The Em District “the Extraordinary Life”

The Em District “the Extraordinary Life”
The Em District “the Extraordinary Life”

หลังจากซุ่มเงียบมานาน ในที่สุดกลุ่มเดอะมอลล์ก็ผุดเมกะโปรเจ็คท์หมื่นล้าน ณ ใจกลางย่านสุขุมวิท เปิดประเด็นว่าไม่ใช่แค่การสร้าง “ศูนย์การค้า” ธรรมดาๆ แต่เป็นการเนรมิต “ย่าน” ช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่จะมาปลุกวิถีชีวิตคนเมืองให้ “อลังการ”สุดๆ

The New Diamond of Bangkok Midtown

หลังจากทำสยามพารากอน ดิฉันก็หยุดตัวเองไปเกือบ 2 ปีได้ เพราะคุณพ่อเสีย ตอนนั้นยอมรับว่าใจสลาย ไม่รู้ว่าตั้งใจทำงานไปเพื่อใครหากคุณพ่อไม่ได้เห็น กระทั่งวันหนึ่งรู้สึกว่า คู่แข่งเริ่มขยายตัวกัน จึงได้ลุกขึ้นมาคิดโปรเจ็คท์ใหม่ สิ่งแรกที่มองหาคือ ทำเล ซึ่งเราไม่หาพลอย จะหาเพชร เพราะเคยทำสยามพารากอน ซึ่งเป็นเพชรน้ำหนึ่งของเอเชียมาแล้ว ถ้าไม่ได้ทำเลเพชรก็ไม่ทำ จึงย้อนกลับมาที่สุขุมวิท เดิมทีย่านนี้เคยเป็นสุขุมวิทตอนปลาย พอมีเอ็มโพเรียมให้คนได้ใช้ชีวิตแฮงค์เอาท์จึงกลายเป็นย่านที่คึกคัก แถมยังมีรถไฟฟ้าและสวนเบญจสิริอยู่ข้างๆ เป็นโลเคชั่นที่ดีมาก แต่จะทำอย่างไรให้เอ็มโพเรี่ยมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จึงนำมาสู่คำตอบที่ว่า เราต้องไม่สร้างแค่ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ แต่ต้องสร้าง “ย่าน” โชคดีที่สามารถหาที่ได้อีก 2 แห่ง คือพื้นที่ตรงกันข้ามเอ็มโพเรี่ยมกับข้างสวนเบญฯ รวมแล้วเป็นที่ 3 แปลง ขนาดกว่า 50 ไร่ โอบล้อมสวนเบญจสิริไว้ สามารถทำเป็นย่านขึ้นมาได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ที่จะเป็นการรวมเอา 3 ศูนย์การค้าใหญ่อย่าง ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ดิ เอ็มควอเทียร์และดิ เอ็มสเฟียร์ มาไว้ด้วยกัน

‘The Em District’ ที่สุดแห่งวิถีชีวิตและแรงบันดาลใจ

ความโดดเด่นของ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” คือ การเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดา ทุกอย่างที่เราทำไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ สไตล์ ร้านค้า ต้องเด็ด ฮิป คูล โก้ หรูเริ่ด แตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง โดยมีเอ็มควอเทียร์เป็นแลนด์มาร์คด้วยอาคารที่ถูกออกแบบให้ดูเป็นธรรมชาติและออร์แกนิค แผ่นกระจกทุกแผ่นที่นำมาวางบนผนังอาคารมีขนาดไม่เท่ากัน ส่วนไฮไลท์ภายในคือ ศูนย์รวมร้านอาหารและที่แฮงเอาท์ เราต้องการให้ที่นี่เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ที่มหัศจรรย์ ตัวอาคารจึงทำให้มีลักษณะเป็นเฮลิส (Helix) คือโค้งวนขึ้นไปเป็นเกลียวเหมือนกักเกนไฮม์มิวเซียม ซึ่งไม่มีใครทำมาก่อน อีกหนึ่งความอลังการที่ต้องพูดถึงคือ การยกสวนธรรมชาติมาไว้บนชั้น 6 เพื่อให้ทุกคนในย่านนี้มีที่เดินเล่นสูดอากาศกลางกรุง เรียกว่า “ควอเทียร์ วอเทอร์ การ์เดน” เป็นสวนที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ และน้ำตกสูง 40 เมตรที่ลดหลั่นลงมา ดูมหัศจรรย์เหมือนต้องมนต์ พูดง่ายๆ ว่า เอ็มควอเทียร์จะเป็นที่ที่ให้ทุกคนได้มาใช้ชีวิต ทำงาน และพักผ่อน ถือเป็น All in one สำหรับคนสุขุมวิท ตบท้ายด้วยที่จอดรถระบบอัตโนมัติใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เก๋มากจนมีคนขอจองไปจัดแฟชั่นโชว์แล้วนะ (หัวเราะ) ที่เริ่ดไปกว่านั้นคือ เราได้ดีไซน์สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ใหม่ให้เข้ากับคอนเซ็ปท์ และจะเป็นสถานที่ของ EM District ส่วนเอ็มโพเรี่ยมเองก็มีการปรับปรุงใหม่ ทั้งศูนย์และห้างสรรพสินค้าให้โก้ หรู ดูไทม์เลสซึ่งทั้ง 2 แห่งน่าจะเสร็จปลายปีนี้

