เคล็ดลับความสำเร็จ Yaks House Hostel ต้นฉบับ Low cost Hostel ชูจุดต่างความเป็นไทยที่จับต้องได้

The Secret of  Wealth เดินทางไปยัง Yaks House Hostel ย่านสี่แยกอรุณอมรินทร์ เพื่อพาไปคุยกับ 3 พี่น้องทายาทนักธุรกิจ ตระกูล “ถาวรวงษ์” คุณแนน-ไพลิน วัย 29 ปี, คุณนิว-ปิติ วัย 27 ปี และคุณนิก-ปิยะ วัย 24 ปี ที่เรียกว่ามีสายเลือดของเด็ก Gen Y ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ความอิสระอยู่เต็มเปี่ยม และถ้าหากใครคิดว่าชีวิตลูกนักธุรกิจสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นแสนง่าย วันนี้คุณจะได้รู้จักอีกแง่มุมหนึ่งเพราะการนับหนึ่งสร้างธุรกิจใหม่ที่แตกต่างไปจากธุรกิจครอบครัวเดิม โดยเป็นธุรกิจที่คุณพ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “Hostel” คืออะไร สามพี่น้องต้องใช้เวลาเจรจาพิสูจน์ให้ท่านมั่นใจและเห็นถึงความตั้งใจจริงมากกว่า 2-3 ปีเลยทีเดียว “อะไร” ที่เป็นคีย์เปิดทางให้เส้นทางธุรกิจใหม่สร้างขึ้นมาได้ เรื่องราวที่มาพร้อมเคล็ดลับ ข้อคิดดีๆ จาก 3 พี่น้องรุ่นใหม่ได้มาเปิดเผยพร้อมกันครั้งแรกที่นี่แล้ว

นำทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม มาสร้างมูลค่าเพิ่ม

กระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยวิธีแตกไลน์ธุรกิจเดิมของครอบครัวจากบริษัท วงศ์ถาวร เทรดดิ้ง จำกัด ธุรกิจประเภทจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องนอนและสิ่งทอแบรนด์ซาติน (Satin) ที่สั่งสมชื่อเสียงและลูกค้ามานานหลายสิบปี สู่ธุรกิจโรงแรมประเภทโฮสเทล (Hostel) ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งความคิดนี้มาจากคุณนิว ลูกชายคนกลางที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศมาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นชีวิตจิตใจ แล้วมักจะเลือกพักโฮลเทล สังเกตจุดดี-จุดด้อยของที่พักแต่ละที่ ทั้งนี้ประจวบกับทำเลบริเวณสี่แยกอรุณอมรินทร์ ที่มีอาคารพาณิชย์ 5 ชั้นครึ่ง 5 คูหา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของคุณพ่อที่มีอยู่แล้วตั้งอยู่ หลังจากปล่อยให้เช่าแล้วหมดสัญญา สามพี่น้องได้เล็งเห็นศักยภาพด้าน Location ที่มีนักท่องเที่ยวเดินผ่าน อยู่ย่านแหล่งท่องเที่ยวที่รายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมไทย ใกล้ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล หนึ่งสาวสองหนุ่มจึงได้ตัดสินใจขอโอกาสจากคุณพ่อเพื่อรีโนเวทอาคารสร้างเป็น Yaks House Hostel

