Pee Mak Teams

Pee Mak Teams
Pee Mak Teams

“บอมบ์เขามาสายหล่อครับ มีฉากที่ต้องเล่นเป็นกระหัง เพราะรู้ว่าจะต้องถอดเสื้อ มีแอบไปวิดพื้นด้วยนะ ปั๊มกล้ามใหญ่เลย”

ไม่ใช่พระเอกแถวหน้า ไม่ใช่นักร้องคนดัง แต่นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักแก๊ง 4 เกรียนนำทีมโดย ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส, เชน-อัฒรุต คงราศรี และบอมบ์-กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข ในฐานะ ‘เพื่อนพี่มาก’

ด้วยคาเเร็คเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์และความจี๊ดที่ไม่เป็นรองใคร เมื่อมารวมตัวกันจึงมีแต่คำว่าฮา

ในฐานะผู้อาวุโสสุดของกลุ่ม ‘เผือก’ ขอพูดก่อน “ผมเป็นรุ่นพี่ที่คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เดียวกับฟรอยด์ เจอกันในงานรับน้อง ภาพแรกที่เห็นคือ เขายืนแก้ผ้าหน้าไม่อาย แล้วพอได้มาร่วมงานกันในหนังเรื่อง 4 แพร่ง ต่อด้วย 5 แพร่ง ยันเรื่อง พี่มากพระโขนง เขาก็ยังชอบแก้ผ้าจนกลายเป็นเรื่องธรรมดามากเวลาอยู่ในกองถ่าย
บอมบ์ช่วยซ้ำ “เปิดก้นหมดเลยครับ พวกผมเห็นจนเบื่อ แต่พวกทีมงานคอสตูมผู้หญิงที่เข้ามาใหม่จะไม่ชิน พอเห็นฟรอยด์แก้ผ้าก็ตกใจวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง หรืออย่างพวกช่างแต่งหน้าทำผมจะโดนฟรอยด์ไล่ปล้ำตลอด”
ฟรอยด์ยิงมุกไม่สะทกสะท้าน “ความจริงปกติตอนนี้ผมก็ต้องแก้แล้วนะ (ฟรอยด์แกล้งทำท่าจับจะรูดซิปกางเกง)”
เชนรีบเบรค “เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จก่อนแล้วค่อยโชว์นะ”

ฟรอยด์ ยังให้เหตุผลต่อ
“ที่ผมทำก็เพื่อทุกคนนะครับ อยากให้สนุกกัน เพราะเท่าที่ร่วมงานกันมา 5 ปี ผมว่าพี่มากพระโขนงหนักสุด แต่ละคิวล้วนทรหดอดทนทั้งนั้น”
เชนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ๆ หนักสุด เพราะส่วนมากเป็นคิวกลางคืน จึงต้องอดหลับอดนอน ถ่ายกันจนถึงตี 4 เหนื่อยมาก ทุกคนมักจะอยู่ในสภาพแบตใกล้หมดเต็มที มีฟรอยด์นี่แหละยังคงยืนหยัดอยู่ได้คนเดียว แล้วคอยมาชาร์จพลัง แบบผมกำลังจะหลับ ก็มาปลุกซะงั้น”
เผือกแทรกมาแบบนิ่งๆ “คือผมนอนห้องเดียวกับเชน เสร็จงานมาเหนื่อยๆ ฟรอยด์ยังตามมาป่วนถึงห้อง มาขอนั่งดูทีวีอะไรไปเรื่อยเปื่อย แล้วยังมาถามอีกว่า พี่รำคาญผมหรือเปล่า พี่ยังไม่นอนใช่ไหม (หัวเราะทั้งวง) จะบอกว่ารำคาญมาก หรือจะนอนแล้วก็ดูใจดำ ต้องฝืนพูดไปว่า ตามสบาย (เผือกกัดฟัน) อยู่กับฟรอยด์ในกองถ่ายเดือนกว่า ผมเห็นเขาด่าคนโน้นคนนี้ไปทั่ว โดนกันทั้งกองครับ ชอบอำ ชอบแซว แล้วบางทีดึกๆ ก็ชอบมากระซิบถามผมว่า พี่ว่าคนในกองเกลียดผมหรือเปล่า ผมก็บอกว่ามีบ้างแหละ…นิดๆ มั้ง”

