ไม่มีงาน ไม่เป็นทุกข์! เชอรี่ เข็มอัปสร กับโหมดใช้ชีวิตแบบ no วาบหวาม no เลิฟซีน

หลังจากละครเลือดมังกร ตอนกระทิง จบลง เราก็แทบจะไม่ได้เห็นผลงานการแสดงของสาว เชอรี่ เข็มอัปสร อีก ดูเหมือนเธอจะตั้งใจทิ้งช่วงหายจากวงการไปเป็นปีๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกครั้ง
หลังจากละครเลือดมังกร ตอนกระทิง จบลง เราก็แทบจะไม่ได้เห็นผลงานการแสดงของสาว เชอรี่ เข็มอัปสร อีก ดูเหมือนเธอจะตั้งใจทิ้งช่วงหายจากวงการไปเป็นปีๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกครั้ง

เชอรี่ เข็มอัปสร หายหน้าไปจากจอทีวีอีกแล้ว?

หลังจากละครเลือดมังกร ตอนกระทิง จบลง เราก็แทบจะไม่ได้เห็นผลงานการแสดงของสาว เชอรี่ เข็มอัปสร ดูเหมือนเธอตั้งใจทิ้งช่วงหายจากวงการไปเป็นปีๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกครั้ง สาเหตุเป็นเพราะอะไร ไปค้นหาความจริงกัน 

ช่วงนี้เชอรี่เริ่มหายหน้าหายตาไปอีกแล้ว

(หัวเราะ) จริงๆ ก็มีงานติดต่อเข้ามาเหมือนกัน แต่เพราะเชอรี่มีข้อจำกัดในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องบทวาบหวาม หรือฉากเลิฟซีน ทำให้เสียโอกาสไปเยอะ เพราะบางบทดีมากเลย แต่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่แฮ้ปปี้ จึงขอเลือกที่จะปฏิเสธ เอาความสบายใจของตัวเองเป็นหลัก ของแบบนี้แล้วแต่คนนะคะ ถ้าทำใจได้ว่าสิ่งนั้นคือการแสดงก็โอเค แต่เชอรี่ไม่สามารถที่จะแยกได้ขนาดนั้นจริงๆ

ณ ตอนนี้เลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่าจะมีผลงานอีกเมือไหร่ ‘กระทิง’ อาจเป็นละครเรื่องสุดท้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้ฟิกซ์ตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบไหน เชอรี่ไม่ได้บอกว่าจะออกวงการ หรือจะอยู่ต่อไป แต่ถ้ามีเรื่องที่เราอยากเล่นอีกก็อาจจะรับ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้อยู่ในช่วงใช้ชีวิตค่ะ (ยิ่ม)

ASH_3608-Edit

เชอรี่บาลานซ์การใช้ชีวิตอย่างไรบ้างคะ
เชอรี่เชื่อว่าสมดุลในชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน การบาลานซ์ชีวิตของเราช่วงนี้น่าจะเป็นการให้เวลาเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อทำให้ทุกวันสมดุลกัน ระหว่างการดูแลตัวเอง คนที่เรารัก แล้วก็การทำงาน มันไม่ใช่วงกลมเล็กๆ หลายๆ วงที่เราวงให้เท่าๆ กัน เพราะวงกลมบางวงของเชอรี่ก็มีเล็กมีใหญ่สลับกันไป

ยอมรับว่าสิ่งที่เชอรี่ให้ความสำคัญ ณ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องงานแล้ว ในขณะที่บางคนที่มีวัยเท่าเชอรี่่อาจจะมีงานเป็นหลัก เพราะเขาอาจจะเริ่มทำงานตอนอายุ 25 ปี แต่เชอรี่ทำงานมาตั้งแต่อายุ 15 ปีน่ะ รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตผิดที่ทุ่มเททำงานมาขนาดนั้น บ่อยๆ ที่มีคำถามเหมือนกันว่าเราทำไปขนาดนั้นเพื่ออะไร อยากได้เงิน อยากมีชื่อเสียงเหรอ ซึ่งคำตอบของเชอรี่มันไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นเลย ทำให้คิดได้ว่าเราต้องหันมาจัดลำดับความสำคัญในชีวิตจริงๆซะที เริ่มจาก ครอบครัว เพื่อน คนรัก ตัวเอง และสุดท้ายคืองาน เชอรี่เรียกทั้งหมดนี้ว่าเป็นการค้นหาสัจธรรมในชีวิต อยู่ในช่วงกอบโกยโมเม้นท์จากหลายๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับครอบครัว หรือไปเป็นวิทยากรรับเชิญตามที่ต่างๆ บ้าง ทุกอย่างที่เลือกในชีวิตตอนนี้ส่วนมากจะมีความหมายในตัวมันเอง ไม่ใช่สักแต่ว่าไปทำ หรือว่าต้องฝืนใจทำให้เสร็จๆ ไป

