สกาย-วงศ์รวี เผยวิถีคนสู้ ทลายกำแพง พิสูจน์ฝีมือการแสดง ต้องอย่างนี้!

สกาย-วงศ์รวี สู้ไม่ถอย…

สกาย-วงศ์รวี นทีธร เรียกว่าเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากสำหรับบทบาทของ โด่งใน ‘Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ก่อนหน้านี้เขาอาจจะเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่โด่งดังจากซีรี่ย์ซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Hormones วัยว้าวุ่น และโดนกระแสวิจารณ์เรื่องการแสดงค่อนข้างหนัก เล่นไม่ถึง…บทไม่เหมาะ…พูดไม่เป็นธรรมชาติ…แข็งเป็นหิน ฯลฯ แต่มาวันนี้เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนเราถ้าตั้งใจทำอะไรจริงๆ ย่อมมีพัฒนาการ

รู้สึกอย่างไรบ้างที่วันนี้สกายสามารถลบคำสบประมาททุกอย่างได้จากบทบาทของ ‘โด่ง

“ต้องบอกก่อนว่าผมเข้ามาในวงการนี้โดยที่ไม่ได้มีต้นทุน ไม่มีแพชชั่น ไม่มีทัศนะคติในการอยากจะเป็นนักแสดงเลย คือตอนที่เราเข้ามาแรกๆ ค่อนข้างอคติ รู้สึกว่าตัวเองทำไมได้ จะทำได้หรอ เราจะสู้คนอื่นๆ ได้หรือ คิดแบบนี้ในหัวเรื่อยๆ แล้วพอเราได้เข้ามาจริงๆ ก็ถามตัวเองว่าใช่ที่ของเราหรอ จนเราได้ทำมาเรื่อยๆ ผ่านประสบการณ์ ได้เจอนักแสดง ผู้กำกับ ทีมงาน ทำให้เราเริ่มเห็นคนที่เขาตั้งใจจริงๆ ทัศนะคติผมก็เริ่มปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนเราเริ่มมีความพยายามที่อยากจะทำให้ได้

เมื่อโดนวิจารณ์ว่า สกายโรบอท เสียใจไหมคะ

“จริงๆ ต้องขอบคุณทุกคน ทุกคอมเม้นท์นะครับ เหมือนเป็นแรงผลักให้เรายิ่งพุ่งตัวเองขึ้นไป เพราะเรื่องก่อนอย่าง Hate Love Series หรือ Hormones ก็พยายามเต็มที่ของเราแล้วทำได้แค่นั้นจริงๆ ก็เหมือนเป็นประสบการณ์ให้เราเรียนรู้ บวกกับเป็นเรื่องแรกๆ ของผมด้วย จริงๆ ก็มีนอยด์บ้างเหมือนกันนะ แต่เราก็พยายามที่จะเลือกเสพแต่สิ่งดีๆ และสิ่งที่เราเป็น

เห็นต่อชมสกายใหญ่เลยว่าเป็นคนสู้ ไม่ยอมแพ้

“ครับ จริงๆ ประเด็นที่เราเล่นคือการเป็นเด็กออทิสติกค่อนข้างเซ็นซิทีฟต่อสังคมไทย เป็นความกดดันตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายแล้ว ประกอบกับการที่เราต้องเล่นเป็นนักกีฬาด้วยก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าต้องยิ่งเตรียมตัวเตรียมพร้อมเพื่อที่จะรับเล่นเรื่องนี้ แล้วพื้นที่ในวงการแสดง เป็นพื้นที่ๆ หลายๆ คนอยากคว้า อยากได้โอกาส แต่ยังไม่โอกาส แต่เรามีโอกาสแล้วเราก็ควรทำมันให้เต็มที่

ร่วมงานกับต่อเป็นยังไงบ้างคะ      

“ตอนแรกเรารู้จักพี่เขาจากฮอร์โมนชอบมาก ตัดสกินเฮดตามเลย แต่พอได้มาทำงานจริงๆ คือได้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ได้เห็นถึงจิตวิญญาณของเขาที่อยากจะทำมันให้ได้ พี่ต่อตั้งใจมาก ก็เลยยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เราสู้เหมือนกันนะ เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ค่อนข้างพูดปกติ ไม่ได้มีคำพูดกวนๆ จนเรื่องนี้ผ่านเวิร์คช้อป ผ่านกระบวนการคิดของตัวละคร เวลาอยู่กับเพื่อนๆ กลายเป็นว่าเราก็เป็นคนกวนเชยเลย ติดความมั่นใจด้วย เพราะในตัวละครจะเป็นคนที่ค่อนข้างมีความตั้งใจสูง จากที่เป็นคนไม่มีความมั่นใจเลย ขนาดเวลาจะพรีเซ็นท์งานหน้าห้องจะรู้สึกตื่นเต้นมาก ออกไปก็พูดอึกๆ อักๆ แต่พอมาเล่นบทนี้รู้สึกว่าเราพร้อม อยากทำอะไรก็ทำ อยากพูดอะไรก็พูด

เรียกว่าเปลี่ยนมุมมองไปเลยหรือเปล่าคะ  

“ก็ในระดับหนึ่งนะครับ แต่ของพี่ต่อนี่รู้สึกว่าเข้าไปลึกถึงบทออทิสติกจริงๆ เพราะหลังจากถ่ายทำเสร็จยังมีมือไม้ออก รวมถึงเสียง

สกายดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะ

“อาชีพเราค่อนข้างไม่ตรงตามเวลา บางทีก็ทำงาน 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้อย่างตอน Hate Love Series ทำงานเกิน 24 ชั่วโมงใช้ร่างหนักมาก เราก็ต้องหาเวลาดูแลตัวเองนิดนึง อย่างช่วงที่ถ่ายเสร็จเหมือนเป็นช่วงที่ต้องฟื้นฟูร่างกายตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ว่าบางครั้งก็เหมือนมีปัญหา อารมณ์เหมือน Jet rack บางครั้งเราติดนอนตี 2 ก็ต้องตี 2 ตลอด ไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับ เลยต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเวลา ผืนใจตัวเองนิดนึง แล้วผมเป็นคนติดแป้งมาตั้งแต่เด็ก ต้องทาก่อนนอนตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็จะพกรองพื้นติดตัวไว้เสมอ เพราะผมแพ้รองพื้น เลยต้องซื้อส่วนตัวของตัวเอง แล้วก็ใช้ครีมกันแดด SPF100 โป๊ะเข้าไปเลยครับ ไม่ได้กลัวดำ แต่เราต้องใช้ผิวหน้าทำงานเลยต้องดูแลนิดนึง ส่วนผักผลไม้ก็กินได้เป็นบางอย่าง ผักต้องเป็นผักที่ต้มจนเปื่อยพวก กะหล่ำปรี คะน้าก็ต้องใบอย่างเดียว ไม่กินก้าน แต่ผักที่กินได้เลยก็คือผักขม ผลไม้ก็กินได้ถ้าผ่านการปั่นจะกินได้หมด เรื่องเยอะนิดนึงครับ”

เยอะยังไงก็ไม่เป็นไรเนอะ เพราะสาวๆ พร้อมเปย์อยู่แล้วววว 

เรื่อง : apin

ภาพ : @skywongravee

 

 

keyboard_arrow_up