เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ ต้อง ‘จัดเต็ม’ เท่านั้น จึงจะใช่ ‘เพ็ญ’

เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ ต้อง ‘จัดเต็ม’ เท่านั้น จึงจะใช่ ‘เพ็ญ’
เพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์ ต้อง ‘จัดเต็ม’ เท่านั้น จึงจะใช่ ‘เพ็ญ’

เป็นผู้หญิงแถวหน้าในแวดวงเซเลบริตี้อีกคน ที่ได้ชื่อว่าแต่งตัว ‘จัดเต็ม’ ทุกครั้ง ประมาณว่า ถ้า ‘น้อยๆ’ ไม่ใช้ตัวจริง

Dress Code — ไกด์สำคัญยามออกงาน

“ก่อนแต่งตัวไปงาน อย่างแรกที่เพ็ญดูคือ การ์ดเชิญ ว่าเขาระบุเดรสโค้ดแบบไหน ถ้างานเป็นทางการ ก็ต้องจ้างช่างแต่งหน้า-ทำผมด้วย ส่วนจะใส่ชุดอะไรนั้น เพ็ญเป็นประเภทว่า ถ้ามีไอเดียหรือชอบอะไร จะซื้อหรือไม่ก็ตัดชุดเก็บไว้ เพราะฉะนั้นชุดที่ใส่ส่วนใหญ่ เป็นของที่มีอยู่แล้ว นอกจากถ้าต้องใส่ชุดเริ่ดหรูอลังการจริงๆ อาจต้องสั่งตัดเพิ่มต่างหาก

“ถามว่าใช้เวลาเลือกชุดนานไหม คิดไม่นานหรอกค่ะ ส่วนมากเพ็ญจะบอกแนนนี่ (คุณอ้อ) ของเพ็ญ ล่วงหน้าว่า เดรสโค้ดหนนี้ ต้องการให้ใส่ชุดสีขาว หรือสีดำ ก็ว่ากันไป จากนั้นคุณนายเขาก็จะคัดชุดตามธีมงานเรียงมาไว้ให้เพ็ญเลือกอีกครั้งว่า ชุดไหนยังไม่เคยใส่ (หัวเราะ)

“ถ้าสังเกตจะรู้ว่า เดี๋ยวนี้เพ็ญไม่ค่อยได้ออกงานมากเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่คนวิ่งออกงาน แต่เลือกงานที่จะไปด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นในหนึ่งเดือน เพ็ญออกงานแค่ 2-3 ครั้งเท่านั้น ยกเว้นว่าเป็นงานเพื่อนสนิท ซี้กัน รักกัน หรือเป็นงานที่ผู้ใหญ่ขอมา อย่างนั้นต่อให้เป็นสิบกว่างาน ก็ไปนะ แต่บางเดือนเพื่อนเลิฟไม่มีงานเลย แต่มีการ์ดเชิญมากว่าสามสิบงาน เพ็ญก็ไม่ไป เพราะฉะนั้นสำหรับเพื่อนแล้ว อะไรก็ได้ จัดให้ ยกเว้นงานแฟชั่นโชว์ของ CHANEL ถ้าเพ็ญอยู่เมืองไทย จัดให้ เพราะชอบชาแนลอยู่แล้ว จึงเป็นงานที่ไปไม่เคยขาด แต่บางครั้งหลังๆ ต้องตัดใจไม่ไปบ้าง เพราะด้วยเวลา หน้าที่ความรับผิดชอบหลายอย่าง บางงานก็ต้องงด อย่างงานนาฬิกาชาแนล ไม่ใช่ว่ารักชาแนลน้อยลง แต่ต้องเลือกเท่านั้นเอง”

ชุด ‘เจิด’ เกินกว่าจะคาดคิด

“ชุดที่เพ็ญใส่ไปงาน จะจัดเต็มเป็นสไตล์ไหน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้นว่าเราชอบอะไร เช่น มีช่วงหนึ่ง บ้าขนสัตว์ทุกชนิด ทุกสี ทุกแบบ ให้เลขาฯไปเดินสำเพ็งกับช่างเสื้อประจำเพื่อถ่ายรูปขนสัตว์ทุกอย่างที่มีในโลกนี้ ส่งมาให้ดู และให้เขาซื้อขนมาทุกประเภท ทุกสี ทุกไซส์ ทุกขนาด เท่าที่ทำได้ รูดการ์ดซื้อเฉพาะขนอย่างเดียวห้าแสนบาท เพ็ญสามารถออกแบบขนให้เป็นเสื้อผ้าได้ทุกอย่าง ทั้งกระโปรงสั้น เดรสยาว กางเกง บางครั้งปักขนตั้งแต่บนผ้าไหม จนถึงผ้าลูกไม้ ผ้าตาข่าย ที่เพ็ญออกแบบเอง และสั่งให้ช่างทำตามแบบ เฉพาะชุดที่ตกแต่งด้วยขน เพ็ญมีไม่ต่ำกว่า 30-50 ชุด

