พ่อสอนลูก ตูน – พัทธยศ ทายาทไตรภพ ลิมปพัทธ์ อัพเดตชีวิตหลังแต่ง มีลูกแฝด “มะลิ – กะทิ”

อาจจะไม่ค่อยได้ออกสื่อทำงานเบื้องหน้าเหมือนคุณพ่อ สำหรับ ตูน – พัทธยศ ลิมปพัทธ์ ลูกชายคนโตของพิธีกรชื่อดัง ต๋อย – ไตรภพ ลิมปพัทธ์ โดยชีวิตปัจจุบันคุณตูนในฐานะพ่อลูกแฝดได้ลาออกจากงานแบงก์มาช่วยธุรกิจครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ และชีวิตหลังแต่งงานกว่า 4 ปีกับภรรยา เจี๊ยบ – สุทธินีย์ ก็ยังคงเน้นทำทุกวันให้ดีที่สุดเช่นเดิม

ครอบครัวลิมปพัทธ์ ลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา
คุณตูนและคุณเจี๊ยบ ภรรยา

ควงคู่น้องสาว ตาล – ไตรตรา มาออกงานเปิดตัวนาฬิกา Central International Watch Fair 2017 ที่เซ็นทรัล ชิดลม แพรวดอทคอม จึงได้มีโอกาสอัพเดตถามถึงชีวิตหลังแต่งงานของคุณตูน – พัทธยศ ลูกชายของพิธีกรชื่อดัง ไตรภพ ลิมปพัทธ์ และพิจิตรา ลิมปพัทธ์ กันเสียหน่อย ซึ่งถ้าย้อนไปยังวันแต่งงานของคุณตูนและภรรยาสาว เจี๊ยบ – สุทธินีย์ ที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลือกฤกษ์งามยามดี แต่งกันในวันลอยกระทงเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จากชีวิตคู่รักเปลี่ยนมาเป็นคู่ชีวิต ปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว โดยตอนนี้ลูกแฝดหญิง – หญิง “น้องกะทิ – น้องมะลิ” ของทั้งคู่ก็อยู่ในวัยที่กำลังเติบโต น่ารักน่าเอ็นดูเลยทีเดียว เจอตัวทั้งทีเลยขอพามาอัพเดตชีวิต บทบาทคุณพ่อ รวมถึงคำแนะนำจากคุณพ่อต๋อยที่ส่งให้ลูกชายคนนี้กันบ้าง

งาน Central International Watch Fair 2017 โดยคุณต้นใส่นาฬิกาแบรนด์ Corum รุ่น Golden Brigde Stream มูลค่า 3,500,000 บาท

อัพเดตชีวิตหลังแต่งงานกันหน่อย ตอนนี้มีลูกแฝดแล้วด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

คุณตูน: ก็…ผมแต่งมาจะ 4 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ แต่งงานมีปรับตัวเข้าหากันนิดหน่อยครับ เพราะคนเราไม่เคยอยู่ด้วยกันมาตลอดทั้งวัน ตอนนี้เพิ่งมีน้อง 2 คน อายุ 6 เดือน เป็นฝาแฝดหญิง – หญิงครับ ชื่อริชาภัทรกับภัทรธิชา แต่เราเรียกมะลิกับกะทิ ง่ายๆ ด้วยคุณย่าอยากได้ชื่อหลานแบบไทยๆ เอาแบบง่ายๆ สบายๆ ก็เป็นมะลิกับกะทิ ช่วงนี้ชีวิตก็จะดูแลลูกเป็นหลัก แต่คุณแม่ (ภรรยา) เขาจะเหนื่อยหน่อย ผมจะไม่เหนื่อยเท่านั้น เพราะไม่ต้องปั๊มนมอะไรอย่างนี้ครับ

แชะกับน้องอาโป (ริมขวา) หลานคุณตาล

มีลูกแฝดแบบนี้ มีสไตล์การเลี้ยงลูกหรือคิดวางแผนอยากให้ลูกโตไปในทิศทางไหนหรือเปล่าคะ