ฟรอยด์รีบแก้ตัว “แต่ผมไม่ได้เล่นพร่ำเพรื่อนะ ถ้าพี่จะนอนจริงๆ ผมก็ไม่แกล้ง แค่ไม่อยากให้ทุกคนหงอยครับ เพราะเวลาถ่ายออกมาทุกคนจะดูงัวเงีย ไม่เต็มที่ไม่มีพลัง ผมจึงเป็นตัวกระตุ้น แหย่บ้าง เล่นกับเขาบ้างให้บรรยากาศสนุกเฮฮา เพราะเรื่องนี้โหดจริง คิดดูนัดกอง 3-4 โมงเย็น ถ่ายกันยันเช้า แล้วถึงได้นอน พอบ่าย 3 ตื่นมาถ่ายต่อ เวลาจะงงไปหมด ให้อารมณ์เหมือนอยู่อเมริกา เจ็ตแล็กไปช่วงหนึ่ง แล้วบางทีพอกลับไปเช้าเจอแสงแยงตานอนไม่หลับอีก ดังนั้นตอนถ่ายจึงพยายามเล่นเต็มที่ ให้ร่างกายเหนื่อยสุดๆ จะได้หลับสนิทไปเลย”
บอมบ์เสริมเรื่องส่วนตัว “ผมต้องกินยาระบาย เพราะระบบรวนไปหมด”
เผือกบอกว่าฟรอยด์มีเว่อร์ชั่นหงอยด้วย “วันไหนฟรอยด์แบตหมด บรรยากาศในกองถ่ายจะเงียบ ดูเหี่ยวเฉาทันที อย่างมีฉากหนึ่งในศาลาวัดที่เรา 4 คนโดนมัดสายสิญจน์ วันนั้นเรียกว่าเลยจุดเหนื่อย เพื่อนๆ ทุกคนนิ่งไปนาน ทีแรกฟรอยด์พยายามฝืนอยู่ สุดท้ายพอเขาฟิวล์ขาดปุ๊บกองถ่ายเงียบทันที”

ฟรอยด์ทำหน้านึกได้ “ใช่ นิ่งไปเกือบชั่วโมง ตาลอย มองเพดานวัด เหนื่อยมากจริงๆ ร้อนก็ร้อน แล้วทุกคนตัวเหม็นมาก เหม็นเหงื่อทั้งของตัวเอง และของเพื่อน”
เผือกเล่าไปขำไป “ทีแรกเรากลัวกันว่า เดี๋ยวพอใหม่ (ดาริกา โฮร์เน่) เข้าฉากด้วยแล้วจะคิดว่าเราตัวเหม็นหรือเปล่า แต่ที่ไหนได้สไบของนางก็เหม็นเหมือนกัน เพราะใส่ซ้ำไปซ้ำมาตลอด”
ฟรอยด์มุ่งประเด็นไปที่บอมบ์บ้าง “แต่คนที่โชคดีที่สุดคือ บอมบ์ เป็นคนเดียวที่รอดไม่ต้องทาตัวดำ เพราะผิวดำอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่โดนถีบตกน้ำอย่างเดียว ขณะที่คนอื่นโดนทาตัวดำ หรืออย่างฉากที่ผมโดนผึ้งต่อย ต้องแปะซิลิโคนให้หน้าดูบวม ถ่ายอยู่ 8 ชั่วโมง สิวขึ้นเต็มหน้าเลย”
เผือกร่วมวงถล่มบอมบ์ “บอมบ์เขามาสายหล่อครับ มีฉากที่ต้องเล่นเป็นกระหัง เพราะรู้ว่าจะต้องถอดเสื้อ มีแอบไปวิดพื้นด้วยนะ ปั๊มกล้ามใหญ่เลย (ลากเสียงยาว)”
เชนได้ทีร่วมด้วยช่วยเม้าท์ “เขาไปเล่นฟิตเนสมาเพื่อฉากนี้โดยเฉพาะเลยนะ”

ติดตามเรื่องราวของเดอะแก๊งเพื่อนพี่มากต่อได้ที่นิตยสารแพรวฉบับ 810 วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 คอลัมน์ Live Stories

ภาพจาก