เปิดตัวตน น้ำหวาน-พัสวี หวานใจ ‘นาวิน ต้าร์’กับความต่างกันสุดขั้ว แต่ลงเอยเพราะคำว่า ‘ใช่’

น้ำหวาน-พัสวี ผู้กุมหัวใจหนุ่มต้าร์ได้อยู่หมัด!    

น้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร หลายคนรู้จักเธอในฐานะ ไฮโซน้ำหวานภรรยาสาวสวยของพ่อหนุ่ม นาวิน ต้าร์และเจ้าของ Filoga Clinic และ iDDNA Clinic Thailand นอกนั้นแทบจะไม่มีเรื่องราวของเธอคนนี้ปรากฏอีกเลย เพราะเธอเลือกที่จะปฏิเสธการออกสื่อมาโดยตลอด ซึ่งแพรวดอทคอมเป็นสื่อที่สองที่เธอยอมให้สัมภาษณ์…เอาเป็นว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แล้วทำไมถึงกุมหัวใจของหนุ่มต้าร์ได้ ไม่ต้องเสียเวลาขุดคุ้ยประวัติ ไปพูดคุยและรู้จักตัวตนของเธอกันเลย

ที่ผ่านมาดูเหมือนน้ำหวานไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่นะคะ  

ใช่ค่ะ เพราะนิสัยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเจอกับคนเยอะๆ น้ำหวานไม่เคยไปงานสังคม จะออกงานอีเว้นต์ก็ต่อเมื่อเป็นงานคนรู้จัก ด้วยความที่เราพูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ค่อยคุ้นถ้าให้คุยเล่นกับคนที่ไม่สนิท แต่จะสนุกสนานเฮฮาเฉพาะในกลุ่มเพื่อนตัวเองมากกว่า เพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทจะรู้ว่าน้ำหวานเป็นคนอย่างไร อย่างพี่ก้อง – ปิยะ เขาเป็นคนดูแล ให้คำแนะนำทุกอย่างตั้งแต่ก่อตั้งคลินิก แล้วก็เข้าใจน้ำหวานทุกอย่าง เวลาจัดงานเปิดตัวฟิลอก้า เขารู้ว่าถ้าเราพูดต่อหน้าคนเยอะๆ จะเกร็ง พี่ก้องก็จะให้พูดแค่ 2 – 3 คำ เช่น ขอบคุณที่มางาน แค่นั้นจบ นอกนั้นก็ยกหน้าที่ให้พิธีกร แล้วด้วยความที่เป็นคนพูดจาตรง พอออกสังคมก็จะลำบากนิดนึง เพราะบางคนไม่รู้จักน้ำหวาน ก็จะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เราพูดหมายถึงอะไร ยกเว้นถ้าให้พูดเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ สามารถพูดได้คล่องเลยค่ะ

น้ำหวานเป็นคนติดเพื่อนหรือคะ

มากค่ะ เมื่อก่อนก็จะเป็นสาวโสดลั้นลาอยู่กับเพื่อนฝูง ไปไหนไปกับเพื่อนตลอด ไม่เคยทำอะไรคนเดียวเลย คือเราเป็นคนขี้เหงา แล้วด้วยความที่การดำเนินชีวิตของน้ำหวานคือการทำงานตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นเวลามีปัญหาก็จะหันมาปรึกษาเพื่อนเท่านั้น จึงต้องมีเพื่อน เหมือนว่าชีวิตเรามีเพื่อนพ่วงอยู่ด้วยตลอด แม้กระทั่งวันแต่งงานก็อยู่ด้วยกันจนถึงช่วงพิธีส่งตัวบ่าว-สาว จนพี่ต้าร์ต้องพูดขึ้นมาว่า จะไม่ไปไหนกันเลยเหรอ ออกไปได้แล้วมั้ง คือเขาก็เข้าใจนะ เพราะรู้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้วละ ว่าเรามีเพื่อนผูกติดไปด้วยตลอดอย่างน้อยสัก 4 – 5 คน หรืออย่างข่าวที่ว่าเราไปฮันนีมูนที่ศรีพันวา จริงๆ มีเพื่อนไปด้วย เพียงแต่ไม่ได้ร่วมอยู่ในเฟรม

