ทำความรู้จัก พาย รินรดา ว่าที่นางเอกใหม่ช่อง 3 หลานสาวนันทิดา แก้วบัวสาย

เกิดมาอยู่ในนามสกุลนี้ และยิ่งได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิงอีก ยังไงก็ต้องมีคนคิดว่าเส้นทางของการเป็นนางเอกหน้าใหม่ของ พาย – รินรดา แก้วบัวสาย ที่มาถึงวันนี้ได้เพราะนามสกุล จะใช่หรือไม่ ที่สำคัญเธอเป็นอะไรกับมาดามตู่ Exclusive Talk วันนี้ เราจะมาล้วงโปรไฟล์ของสาวพายกันแบบเต็มๆ

ตอนนี้อายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน

พาย – รินรดา : อายุ 21 ปีค่ะ เรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกละครเวที แต่ก็มีเขียนบทละคร เรียนเบื้องหลังด้วย

แสดงว่าส่วนตัวชอบด้านนี้อยู่แล้ว

พาย – รินรดา : จริงๆ คือเข้าคณะนี้ได้ด้วยความบังเอิญมากค่ะ เพราะอยากเรียนภาษา แต่สอบไม่ติด และตอนนั้นธรรมศาสตร์เขาเปิดรับตรงพอดี ก็เลยลองเข้าไปดู มองแล้วคณะนี้น่าจะสนุกดี และก็เป็นอย่างที่คิดไว้เลย มีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก

เรียนด้านนี้เลยมีส่วนทำให้เข้ามาทำงานในวงการด้วยหรือเปล่า

พาย – รินรดา : ไม่เกี่ยวเลยค่ะ แต่มันมีส่วนช่วยเมื่อเราเข้ามาทำงานตรงนี้แล้ว ก็มีโอกาสได้เรียนแอ๊คติ้งจากที่คณะมาบ้าง เลยเข้าใจเบสิกเรื่องนี้

แล้วเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงได้อย่างไร

พาย – รินรดา : ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม สองปีที่แล้ว (ปี 2558) พี่เอ (ผู้จัดการ) เขาไปเจอพายในไอจีค่ะ (เสียงพี่เอแทรก) จริงๆ คือมีเพื่อนเขาอยู่ในสังกัดด้วย พอเห็นก็เลยสนใจ

พาย – รินรดา : คือพี่เขาก็ถามมาว่าสนใจทำงานในวงการบันเทิงไหม เราก็แบบใครหว่า แต่ก็ลองแอดพี่เขาไป ใจเราก็ยังงงๆ เพราะไม่เคยมองตัวเองว่าจะมาทำงานด้านนี้ หนูคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ในเมื่อโอกาสมันมาแล้ว พี่เขาก็พามาแคสต์ช่อง 3 หนูก็ยังแบบไม่อะ ไม่ได้หรอก เขาไม่เอาเราหรอก

ทำไมถึงคิดว่าตัวเองคงไม่ได้

พาย – รินรดา : มันเป็นเส้นทางที่หนูไม่เคยคิดถึงเลยว่าจะต้องได้เดินมาทางนี้ อาชีพนักแสดงเหรอ จะเป็นเราเหรอ พอแคสต์ได้ก็ยังตกใจว่าช่องให้โอกาสเรา ดีใจมาก…กกก (ยิ้ม)

งานแรกที่ทำในวงการบันเทิงเป็นงานอะไร

พาย – รินรดา : ถ่ายแบบลงแมกกาซีนค่ะ และก็มีอ่านช่วงรายการของช่อง 3 ด้วย หนูรู้เลยว่ามันยากมาก…กกก มันไม่ใช่แค่นั่งพูดๆ มันคือเรื่องความจำด้วย หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ไปแคสต์ละครต่อ ก็คือเรื่องตะวันยอแสง รับบทเป็นใจบุญค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง

พาย – รินรดา : ตื่นเต้นมากเลยที่บ้าน ทุกคนพยายามกลับบ้านเร็วมาก จะได้ทันดูละคร และคือหนูดูช่อง 3 ตั้งแต่เด็ก พอวันนี้มีเราไปอยู่ในจอทีวีมันก็แปลกๆ ดี คือหนูตั้งใจกับละครมาก และดีใจมาก พอได้เห็นผลงานตัวเอง ที่บ้านก็แฮ็ปปี้มาก พอเห็นชื่อเราขึ้นเครดิตเริ่มต้นก็กรี๊ดกันใหญ่เลย กระแสตอบรับก็ดีกว่าที่คิดไว้เยอะมาก ดีใจแทนพี่นก – สินจัยด้วยค่ะ ที่คนดูชอบ รู้สึกอินไปกับละครเรื่องนี้ด้วย