คุณตูน: ไม่เคยไปตั้งหรือคิดให้เขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร แต่ว่าเราก็คุยกับที่บ้านแหละว่าอยากให้เขาเป็นเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีแต่รอยยิ้ม มีความสุขนะครับ โตขึ้นมาเขาถนัดทางไหน ชอบทางไหนก็ให้เขาเลือกเอง คงไม่ได้บังคับ เพราะว่าคุณพ่อ (ไตรภพ ลิมปพัทธ์) เลี้ยงผมกับน้อง (ตาล – ไตรตรา) มา คุณพ่อไม่เคยบอกเลยว่าอยากให้เป็นโน่น เป็นนี่ เขาให้เราเลือกทางที่เราชอบเอง ผมก็คงเลี้ยงลูกแบบนั้นเหมือนกัน

คุณปู่เห่อหลานน่าดูเลย อิๆ

เปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณพ่อแล้ว ได้ปรึกษาคุณพ่อเรื่องบทบาทคุณพ่อกันบ้างไหมคะ

คุณตูน: ก็…คุณพ่อก็จะสอนครับ เพราะว่าเราเจอกันทุกวันอยู่แล้ว เขาก็จะบอกว่าเวลามีอะไรในครอบครัวอย่างนี้ ให้หันหน้ามาคุยกัน อย่าเก็บไว้ คือเด็กเขาก็จะรับรู้ได้เวลาที่บ้านมีความตึงเครียดอะไรอย่างนี้ ก็อยากเป็นบ้านที่ทุกคนหันหน้าคุยกัน มีอะไรก็ปรึกษาหารือกัน พ่อจะแนะนำประมาณนี้ครับ

ปัจจุบันคุณตูนทำอะไรอยู่บ้างคะ

คุณตูน: ตอนนี้ก็มาช่วยธุรกิจที่บ้านครับ เดิมทำงานแบงก์มา 4 ปีกว่า ก่อนนั้นก็ทำการเงินมาโดยตลอด ตอนนี้เพิ่งมาช่วยธุรกิจที่บ้าน ออกมาเต็มตัวแล้ว ก็กำลังพยายามขยายธุรกิจ ซึ่งเดิมมันมีแต่ไอเดียแต่ไม่มีคนทำ ตอนนี้ก็มาลุยเต็มที่ครับ

คุณตูน – คุณตาล น้องสาว
คุณตาล น้องสาว ในวันแต่งงาน

ล่าสุดน้องสาวเพิ่งแต่งงานไปด้วย คุณตูนได้ให้กำลังใจหรือแนะนำอะไรน้องตาลบ้าง

คุณตูน: จริงๆ ให้คำแนะนำแฟนน้อง (คงศักดิ์ คุณจักร์) มากกว่าว่า ต้องอดทนนะ เพราะว่าเรารู้จักน้องเรา น้องก็จะมีความดื้อ ก็บอกเขาแหละว่าต้องอดทน จริงๆ น้องเป็นคนจิตใจดี แต่อาจจะใจร้อนหน่อย ส่วนน้องสาว เราก็บอกน้องว่าเวลาแต่งงานแล้ว เราไม่ได้แต่งแค่กับแฟนนะ มันเหมือนเราแต่งงานกับครอบครัวเขาด้วย เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจวิธีที่แฟนเขาใช้ชีวิตกับครอบครัว อย่าไปถือว่าอะไรที่มันไม่เหมือนกับที่บ้านเราเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะบอกให้น้องเข้าใจชีวิตของทางบ้านแฟนเขา เพราะมันไม่ใช่สองคนแล้วนะ มันคือสองครอบครัว ต้องเปิดทัศนคติใหม่ๆ เยอะ