ASH_3636

เห็นรูปครอบครัวในไอจีเชอรี่แล้วดูเป็นบ้านที่ตัวติดกันมากๆ
ใช่ค่ะ เพราะเชอรี่สูญเสียคุณแม่ไปเมื่อตอนอายุ 21 ปี เรียกว่าเป็นเรื่องที่กระทบชีวิตแรงมากๆ ตอนนั้นทำงานแล้วก็เรียนอยู่ปี 4 ค่อนข้างหนัก ด้วยความที่ปฏิเสธคนไม่เป็นด้วย ขี้เกรงใจ ใครให้ทำอะไรได้หมด เราเลยต้องมาสลับชีวิตเอาเอง ทำให้ไม่มีเวลากับสิ่งอื่นๆ รวมถึงคุณแม่ เชอรี่ได้มาดูแลท่านก็ตอนที่ท่านอยู่โรงพยาบาลแล้ว เลยรู้สึกว่าไม่ใช่แล้วละ ในเมื่อตอนนี้เราเหลือพ่ออยู่คนเดียวแล้ว เลยอยากแบ่งเวลาให้ท่านบ้าง

เชอรี่มาถึงจุดที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำทุกงานที่เข้ามา  บางทีตอนเด็กๆ เราเรียนรู้ที่จะพูดตรงๆ คนฟังก็อาจไม่ชอบ หรือตัวเราเองที่พูดออกไปก็อาจจะรู้สึกไม่ดี แต่พอยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งมีการปรับตัว รู้วิธีว่าควรจะพูดอย่างไรให้เขาไม่เสียใจ และเข้าใจเรามากขึ้น เลือกทำแต่สิ่งที่ตัวเองสบายใจ อันไหนไม่โอเคก็ต้องรีบบอกเลย ไม่อยากเจอสภาวะว่าต้องทำงานที่ไม่ชอบ แล้วมานั่งเสียใจทีหลังอีกแล้ว

ASH_3619-Edit

แล้วชีวิตตอนนี้ทำอะไรบ้างคะ
เชอรี่จะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย อาทิตย์ละประมาณ 5 วันเลย แล้วทุกเช้าต้องตื่นมานั่งสมาธิ หรือถ้าต้องออกไปทำงานเช้าก็จะเปลี่ยนไปนั่งสมาธิช่วงกลางคืนก่อนนอนแทน ที่สำคัญต้องแบ่งเวลาให้กับการปฏิบัติธรรมด้วย เชอรี่ว่าเป็นเหมือนการเดินทางไปในจิตใจที่มหัศจรรย์มาก ทำให้เราได้รู้ได้เห็นการทำงานของใจจริงๆ

ระหว่างโลกธรรมะกับวงการบันเทิง แยกกันอย่างไรคะ
ช่วงแรกๆ เชอรี่แยกลำบากมาก ตอนกลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในวงการนี้เลย ต้องพยายามเรียนรู้ที่จะยืนสองขาให้บาลาซน์กันให้ได้ อย่างหนึ่งเลยคือ เราต้องพยายามทำความเข้าใจกับทุกอย่าง สมมติอยู่ทางโลกแล้วไปเจอสิ่งที่ไม่ชอบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะมู้ดดี้ อารมณ์เสีย แต่พอเรามีวิธีจัดการกับมัน ด้วยการยอมรับตามความเป็นจริง เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ก็มาเปลี่ยนที่ตัวเอง แค่นี้ก็ทำให้ทุกข์น้อยลงแล้ว

ASH_3615

มีเรื่องราวดีๆ จากการปฏิบัติธรรมมาเล่าสู่กันฟังไหมคะ
เชอรี่เจอแรงบันดาลใจจากรอบๆ ตัวเสมอค่ะ อย่างเวลาไปปฏิบัติธรรม เชอรี่จะไปที่เดิม เจอกับคนกลุ่มเดิมๆ เราก็จะรู้ว่าแต่ละคนทำอะไรบ้าง จนได้ไปรู้จักกับเจ้าของสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ที่เดิมทีเป็นรีสอร์ท คุณแม่เขาเป็นคริสต์ ส่วนเจ้าของจากที่เคยซ่าส์มาก แต่พอได้ลองไปปฏิบัติธรรมก็ชอบมาก จนตอนหลังแม่เขาปิดกิจการไม่ทำรีสอร์ทแล้วยกที่ตรงนี้ให้ลูกไว้ทำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเลยชื่อว่า บ้านทิพวรรณ อยู่หัวหิน เขาให้ความสำคัญกับการปฏิบัติธรรมเป็นอันดับหนึ่งในชีวิต ทั้งในการจัดคอร์ส หรือการสอนคนอื่น ทำให้เรารู้สึกว่า คนภายนอกที่มองเชอรี่แล้วอาจจะคิดว่าเราไปทำบุญบ่อยเนอะ  แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเทียบกับอะไร ถ้าเทียบกับคนที่ไม่ทำเลย เราก็อาจจะทำบ่อยกว่า แต่ถ้าเทียบกับคนที่เขาทำจริงจัง เรากลายเป็นเบบี๋ไปเลย เชอรี่เชื่ออย่างหนึ่งว่าในเมื่อเรามาเจอสิ่งที่มีคุณค่าขนาดนี้ในวันที่ยังมีกำลัง ก็ควรทำสั่งสมเอาไว้
เพราะยังไงซะบั้นปลายก็คงหนีไม่พ้นธรรมะหรอกคะ

เรื่อง : apinya

ภาพ : Absolute Sanctuary

keyboard_arrow_up