ครอบครัวเรียกว่าดันเต็มที่เลยไหม

พาย – รินรดา : เขาสนับสนุนทุกเรื่องที่เราอยากจะทำ ก็มีถามเหมือนกันว่าอยากทำจริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรนะ มีอีกหลายอย่างให้ทำก็ได้ ก็เต็มที่ค่ะ

หลังจากละครออนแอร์ไป มีงานเยอะขึ้นไหม

พาย – รินรดา : ตอนนี้เพิ่งปิดกล้องไปเรื่องหนึ่ง เรื่องระเริงไฟ ของพี่หน่อย – บุษกร และซีรี่ส์ลูกผู้ชาย กำลังถ่ายอยู่ ก็เป็นนางเอกเรื่องแรกเลย ซีรี่ส์นี้จะเป็นละครพีเรียดด้วยค่ะ

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็นนางเอกของช่อง 3 แล้ว

พาย – รินรดา : ตื่นเต้นมากค่ะ (เขิน) เวลามีคนในตึกบอกคนนี้เล่นเป็นนางเอก เรายังเขินอยู่เลย ก็ยังคิดกับตัวเองว่าใช่เราจริงๆ เหรอ มันเป็นความรู้สึกที่ดี และกดดันมากกว่าเดิมด้วย เราต้องรับผิดชอบในพาร์ตที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็จะตั้งใจทำให้เต็มที่ค่ะ เรื่องนี้ได้พี่ชุ – ชุดาภาเป็นผู้กำกับค่ะ มีพี่ก้อง – ปิยะเป็นผู้จัดฯ เราก็ต้องทำให้ดี พี่ๆ เขาจะได้ไม่ผิดหวัง

ได้ถามพี่เขาไหมว่าทำไมถึงเลือกเราเป็นนางเอก

พาย – รินรดา : ไม่ได้ถามเลยค่ะ ปกติจะเป็นการเวิร์คชอปกันก่อน แล้วค่อยคัดจนเหลือคนที่ได้เล่น คือกว่าจะได้เล่นซีรี่ส์นี้ไม่ใช่ง่ายๆ พายก็รู้สึกว่าไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง อยากให้พี่เขารู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ให้โอกาสเด็กคนนี้ หนูก็อยากทำให้ดีที่สุดค่ะ

ละครเริ่มเยอะขึ้นแบบนี้ เรื่องเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

พาย – รินรดา : โชคดีที่จังหวะมาทำงานในวงการกำลังจะจบปี 3 พอดี และเดี๋ยวปี 4 วิชาเรียนก็จะน้อยลง ก็มีธีซิสนี่แหละที่ยังยุ่งอยู่ และที่คณะหนูลาเรียนไม่ได้ เพราะภาคปฏิบัติเยอะ เลยต้องแบ่งเวลาให้ดีมากๆ ช่วงที่ถ่ายละครระเริงไฟ ในกองพี่เคนก็ช่วยเยอะ และพายเองก็เอาการบ้านไปทำด้วย ช่วงแรกประสาทจะกินมากเลยค่ะ เพราะหนูไม่ชอบทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กัน และจะวิตกกังวลว่าจะทำไม่ทัน แต่ตอนนี้ก็ค่อยๆ จัดระเบียบตัวเองให้ชินมากขึ้น

ด้วยนามสกุลเรา มีส่วนที่ทำให้เรากดดันไหมกับการเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง

พาย – รินรดา : มีค่ะ ส่วนใหญ่พอเห็นนามสกุลก็จะถามว่าเป็นอะไรกัน ร้องเพลงได้ไหม ซึ่งจริงๆ พายร้องไม่ได้นะ (หัวเราะ) แต่คนก็จะคิดว่าตอนที่เรียนการแสดงครั้งแรกก็มีคนพูดว่า โห นามสกุลแก้วบัวสาย ต้องเก่งมากแน่ๆ กดดันเลยทีนี้ เพราะเราก็ไม่ได้เก่งนะ หนูคิดว่ามันเป็นแค่นามสกุล เราจะทำได้ดีหรือไม่ดี อยู่ที่ตัวเรามากกว่า และการเข้ามาอยู่ในวงการนี้ เราก็เข้ามาด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะนามสกุลแก้วบัวสาย

อ่านต่อหน้า 2

keyboard_arrow_up