ในช่วงที่คิดไอเดียและเริ่มทำธุรกิจเป็นรูปเป็นร่างนี้ สามพี่น้องเปิดใจว่าเกิดปัญหาความมั่นใจของคุณพ่อที่มองมาที่พวกเขาเช่นกันว่าจะทำธุรกิจสำเร็จไหม เพราะคุณแนนต้องดูแลควบ 2 กิจการทั้งธุรกิจครอบครัวและ Hostel ด้านคุณนิวมีงานประจำข้างนอกที่ทำอยู่ และคุณนิกก็อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวเรียนจบและเริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน ฉะนั้นเพื่อแสดงความทุ่มเทว่าจะทำธุรกิจจริงจัง คุณนิวจึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ 3 ปีกว่ามาโฟกัสธุรกิจใหม่ที่เดียว “ที่บ้านให้ตัดสินใจว่า ถ้าจะทำธุรกิจต้องจริงจัง ตอนแรกตั้งใจว่าจะรอให้ที่นี่ (Yaks House Hostel) รีโนเวทเสร็จก่อนแล้วค่อยลาออกมาดู แต่คุณพ่ออยากเห็นความทุ่มเทของเราจริงๆ ว่าเรายอมทุ่มเทกับที่นี่มากขนาดไหนจึงลาออก แล้วก็ลุยเต็มที่ ดูการก่อสร้างตั้งแต่เป็นตึกเก่าจนมาเป็น Hostel ปัจจุบันก็นับว่า 1 ปีพอดีจนได้ฤกษ์เปิด”

มุ่งเป็นทำเลทอง สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ชอบเสพความเป็นไทย

Yaks House Hostel เน้นเจาะกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แบ็คแพ็คเกอร์ ที่ต้องการที่พักแบบ Self-Service ราคาเบาลงกว่าโรงแรม แม้พิกัดที่ตั้งของ Hostel จะพบง่าย เดินทางสะดวก แต่ก็อยู่บริเวณใกล้เคียงกับแหล่งรวม Hostel ที่มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกอย่างมาก อาทิ ย่านถนนข้าวสาร ทั้งสามจึงสร้างความต่างด้วยการนำเรื่องราวความเป็นไทยที่จับต้องได้ ใส่เข้าไปในที่พัก เพราะเล็งเห็นว่านอกจากนักท่องเที่ยวจะชอบพักสถานที่ที่มีทำเลดีแล้ว พวกเขายังต้องการเสพความเป็นไทย โดยจุดนี้ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาพักได้อีกด้วย

3P กลยุทธ์สร้างธุรกิจให้ครองใจลูกค้า กลับมาใช้บริการมากกว่าหนึ่งครั้ง

ปัจจัยสำคัญนอกจากเรื่องพิกัดที่ตั้งแล้ว สามพี่น้องยังปรับตัวและธุรกิจ Hostel ให้ทันเทรนด์ด้วยการสร้างกลยุทธ์ 3P อันประกอบด้วย Pricing, Privacy และ Pleasure มาพัฒนาธุรกิจนี้ให้โดดเด่น และกุมหัวใจลูกค้าตั้งแต่ก้าวขามาพักครั้งแรกให้เกิดความรู้สึกประทับใจ จนมาแล้วอยากกลับมาอีกหลายๆ ครั้ง

เริ่มจาก Pricing สามทายาทนักธุรกิจมองว่ากระแส Low Cost Airlines กำลังมาและเป็นที่นิยม พวกเขาจึงอยากจะเป็นธุรกิจ Low Cost Hostel ราคาน่ารัก และสถานที่น่าพักเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้า อีกนัยหนึ่งคือต้องการให้ธุรกิจ Hostel ของตนเองเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แก่นักท่องเที่ยว ที่เมื่อเดินทางมาที่ประเทศไทยแล้วจะต้องนึกถึง Yaks House Hostel เป็นที่แรกก่อนใคร

