“ผมมีแค่สาวเดียว” คุยแมนๆแบบ ‘ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์’ หล่อ รวย รักจริง!

ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำกันมากมายนักว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะที่ผ่านมาเขาถูกสื่อต่างๆ จัดให้เป็นหนุ่มไฮโซเนื้อหอมอันดับต้นๆ ของประเทศมานานแล้ว จนทำให้หลายคนมองว่าเขาคงไม่ต่างอะไรจากผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เขาเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า และแบดบอยอย่างที่ใครๆ คิดหรือไม่ Exclusive Talk โดยแพรวดอทคอมวันนี้จะเข้าไปคุยให้กระจ่างกับหนุ่มคนนี้ทุกเรื่องกันไปเลย

เกิดเป็นลูกเจ้าสัวสุทธิเกียรติ มีคุณแม่เป็นอดีตนางงามจักรวาลคนแรกของไทย (คุณอภัสรา หงสกุล) ไม่ว่าจะทำอะไรชื่อของป๊อกจึงถูกพูดถึงจากสื่อต่างๆ ตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก จนวันนี้เป็นหนุ่มวัย 28 ปี มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตที่จริงจังมากขึ้น และทั้งหมดนี้ก็เกิดจากการหล่อหลอมของคุณพ่อของเขานั่นเอง

ป๊อกสนิทกับคุณพ่อ หรือคุณแม่มากกว่ากัน

ป๊อก : สนิทพอๆ กันครับ ส่วนใหญ่กับคุณแม่ผมจะชอบปรึกษาเรื่องทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ซีเรียสมาก แต่กับคุณพ่อผมส่วนใหญ่จะปรึกษาท่านเรื่องอนาคต เรื่องเรียนมากกว่า ผมเองนอนกับพ่อตั้งแต่เด็กๆ เขาจะพูดกับผมตลอดเวลาว่าครอบครัวเราทำงานอะไร ตั้งแต่ผมจำความได้หลังกลับจากโรงเรียนก็จะต้องไปเดินตรวจงานกับท่านก่อน กลับบ้านทุกวัน

ในช่วงวัยเด็กของป๊อก คุณพ่อมีวิธีสอนเรายังไงบ้าง

ป๊อก : เขาจะพูดกับผมเสมอว่าต้องรู้ตัวเองว่าเราเป็นใคร เราไม่ได้ใหญ่มาจากไหนนะ เพราะสมัยก่อนครอบครัวเราก็เริ่มจากที่ไม่มีอะไรเลย คุณปู่มาจากจีนตัวเปล่า มาสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ส่วนคุณพ่อท่านก็เล่าว่าตอนเด็กๆ ลำบากมากท่านอยากให้ผมรู้ว่ากว่าจะมีวันนี้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย อยากให้ให้ลูกหลานรู้คุณค่า ไม่ใช่เกิดมาแล้วสบาย ไม่ต้องทำอะไรเลย ชีวิตมันไม่ใช่อย่างนั้น เวลาผมจะทำอะไร ท่านเลยอยากให้ผมตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุด อย่างตอนที่ผมไปสอบ หรือทำงานอะไรก็แล้วแต่ ท่านก็จะถามแค่ว่าเต็มที่หรือยัง ไม่เคยถามว่าทำได้ดีไหม คือถ้าทำสุดๆ แล้วท่านจะแฮปปี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าดูที่ปลายทางอย่างเดียว

แสดงว่าการเกิดเป็นลูกเจ้าสัวบ้านนี้ไม่ได้ถูกตามใจเท่าไหร่

ป๊อก : เอาจริงๆ ตั้งแต่เด็กเวลาผมไปโรงเรียน ผมยังได้เงินไปกินวันละ 20 บาท เอาไว้ซื้อน้ำกับขนมเหมือนเด็กคนอื่นแค่นั้นเอง และค่อยๆ เพิ่มตามระดับชั้นเป็น 40-50 บาทเหมือนคนทั่วไป สุดท้ายเต็มที่ก็ 80 บาท ไม่ถึงร้อยอยู่ดีครับ พอโตขึ้นมาวันนี้คุณพ่อก็ไม่ได้ให้เงินผมมาหลายปีแล้ว ต้องทำงานหาเงินใช้เอง รถที่ผมมีขับอยู่ตอนนี้ก็เป็นเงินจากการทำงานของผมเองด้วยเหมือนกัน

ทราบมาว่าหลังจากเรียนจบจากบอสตัน คุณพ่อก็ให้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทด้วย

ป๊อก : จริงๆ ตอนที่อยู่เมืองนอก พอปิดเทอมผมก็กลับมาฝึกงานกับที่บ้านอยู่แล้ว ขายน้ำในห้างก็เคยทำ (ยิ้ม) แต่หลังจากเรียนจบผมก็ไปฝึกงานที่ธนาคารก่อน เพราะผมจบเศรษฐศาสตร์มา หลังจากนั้นถึงไปฝึกงานที่บางกอกโพสต์อยู่ 3 ปี ตอนนั้นก็เริ่มต้นทำ M2F กับพี่เขยด้วยครับ เป็นงานที่ผมรู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะเราได้ร่วมมือกันทำทุกขั้นตอน จนทุกวันนี้กลายเป็นรายได้หลักของบริษัทไปแล้ว การมาฝึกงานที่นี่ทำให้ผมได้ลองในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำหลายอย่าง ทั้งส่งหนังสือพิมพ์ ขายโฆษณา และการเป็นนักข่าวอาชญากรรม เป็นประสบการณ์ที่คุ้มมาก หาที่ไหนไม่ได้แล้วครับ

ได้ไปลงพื้นที่ทำข่าวอาชญากรรมเหมือนนักข่าวคนอื่นๆ ด้วยใช่ไหม

ป๊อก : ใช่ครับ งานแรกเลยไปทำข่าวบุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติที่ต้มตุ๋นหลอกเอาเงิน ตอนนั้นคือทุกคนก็รีบออกไปทำข่าว คุยกันโหวกเหวกตลอด ทุกคนก็ “โอเค ออกๆ ได้แล้ว” (พยายามตั้งใจเล่ามาก) ในรถจะมีพี่คนขับซึ่งจะคอยฟังเสียง ว.ของตำรวจ มีพี่ช่างภาพ และผมที่จะต้องเป็นคนจดข้อมูลเอาไปเขียนเป็นข่าว พอขึ้นรถปุ๊ป พี่เขาก็บอกว่า โอเคป๊อก! เดี๋ยวพอถึงแล้ว ป๊อกรอก่อนนะแล้วค่อยตามเข้าไป ผมก็อ่าวทำไมอ่ะ พี่เขาก็บอกเกิดมันยิงสวนออกมา (ทำหน้าตกใจ) และนั่นเป็นงานแรกที่ผมแบบห๊ะ! มียิงกันด้วยหรอ…สุดท้ายก็ไม่มีอะไรรุนแรงครับ ส่วนอีกเหตุการณ์ที่เห็นแล้วอึ้งเหมือนกัน คือตอนไปทำข่าวฆ่าหั่นศพที่ตลาดสี่มุมเมือง ผมเห็นแขนที่ถูกตัดวางอยู่ต่อหน้าเลย…

 

อ่านต่อหน้า 2 

keyboard_arrow_up