ช่วงนี้ก็เลี้ยงลูกแฝดกับภรรยา ที่ผ่านมามีทะเลาะอะไรกันบ้างไหมคะ

คุณตูน: ไม่มีนะครับ ถือว่าโชคดีที่ไม่มีทะเลาะ แต่ว่าเราก็จะเห็นแฟนเราเหนื่อยมากๆ คือบางทีก่อนที่จะมีลูก ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนั้นก็อาจจะมีงอนๆ กัน แต่พอตั้งแต่มีลูก คุณแม่ (ภรรยา) เสียสละเยอะมาก เราก็ต้องยอมคุณแม่เยอะหน่อยนะครับ เพราะว่าเขาต้องอดนอนอะไรอย่างนี้ เราก็ต้องช่วยๆ กัน

ช่วงน้องแฝดเพิ่งคลอด

แล้วชีวิตหลังแต่งกับก่อนแต่ง คิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยอย่างไรบ้างคะ

คุณตูน: จริงๆ ไม่มีเปลี่ยนแปลงเยอะนะครับ มันนิดเดียวแหละ คือว่าเราคุยกันตั้งแต่ก่อนจะมีลูกกันแล้ว เราจะถือว่าชีวิตเราจะไม่กลัวอะไรเลย หมายถึงบางคนเขาจะมีลูกก็จะกลัวว่าเดี๋ยวเหนื่อย เดี๋ยวโน่นนี่ เราจะบอกว่าเราไม่คิดอย่างนั้น มีอะไร เกิดอะไรขึ้น เราก็แค่รับมือกับมันด้วยความคิดบวก ก็เลยไม่มีปัญหาว่าตั้งแต่มีลูกชีวิตเปลี่ยน เพราะทุกอย่างก็อยู่ในแบบแผนที่เราใช้ชีวิตค่อนข้างนิ่งๆ มาตลอด ก็ถือว่าโชคดีที่แฟนก็เป็นคนอย่างนี้เหมือนกัน

ถามถึงมุมหวานๆ กับภรรยาบ้าง มีอะไรพิเศษ หรือปกติคุณตูนเป็นคนโรแมนติกหรือเปล่า

คุณตูน: จริงๆ ทั้งคู่เลย ไม่ได้เป็นคนที่ชอบโมเมนต์แบบสเปเชียล จะไม่มีโมเมนต์พิเศษ เราคุยกันตั้งนานตั้งแต่ตอนแรกละ (หัวเราะ) บอกว่า ฉันเป็นแบบนี้ ก่อนแต่งหรือหลังแต่งฉันก็จะเป็นแบบนี้ หมายถึงว่าเราสัญญาแล้วว่าจะไม่มีเปลี่ยนน่ะครับ แต่ว่าเราจะไม่มีโมเมนต์ที่พิเศษ แฟนเขาก็ไม่ชอบโมเมนต์พิเศษ ก็เลยถือว่าทุกวันเราก็ทำให้มันดีที่สุด ให้มันไม่เสียใจเลยว่าวันนี้ไม่ได้ทำสิ่งนั้นเต็มที่ ก็จะค่อนข้างราบเรียบนิดนึง

เห็นภาพลักษณ์ภายนอกเป็นคนนิ่งๆ แบบนี้ ก่อนจากกันไป แพรวดอทคอม เลยขอถามถึงนิสัยคุณตูนกันหน่อย ซึ่งคุณตูนบอกว่า ส่วนตัวเป็นคนนิ่งๆ แล้วจะเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดเป็นบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงาน แต่ว่าเรื่องครอบครัวก็จะปล่อยให้คุณภรรยาจัดการที่บ้าน

เรียกว่าเป็นชีวิตรักที่เรียบง่าย เน้นความสม่ำเสมอมาเป็นสำคัญเลย แล้วผันตัวมาช่วยธุรกิจครอบครัวเต็มที่แบบนี้ แฟนๆ ก็อาจจะได้เห็นผลงานดีๆ ตามสื่อเหมือนที่คุณต๋อย – ไตรภพผลิตรายการดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ชมกันอยู่เสมอๆ

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @tritratann @nok_nampeeti , Facebook – Sutthinee LimpapathTritra Limpapath

keyboard_arrow_up