เน้น Privacy สร้างความต่างที่ไม่เหมือน Hostel ทั่วไป คุณนิวเล่าว่า กว่าจะทำให้คุณพ่อรู้สึกมั่นใจว่าพวกเขาไม่ใช่แค่เด็กตามกระแสก็ใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 2-3 ปี ซึ่งท่านไม่รู้เลยว่าอะไรคือ Hostel คนจะมาอยู่กันเหรอ มีครัวกลางทำกินเอง ล้างจานเอง เป็นไปได้เหรอ คุณแนนและคุณนิวเล่าเสริม พวกเราต้องนำเหตุผลเข้าไปคุย คุยกันด้วยสถิติ เอกสาร เว็บไซต์ พูดถึงเทรนด์ว่าเป็นอย่างไร และพูดด้วยว่าเราจะเป็น Hostel ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งต้องยอมรับว่าสมัยนี้มีค่อนข้างมาก การหาจุดต่างที่ฉีกไปจากที่อื่นจึงสำคัญ ซึ่งพวกเขาได้คำตอบว่า “จะออกแบบ Hostel ในรูปแบบที่ไม่ใช่เตียง 2 ชั้น ไม่แชร์ห้องกับคนไม่รู้จัก โดยจะทำเป็นห้องแบบส่วนตัว และห้องน้ำรวมแยกตัวออกมาข้างนอก โดยเน้นความสะดวกสบาย มีความส่วนตัวที่ไม่เหมือนกับ Hostel ทั่วไปในตลาด” พร้อมทั้งเสริม Yaks Coffee บริการเครื่องดื่มและขนม มีโต๊ะสำหรับนั่งพักทำงาน อ่านหนังสือบริเวณด้านหน้า เพื่อเปิดรับกลุ่มลูกค้าที่อยู่ใกล้เคียง ไม่ใช่เพียงแค่แขกที่มาพัก Hostel

สุดท้าย Pleasure เน้นสร้างรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นอัตลักษณ์ โดยบิดเอกลักษณ์ ยักษ์ที่ดูดุร้าย พลิกหามุมน่ารัก ทันสมัย แต่คงความเป็นไทย การสร้างความโดดเด่น เป็นที่จดจำง่ายในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในยุคโซเชียลนี้เรื่องคอนเซ็ปต์สำคัญมาก ทั้งสามได้ตัดสินใจใช้คอนเซ็ปต์การตกแต่งให้มีเรื่องราวเป็น Gallery of Yaks โดยใช้ ยักษ์เป็นเอกลักษณ์ประจำ Hostel แล้วเปลี่ยนโฉมอาคารพาณิชย์เดิมทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ โดยการดีไซน์ การนำเสนอจะเน้นให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าไปกุมหัวใจกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบเสพความเป็นไทยได้อย่างธรรมชาติ

คุณแนนเล่าที่มาที่ไปของคอนเซ็ปต์ Yaks House Hostel นี้ว่า เราไม่อยากให้ Hostel เป็นแค่ที่มานอนอย่างเดียว อยากให้ลูกค้ามีเรื่องราวอะไรให้พูดเมื่อกลับไปด้วย คิดๆ กันอยู่ก็ผุดขึ้นมาว่า เป็นธีมยักษ์ไหมล่ะ แต่จะเป็นยักษ์ที่ไม่เหมือนใคร ตอนนั้นคุณเก่ง-ธชย ยังไม่มาเลยนะ แล้วกลุ่มลูกค้าหลักของเราไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนต่างชาติแบบแบ็คแพ็คเกอร์ ซึ่งจะไม่ใช่แบบเที่ยวคนเดียว (Solo Traveller) อาจจะเป็นแบบมาคู่หรือมาเป็นครอบครัว เรามองว่าประเทศไทยคนจะนิยมพูดถึงวัด จึงอยากให้ยักษ์ได้รับการพูดถึงเพิ่มขึ้น โดยอยากสร้างคาแร็คเตอร์ยักษ์ไม่ให้เหมือนตามที่เห็นในวัดพระแก้ว หรือตามสนามบินสุวรรณภูมิที่ดูวิจิตรงดงาม ซึ่ง Hostel ของเราต้องมีความเฟรนด์ลี่ เป็นคนรุ่นใหม่ สุดท้ายจึงลงตัวด้วยการนำยักษ์ในวรรณคดีรามเกียรติ์ที่โด่งดังเข้ามาเป็นธีมจุดขาย โดยดึงสีและคาแร็คเตอร์หลักมานำเสนอ เช่น ทศกัณฑ์สีเขียว  สุริยาภพสีแดง ไมยราพณ์สีม่วง แล้วยักษ์แต่ละสีมีเรื่องราว มีจุดเด่นที่น่าสนใจต่างกัน จึงนำมาเป็นแนวคิดหลักของ Yaks House  Hotel ซึ่งทางเราได้ศึกษาและอ่านวรรณคดีแบบจริงจัง แล้วนำไอเดียใหม่ๆ ที่เข้ากับยุคปัจจุบันมาผสม ภาพรวมการตกแต่ง Hostel จึงออกมามีเอกลักษณ์ตามที่เห็นนี้