ด้านเอ็มสเฟียร์นั้น น่าจะเปิดตัวภายใน 2 ปี ด้วยคอนเซ็ปท์ตื๊ดๆ หน่อย (หัวเราะ) ได้อารมณ์สนุกสนาน มีร้านรวงแปลกตา ไม่ธรรมดา เพราะเราตั้งใจให้ที่นี่เป็น “ชีพจรและความเร้าใจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ แบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน” ยกตัวอย่างในโซนอันเดอร์กราวด์จะมีร้านค้าและสินค้าแปลกๆ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ตั้งแต่ศิลปะ งานฝีมือ ยันร้านตัดขนสุนัข นอกจากนี้มีร้านอาหารเก๋ๆ และศูนย์รวม Pub, Bistro, Chill Out Club & Bars ซึ่งจะดึงนักท่องเที่ยวมาอย่างคึกคัก ที่ผ่านมาเรามองว่าเวลานักท่องเที่ยวมาเมืองไทย นอกจากวัดหรือวังแล้ว เราอยากให้มีสถานที่แฮงค์เอาท์ดีๆ มีคอนเซ็ปท์แปลกใหม่และโดดเด่นระดับเวิล์ดคลาสที่จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้
นอกจากนี้เรายังได้รับความร่วมมือจากนักลงทุนและผู้ประกอบการโดยรอบ ทั้งโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค ที่พัฒนาตกแต่งใหม่ทั้งหมด หรือออฟฟิสและคอนโดใหม่อย่าง พาร์ค 24 ที่จะมาช่วยกันเนรมิตย่านนี้ให้สมบูรณ์แบบขึ้น รวมๆ แล้วเฉพาะศูนย์การค้าเราลงทุนไปประมาณ 20,000 ล้านบาท แต่ถ้ารวมสิ่งที่สร้างขึ้นมาในย่านนี้ทั้งหมดก็มีมูลค่าราว 50,000 ล้าน บอกเลยว่าเมื่อโปรเจ็คท์นี้เสร็จสุขุมวิทจะถูกยกระดับขึ้นมาเหมือนกับย่าน SOHO, Meatpacking ของ New York หรือ Midtown ที่ Tokyo เรียกว่าจะเป็นย่านที่ทั่วโลกต้องจับตามอง

Thailand, Always the Best Destination

ในตอนนี้ประเทศชาติอยู่ในสภาพบอบช้ำ เวลาเราไปเจรจากับใครมีแต่คนพูดว่าบ้านเมืองยังไม่ลงตัว แต่เราแย้งว่า หากดูในระยะยาว ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเอเชียและจะเป็นไปตลอด บ้านเราไม่เคยมีสงคราม ไม่ชอบรบกัน เชื่อมั่นเถอะว่าประเทศเรามีดี

ด้วยอายุขนาดนี้แล้ว เราคงทำงานเพียงเพื่อเดอะมอลล์กรุ๊ปอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำเพื่อประเทศชาติด้วย เชื่อไหม สมัยทำเอ็มโพเรียมใหม่ๆ เคยไปติดต่อแบรนด์ไฮเอ็นด์แล้วเจอคำถามว่า “คนไทยถือกระเป๋าฉันด้วยหรือ”ตั้งแต่นั้นมาก็ตั้งใจว่าจะทำอะไรให้ประเทศชาติ ให้คนรู้จักเราให้ได้ ดิฉันเชื่อในเรื่องการให้มากกว่าการรับ ถ้าทำแล้วได้ให้อะไรกับบริษัท สังคม และประเทศชาติ ก็ถือเป็นความภูมิใจ เป็นแรงขับเคลื่อนให้เราทำจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่หมดแค่นี้แน่ๆ

เรื่อง : โทมาลิน
ภาพ : กฤตธี
ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 841 คอลัมน์ Wow stories

keyboard_arrow_up