ทุกย่างก้าวด้วยหัวใจ! เรื่องเล่าจาก ‘ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา’ 1 ในผู้หญิง 35 คนตัวแทนราชสกุลจิรประวัติ

ม.ล.รจนาธร ตัวแทน ราชสกุลจิรประวัติ ร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ทุกก้าวต้องเข้มแข็ง

26 ตุลาคม 2560 คือวันที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึก!!! ภาพของประชาชนชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศต่างแห่แหนกันมาร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยความมุ่งมั่นอดทน บางคนมีหยาดเหงื่อที่ไหลมาพร้อมกับหยาดน้ำตา ไม่ต่างไปจากเหล่าราชนิกูลที่ร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ กว่าจะได้มาซึ่งริ้วขบวนที่สวยงาม มีความพร้อมเพียงกัน พวกเขาและเธอต้องเตรียมความพร้อมเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของร่างกาย และจิตใจ

หนึ่งในนั้นคือ ‘ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา’ หรือคุณแคนดี้ ศิลปินและดีไซเนอร์ที่รู้จักกันในแวดวงศิลปะเป็นอย่างดี ในฐานะตัวแทนราชสกุลจิรประวัติ ที่ตั้งใจบินตรงกลับจากอังกฤษ เพื่อมาซ้อมเดินริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศโดยเฉพาะด้วยใจที่ตั้งมั่นอยากทำถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้สมพระเกียรติที่สุด

“ใช้เวลาเตรียมตัวค่อนข้างมาก ต้องปรับเรื่องเวลานอนคือ เข้านอน 1 ทุ่ม ตื่นตี 3 รายงานตัวพร้อมกันตอนตี 4 ดิฉันอยู่หัวแถวฝั่งขวา ต้องก้าวยาว ดังนั้นต้องเตรียมผ้าซิ่นที่สามารถใส่แล้วก้าวยาวได้ ส่วนรองเท้าเปลี่ยนมา 5-6 คู่ก็ยังเจ็บ ยังเลือดออก เลยต้องพันทุกนิ้วแล้วใส่ถุงน่อง 2 ชั้น เสื้อก็ต้องใส่เสื้อทับ 2 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อซึมออกมาทำให้ดูไม่เรียบร้อย

“ในส่วนของการซ้อมมีทั้งหมด 9 ครั้ง แต่ละครั้งต้องยืนตากแดดอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ร่างกายเสียเหงื่อมาก แต่ใครก็ตามที่รู้สึกว่าก้าวขาไม่ได้แล้ว เห็นดาวเหมือนจะเป็นลม ต้องห้ามเป็นลมในริ้วขบวนเด็ดขาด เพราะทำให้ริ้วขบวนเสีย แล้วจะวุ่นวายไปหมด ต้องเดินออกไปเป็นลมข้างนอก โดยเล็งว่ามีนางพยาบาลอยู่ ณ จุดไหนบ้าง อย่างตัวเองตอนซ้อมหนแรกก็เป็นลม เพราะด้วยความที่ไม่ชินกับการเดินตากแดดนานขนาดนั้น วัดความดันลดลงเหลือ 40/70 ใกล้ช็อก ต้องฉีดยาเข้าเส้น ให้ออกซิเจน สักพักพอฟื้น ทหารก็พาเราไปส่งที่ริ้วขบวน เพื่อซ้อมเดินต่อ

“ดังนั้นการเตรียมตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดิฉันต้องดื่มน้ำเกลือแร่แทนน้ำธรรมดาวันละ 1 ลิตร กับน้ำมะนาววันละ 10 ลูกทุกเช้า ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด พร้อมกับดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อให้มีแรง ไม่กินอาหารนอกบ้าน เพราะห้ามท้องเสีย ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยเก็บตัวอยู่แต่บ้าน ไม่อยากเจ็บไข้ เพื่อที่ทำภารกิจให้ดีที่สุด

เตรียมร่างกายพร้อมแล้ว ใจก็ต้องพร้อมด้วยเช่นกัน แม้จะรู้สึกเศร้าขนาดไหนระหว่างที่เดิน ทุกคนตัองพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้

“เราทำหน้าเศร้า หรือร้องไห้ไม่ได้ มองซ้ายมองขวาก็ไม่ได้ ต้องมองตรงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราคือ พระบรมโกศ ทันทีที่เสียงปี่พาทย์ดังขึ้น พร้อมกับเพลง พญาโศก ต้องเดินก้าวเท้าด้วยความเข้มเเข็ง ห้ามหวั่นไหว หรือมีน้ำตาคลอแต่อย่างใด ทั้งที่ภายในใจเกินจะบรรยาย

“อย่างวันนี้ต้องอยู่ในงานพระราชพิธี 18 ชั่วโมง กลับมาได้นอนแค่ 2 ชั่วโมง เพื่อวันรุ่งขึ้นของวันที่ 27 ตุลาคม 2560 พวกเราผู้หญิง 35 คนตัวแทนราชสกุลที่อยู่ 3 แถวหลัง จะต้องร่วมเดินริ้วขบวนอันเชิญพระบรมราชสรีรางคารและพระบรมอัฐิไปไว้ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งจะมีเพลงให้เดิน 4 เพลง แต่ 2 เพลงสุดท้ายเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น กับใกล้รุ่ง ขณะนั้นเราไม่ได้เดินตามพระบรมศพอีกต่อไปแล้ว แต่เดินตามพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร

“ความรู้สึกว่าไม่มีพระองค์ท่านแล้ว สะเทือนความรู้สึกอย่างมาก แต่ต้องห้ามมีน้ำตาออกมาเด็ดขาด เราต้องเดินด้วยสำนึกที่ทำถวายพระองค์ท่านให้สมพระเกียรติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่ร้องไห้ ต้องเดินด้วยความทะนง และภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นตัวแทนราชสกุล ได้มาทำถวายเจ้านายจนถึงวินาทีสุดท้าย

“ตอนนี้ขอแค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ”

เรื่อง : apin

ภาพ : @kkasemsri,@rojanatorn_na_songkhla

 

keyboard_arrow_up