศ ภรรยาคุณณพ พรชำนิ ซึ่งทั้งคู่มีประสบการณ์ในการจัดรายการมาแล้ว คุณเหวินเป็นดีเจ ส่วนคุณเพลินเป็นพิธีกรรายการ Teen Talk ขณะที่จูนประสบการณ์ในวงการบันเทิงเป็นศูนย์ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเกร็ง กดดัน หรือเครียด ช่วยแนะนำอย่างดี จึงทำให้เกิดความประทับใจและมีทัศนคติที่ดีต่อวงการนี้

“ตอนนั้นจูนทำรายการทีวีอย่างเดียว เพราะขึ้นปี 4 ไม่สามารถขาดเรียนได้ แล้วที่บ้านก็ไม่สนับสนุน เพราะฉะนั้นยิ่งต้องไม่ทำให้เสียการเรียน

ภาพ : @junesawitri

“พอเรียนจบก็ได้เป็นพิธีกรอีเว้นต์ งานแรกคือเปิดตัวโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่า โชคดีมาก เพราะเป็นงานทางการมาก ทุกอย่างเป๊ะ อยู่ในสคริปต์ มีโพเดียมให้ยืนพูด ไม่ต้องเกร็งว่าจะยืนอย่างไร และไม่ต้องเอนเตอร์เทนกับผู้ร่วมงาน ความกดดันจึงน้อย จึงรู้สึกประทับใจงานพิธีกร แต่ตื่นเต้น จะบอกว่าตั้งแต่ปีแรกจนถึงวันนี้ก็ยังใจเต้นทุกครั้งเวลาที่เขานับเคานต์ดาวน์เข้าคิวพิธีกร แล้วพอเราให้ความสำคัญกับเรื่องที่พูด ก็จะไม่มีเวลาคิดถึงความรู้สึกอื่น

งานที่ทำให้จูนเป็นที่รู้จักคืองานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่นวีค ปีแรกที่จัดที่เมืองไทย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มี AV Project เป็นออร์แกไนเซอร์ มีงาน 8 วัน ครบทุกรูปแบบ ทั้ง Press Conference ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีสัมภาษณ์แบบเป็นกันเอง มีแฟชั่นโชว์เครื่องเพชร จนถึงรับเสด็จ ต่อด้วย After Party คนไปร่วมงานเยอะ ทุกคนก็จะรู้จักจูน เรียกว่าเป็นคนที่ตัดสายสะดือจูนเข้าสู่วงการพิธีกรเลยทีเดียว เริ่มมีงานพิธีกร จนมีทางของตัวเองชัดเจนขึ้น งานที่เฮฮามากๆ จูนไม่ได้เลย เคยพยายามเล่นมุก แต่ด้วยหน้าและความเป็นเราจึงไม่ขำมาก แล้วพอรู้สึกว่าต้องพยายามก็เลิก มาแนวที่เป็นธรรมชาติดีกว่า

ภาพ : @junesawitri

“ทุกวันนี้มีงานอาทิตย์ละ 5 – 6 วัน ช่วงไหนอยากพักยาวก็ไม่รับงาน จากตอนเด็กๆ พยายามทำทุกงานที่คิดว่าใช่เราโดยไม่หยุด แต่พอโตขึ้น แม่ก็อายุมากขึ้น ตอนนี้ท่านอายุ 70 ปีแล้ว หากเราให้เวลาพาเขาไปเที่ยวตอนที่ท่านยังเดินได้ มีความสุขกับการไปเที่ยว ดีกว่าพาไปตอนที่ท่านเดินไม่ได้แล้ว จูนจึงตัดใจไม่รับงาน เอาเวลาพาแม่ไปเที่ยวดีกว่า

จูนจะมีความเชื่อตรงข้ามกับคนอื่นที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เพราะหากจูนต้องใช้ความพยายามมากๆ จะรู้สึกว่าไม่มีความสุข งานก็ออกมาไม่ดี ส่งผลไปถึงบรรยากาศการทำงานโดยรวมก็ไม่ราบรื่น เพราะฉะนั้นควรเลิกทำ นี่คือเคล็ดลับ Forever Young ของจูน ทำอะไรก็ได้ที่เราสามารถทำได้ดี เพราะหากทำได้ไม่ดี เราก็ไม่มีความสุข ซึ่งเมนหลักในชีวิตของจูนคือความสุข เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความสุข ทุกคนสามารถดู Forever Young ได้ เพราะทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ สุขภาพจะดีได้ต้องนอนหลับ กินอิ่ม ออกกำลังกาย เราจะสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ก็ต่อเมื่อจิตใจมีความสุข หากเครียดจะนอนหลับได้อย่างไร กินอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีจิตใจอยากไปออกกำลังกาย

“ไม่ว่าจูน หรือคนที่ยุ่งที่สุด หรือว่างที่สุด ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน อยู่ที่ว่าเราจัดเวลาในชีวิตอย่างไร อะไรก็ตามที่เราอยากทำ ทำแล้วมีความสุข เราพยายามหาเวลาทำจนได้ เมื่อก่อนจูนก็ไม่ชอบออกกำลังกาย หาเหตุผลร้อยแปด ส่องกระจกรู้สึกว่าเรายังตัวเล็ก แขนเล็ก จนกระทั่งวัยที่มากขึ้นทำให้เราต้องยอมรับความจริงว่าแขนเล็กอย่างเดียวไม่พอ ต้องตึงด้วย จะใส่แต่เสื้อแขนยาวตลอดเวลาก็ไม่ได้ จึงลองออกกำลังกายทุกอย่าง หากไม่ชอบก็เลิก ตอนนี้มีอย่างเดียวที่สามารถเล่นได้ต่อเนื่องคือ CrossFit ซึ่งประกอบด้วยการยกน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย กับท่าที่เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย และ Cardio เพิ่มการเต้นของหัวใจให้เกิดการเผาผลาญ จูนมีเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีวินัยพอที่จะทำเอง อาหารก็เช่นกัน จูนมีความสุขในการกินอาหาร อยู่เมืองไทยโชคดีมาก อาหารมีทุกชาติทุกระดับราคา มีขายทุกหัวระแหง มีผลไม้สดให้กินได้มากเท่าที่อยากกิน เพราะฉะนั้นจูนเลือกที่จะไม่อด กินอาหารไทยมาตั้งแต่เด็ก พวกน้ำพริก ผักต้ม ผัดผัก ของหวานก็เป็นขนมไทย ขณะที่ขาหมูก็กิน แต่เลือกที่ไม่มัน กากหมูทอดก็ชอบ แต่จะหยุดกินทันทีเมื่ออิ่ม หากเสียดายของก็ห่อกลับบ้าน หรือไม่อย่างนั้นตักแบ่งไว้ก่อน

“เพราะอาหารมีผลจริงๆ ช่วงหลังเพื่อนชอบนัดเจอที่ร้านกาแฟ จูนจึงเริ่มกินเค้ก พอกินบ่อยๆ ก็รู้สึกอร่อย เห็นชัดเลยว่าเซลลูไลต์มา ตอนนี้กินแค่ช้อนสองช้อนแล้วก็พอ ตอนหลังรู้แล้วว่าอะไรไม่ดีก็อย่าหัด (หัวเราะ)

“จูนใส่ใจตัวเองตลอดว่าช่วงไหนที่ร่างกายต้องการการบำรุงเพิ่มเติม หากช่วงที่ทำงานหนัก เหนื่อย จูนจะกินอาหารเสริมพร้อมดื่ม

“เพื่อคงความ Young มาถึงวันนี้”

keyboard_arrow_up