แล้วอะไรดลใจให้มาคบกับผู้ชายที่ชื่อนาวิน ต้าร์ คะ

(ยิ้มเขิน) เริ่มจากการที่พี่ต้าร์เป็นคนไข้มาตั้งแต่คลินิกเปิด แล้วด้วยความที่เราเป็นคนแบบนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเลยไม่เคยคุยกับพี่ต้าร์ เวลาเจอหน้าก็ทักทาย สวัสดีกันแค่นั้น แต่มาเริ่มรู้จักจริงๆ ก็ตอนเปิดคลินิกที่ใหม่ ซึ่งออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยๆ ทางหุ้นส่วนเลยเชิญพี่ต้าร์มาร่วมงานด้วย จำได้ว่าตอนอยู่ในงานบังเอิญได้นั่งติดกัน ตลอดช่วงเวลาชั่วโมงกว่าๆ พี่ต้าร์ก็พยายามชวนคุย แต่น้ำหวานไม่คุยด้วย (หัวเราะ) ตอบแค่ค่ะๆ อย่างเดียว เพราะเกร็งเวลาที่ต้องคุยกับคนไม่รู้จัก พอตอนหลังๆ ได้มีโอกาสไปกินข้าวด้วยกัน ก็เหมือนได้รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนสนิทกัน หลังๆ พอไปเที่ยวด้วยกัน อยู่ด้วยกันบ่อย ภาพที่เคยมองพี่ต้าร์ว่าเป็นดารา บุคคลสาธารณะ ชีวิตต้องวุ่นวายแน่นอน ก็เปลี่ยนไป เขากลายเป็นเหมือนเพื่อนที่คุยได้ง่ายขึ้น หรือบางทีเราเจอมุมที่เขาเป็นอาจารย์ เป็นนักกีฬา เหมือนคนทั่วไป แล้วการที่เขาดูแลเทคแคร์ดีมากไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่รวมไปถึงเพื่อนทุกคนด้วย เพราะก่อนหน้านี้เวลามีใครเข้ามาจีบ จะให้เพื่อนสแกนก่อนเลย ซึ่งพี่ต้าร์ผ่านเพื่อนมาได้ ทุกคนประทับใจ ทุกอย่างเลยโอเค

ไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ค่อยสุงสิงกับคนแปลกหน้า แต่พอมาคบกับต้าร์ แน่นอนว่าต้องโดนจับตามอง รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

กดดันมาก…(ลากเสียงยาว) ช่วงแรกๆ จากที่เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ พี่ต้าร์จะโดนต่อว่า ว่าทำไมไม่เปิดเผยเรื่องภรรยา ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นความต้องการของน้ำหวานเอง อยากให้เรื่องเงียบที่สุด เพราะถ้าพี่ต้าร์พูดทุกอย่างออกสื่อ น้ำหวานต้องเป็นที่รู้จักไปด้วย ยังเคยพูดกับเขาเลยว่า ถ้าทุกคนรู้จัก แล้วถูกจับตามองเยอะ จะทำให้ใช้ชีวิตลำบากหรือเปล่า คือเราเป็นคนสบายๆ บางทีเช้าๆ ก็ใส่ชุดนอนไปนั่งในร้านสตาร์บัคส์ ไม่มีใครสนใจ หรือเวลาเดินไปเที่ยวไหนด้วยกัน พอมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป น้ำหวานก็อาศัยช่วงชุลมุนแวบ! หายไปเลย ซึ่งพี่ต้าร์ก็เข้าใจ ตอนแรกเลยอยากแต่งงานให้เงียบที่สุด ไม่อยากให้ใครรู้เลย แต่พอตอนหลังๆ พี่ต้าร์โดนกระแสจากทุกทางว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิง ทางพี่ก้อง – ปิยะก็เตือนมาว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะลูก เลยตัดสินใจออกมาบอกความจริง

keyboard_arrow_up