โดยแต่ละชั้นจะตกแต่งเป็นสีของยักษ์แต่ละตนที่แฝงเรื่องราวไว้ อย่างชั้นไมยราพณ์ ในรามเกียรติ์เป็นยักษ์ที่สามารถร่ายมนตร์เสกให้กองทัพของหนุมานหลับได้ แล้วได้เข้าไปขโมยตัวพระรามมาซ่อนไว้ในเมืองบาดาล เราก็ดีไซน์ตัวไมยราพณ์ให้เป็นสัญลักษณ์หลับอยู่ตลอดเวลา เพื่อสื่อว่าไมยราพณ์สามารถทำให้คุณนอนหลับฝันดีได้ด้วยนะ สิ่งเหล่านี้เมื่อชาวต่างชาติมาเห็น เขาไม่รู้ เขาถาม เราก็รู้สึกดีใจที่ได้เล่า รวมถึงเด็กไทยรุ่นใหม่ถ้ามาพักที่นี่ ก็จะได้ทราบข้อมูลที่เป็นเรื่องราวในวรรณคดี

เคล็ดลับสืบทอดจากรุ่นพ่อ ลุยเลย อย่าคิดเยอะ เจอปัญหาค่อยเรียนรู้ แก้ไข

หลักสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจที่ได้รับจากคุณพ่อ หัวหน้าครอบครัวผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน สามพี่น้องพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยคือ “เรื่องของเวลา” ในช่วงตอนแรกที่ทำงานจริงๆ พวกเขาคิดว่าอยากให้โฮสเทลเสร็จตอนนั้น ตอนนี้ แต่พอมันไม่เสร็จ บางทีติดอะไรบางอย่าง แล้วเผลอปล่อยให้เวลายืด คุณพ่อก็จะย้ำตลอดว่าในทางธุรกิจ เราอาจจะคิดรายละเอียดต่างๆ เยอะมาก แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือเรื่องเวลา เพราะเวลาเป็นมูลค่าที่แพงที่สุด ซึ่งสามนักธุรกิจรุ่นใหม่มักจะมัวแต่เลือกสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่คุ้มค่าที่สุด รอเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆ เพราะอยากช่วยประหยัดงบด้วย เมื่อเรามัวแต่คิด จึงทำให้เราเสียเวลาไปมากเมื่อเทียบกับเวลาที่วางไว้ตอนเริ่มทำโปรเจ็กต์

คุณพ่อจะพูดว่าถ้าเป็นรุ่นเขานะ เขาทำงานอะไรเขาลุยไปก่อนแล้วพอเวลามันผิดตรงไหนก็ค่อยมาแก้ ตรงไหนไม่สวยก็ค่อยมาปรับ ลุยไปก่อน ทำไปก่อน เขาไม่รอ เขามักพูดเสมอว่าเวลาสำคัญที่สุด

เมื่อได้ลุยงานจริง จากตอนแรกที่มองไว้กลุ่มลูกค้าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ แบ็คแพ็คเกอร์ ก็ทำให้สามพี่น้องพบโอกาส ช่องทางเพิ่มขึ้นเพราะยังได้กลุ่มคนไทย นิสิตนักศึกษารับปริญญาพร้อมครอบครัว คนสูงอายุที่ต้องมานัดพบคุณหมอที่โรงพยาบาลศิริราช หรือแม้กระทั่งนักวิ่งแถบสะพานพระราม 8 ก็ได้พบตัวเลือกที่เหมาะจาก Yaks House Hostel