“ช่วงที่ผ่านมา ความชอบขนเบาลงแล้ว เปลี่ยนมาฮิตลูกไม้ เลขาฯก็ไปรูดเครดิตการ์ดซื้อผ้าลูกไม้ กว่าห้าแสนบาทอีก หอบลูกไม้สารพัดแบบ มาให้ช่างปักกันตาแหกไปเลย พอมาช่วงนี้ บ้างานปัก ทุกชุดของเพ็ญปักคริสตัลสวารอฟสกี้กระหึ่ม กระหน่ำทั้งตัว เวิ่นเว้อ ให้เลื้อยไหลกันไป ล่าสุดสั่งตัดไปแล้วสามสิบตัว

“อย่างชุดที่ใส่วันนี้เพ็ญก็ออกแบบเอง ให้ดูเหมือนลอยฟูฟ่อง ชอบอะไรที่ฟูๆ ดูน่ารักดี สำหรับตัวเพ็ญนะ (หัวเราะ) และสีเหลืองเป็นสีที่ชอบอยู่แล้ว เคยตัดกระโปรงสีเทาแบบคล้ายกับตัวนี้ ใส่ตอนนิวเยียร์อีฟปีที่ผ่านมา แต่ไม่ฟูเท่า เป็นชุดของดีไซเนอร์คนไทย — พี่ป๋อง ซีเบจ ส่วนจิเวลรี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะหลังจากได้ชุดปุ๊บ แม่บ้านของดิฉันบอกว่า — หนูชอบสีฟ้าเทอร์คอยซ์มาตัดกับสีเหลือง ตอนแรกจะใส่ทับทิมคุณแม่ แต่คุณแนนนี่ไม่ให้ใส่ จบข่าว”

จัดเต็มทั้งชุดและราคา

“ความชอบชุดแต่ละประเภทที่ตัดมา สำหรับเพ็ญแล้วไม่ได้ตามเทรนด์เลย ค่าแต่งตัวเดือนๆ หนึ่ง เป็นหลักหลายแสนบาท ถ้าชอบจริงๆ ใส่ซ้ำอย่างมากสองครั้ง จากนั้นก็จะตายอยู่ในตู้ โดยมีพี่อ้อช่วยจัดการเก็บใส่เป็นลังๆ ปีนกันขึ้นไปอยู่หลังตู้บ้าง ตอนนี้เก็บไว้ในบ้านไม่พอ ต้องขนลงไปอยู่ห้องใต้ดินบ้าง บางชุดที่เพ็ญชอบจริงๆ ก็จะเก็บในที่ๆ ดีหน่อย แต่ถ้าพี่อ้อไม่ได้หยิบให้ เพ็ญก็จะไม่ได้ใส่อีก บางทีชาแนลซื้อมาเยอะแยะ ก็ไม่ได้ใส่ แต่บางชุดของชาแนลที่ใส่ออกงานแพงที่สุดน่าจะหลักล้านบาท เฉพาะเสื้อผ้าอย่างเดียวใส่สี่ครั้งแล้ว

“เวลาไปงาน ถ้าสื่อหรือแขกที่มาร่วมงานเห็น ส่วนมากจะบอกว่า เราแต่งตัวจัดเต็ม ล่าสุดไปงานเชอร์รี่เจมส์ที่คูเดต้า เขาขอธีมเป็นหนังแกสบี้ เป็นขนๆ เพ็ญต้องทำผมทรงแกสบี้ เป็นเดรสลูกไม้ ปักทั้งตัว เพิ่มด้วยมุกดำที่แขน ปลายแขนเป็นขนนกสีม่วงทั้งหมด”

ถ้ามั่นใจว่าสวย อย่าได้แคร์

“เวลาเพ็ญแต่งตัวไปงาน จะยึดความชอบของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่แคร์ว่าใครมองเราอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า มีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบ คนรัก คนไม่รัก ถ้ามัวแต่แคร์ใคร คงตายก่อน เพ็ญแต่งตัวตามธีมที่ผู้จัดงานระบุมา ไม่ได้แคร์ว่าเขาจะว่าสวยหรือไม่สวย ถ้าเพ็ญใส่แล้วมั่นใจว่าสวย จบ

“คิดแค่ว่า เราแฮปปี้ เราอยากทำ อยากไป ก็ทำให้ดีที่สุด เท่านั้นเอง”

เรื่อง : ดั่มดั๊มพ์
ภาพ : อั๋น
ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 840 คอลัมน์ live stories

keyboard_arrow_up