บริหารความมั่งคั่งจากผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

บริษัท วงศ์ถาวร เทรดดิ้ง จำกัด ของคุณพ่อเติบโตมากับ TMB ตั้งแต่สมัยกิจการยังเล็กอยู่ในย่านสำเพ็ง ซึ่งคุณพ่อติดต่อเลือกเป็นธนาคารแรกๆ ให้มาช่วยเหลือด้านความรู้การบริหารการเงิน จนปัจจุบันกิจการได้ขยับขยายสาขาออกไปมาก ก็ยังคงใช้บริการอยู่นับเป็นเวลากว่า 30 ปี คุณแนนเผยว่า คุณพ่อเป็นคนที่ดูแลการเงินเยอะมาก เขาจะคอยปลูกฝังเรารวมถึงบริหารเงินให้กับสมาชิกในครอบครัว โดยได้ไว้วางใจให้ TMB Wealth Management ช่วยดูแลการทำธุรกรรมเงินทุกด้าน อย่างตอนนี้คุณพ่อแนะนำเรื่องกองทุนของ TMB มาให้ เพราะโดดเด่นและมีข้อมูลให้เลือกดูค่อนข้างมาก ซึ่งจากแต่ก่อนพวกเราไม่ค่อยสนใจด้านการเงินเท่าไหร่ แต่เมื่อเริ่มทำงานเป็นเจ้าของธุรกิจ จึงได้เริ่มศึกษาจริงจังรวมถึงบริหารเงินเอง ทั้งนี้ด้วยข้อมูลที่มากและอาจจะไม่มีเวลาศึกษารูปแบบกองทุนที่เหมาะสมกับตนเองมากนัก ซึ่งก็โชคดีได้ทีม TMB ที่ตั้งใจทำการบ้าน ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีจนมองทะลุว่า เราเป็นคนสไตล์ไหนแล้วจะแนะนำข้อมูลกองทุนที่โอเคกับเราอย่างไร ก็ทำให้รู้สึกมั่นใจและสบายใจมากยิ่งขึ้น เพราะเขาช่วยสแกนและสกรีนให้ตั้งแต่ด่านแรก ทำให้เราบริหารเงินได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยมีเวลามาดูแลธุรกิจใหม่ในมือนี้ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ไม่ใช่มีเพียงเรื่องบริหารธุรกิจ และบริหารเงินที่ทั้งสามได้เรียนรู้จากครอบครัวและการทำงานจริงเท่านั้น สิ่งที่ถือว่าเป็นของขวัญย้อนกลับมาให้พวกเขาเลยก็คือ เมื่อได้มอบการบริการที่เป็นมิตร ประสบการณ์ที่เหมือนบ้าน และความยุติธรรมอันสำคัญให้แก่ลูกค้าอย่างเต็มที่แล้ว ลูกค้าเกิดความประทับใจ พูดต่อ แชร์ต่อบนโลกออนไลน์ รวมถึงกลับมาเลือกใช้บริการที่นี่อีกมากกว่าหนึ่งครั้ง นับว่าเป็นก้าวของคนรุ่นใหม่ที่ค่อยๆ แข็งแรงและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใครที่เดินทางผ่านสี่แยกอรุณอมรินทร์ ก็อย่าลืมไปทักทายยักษ์สุดน่ารักที่ Yaks House Hotel กันได้นะ

ขอขอบคุณ คุณไพลิน – คุณปิติ – คุณปิยะ ถาวรวงษ์ สมาชิก TMB WEALTH BANKING

สนใจบริการที่ปรึกษาด้านการลงุทน TMB ADVISORY เพิ่มเติม https://www.tmbbank.com/TMBADVISORY/wb2
ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง ด้วยบริการวางแผนทางการเงินการลงทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ TMB EXCLUSIVE LINE 0-2055-1558

keyboard_arrow_up