Jay Parini นักเขียนดัง ยกย่องภารกิจช่วย ทีมหมูป่า เป็นโลกอุดมคติที่เกิดขึ้นจริง

โลกอุดมคติมีจริงที่ถ้ำหลวง! กับภารกิจช่วยเหลือ ทีมหมูป่า ซึ่ง ณ เวลานี้กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจในวงกว้าง

มีคนดังทั่วโลกมากมายที่พูด และเขียนถึงเหตุการณ์นี้ ไม่เว้นแม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลดิ์ ทรัมป์ ก็ยังทวิตถึงเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี แต่ข้อเขียนที่แพรวชอบมากจนอยากแชร์ให้คนอ่านได้อ่านด้วยคือบทความของ Jay Parini (เจย์ พารินี)  “Why we can’t stop watching the Thai cave rescue” ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ CNN (สำนักข่าวซีเอ็นอ็น)

เจย์ พารินี ตั้งใจเขียน Why we can’t stop watching the Thai cave rescue หรือแปลเป็นไทยว่า “ทำไมเราจึงไม่สามารถเลิกติดตามการกู้ภัยที่ถ้ำของไทยได้” เพื่อบอกว่าโลกในอุดมคติ โลกที่ไม่มีชาติ ศาสนา หรือสีผิว มาเป็นตัวแบ่งกั้นนั้นมีอยู่จริง

ทีมหมูป่า
Jay Parini (เจย์ พารินี)

และเกิดขึ้นแล้วที่ถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน กับภารกิจช่วยเหลือ ทีมหมูป่า ซึ่งประกอบด้วยนักฟุตบอลเยาวชน 12 คน และโค้ชอีก 1 คน

และนี่คือเนื้อหาในบทความที่เจย์ พารินี เขียนไว้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

…………………………….

ทีมหมูป่า

 

ขณะนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ประเทศไทย ที่ที่ทำให้เราได้เห็นนักประดาน้ำผู้กล้าหาญที่เสี่ยงชีวิตตัวเองเข้าไปค้นหาเด็กๆ ทีมฟุตบอล และโค้ชหนุ่มที่ติดในถ้ำ ซึ่งทำให้เราต้องส่งใจภาวนาให้พวกเขากลับออกมาได้อย่างปลอดภัย

นักประดาน้ำเหล่านี้ไม่เพียงกล้าหาญ แต่ยังมีความชำนาญอันเหลือเชื่อ คงไม่มีใครจินตนาการออกหรอกว่าปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นลึกลงไปใต้ดิน ในพื้นที่ที่ทั้งแคบและขรุขระจนไม่น่าเชื่อ เมื่อรวมกับกระแสน้ำรุนแรงที่คอยผลักดันนักประดาน้ำไม่ให้รุดไปข้างหน้า

ภารกิจที่สุดแสนซับซ้อนในสภาพทัศนวิสัยเกือบเป็นศูนย์แบบนี้ ต้องใช้แรงใจมากแค่ไหนที่จะเผชิญกับความยากลำบากแบบนั้น

ทีมหมูป่า

การได้เห็นความพยายามเหล่านี้นับเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการรวมทีมกู้ภัยจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักประดาน้ำชาวอังกฤษ, อเมริกัน, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และอื่นๆ ที่มาร่วมกับนักประดาน้ำชาวไทย ขณะที่อีกหลายประเทศก็ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ เข้ามาเสริม

การผนึกกำลังแบบนี้คือสัญลักษณ์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าครั้งหนึ่งโลกเราก็มีการร่วมมือร่วมใจอย่างสร้างสรรค์ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แม้จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ตาม

ทีมหมูป่า

ภายในถ้ำแห่งนั้น ณ ห้วงเวลาหนึ่ง ไม่มีการแบ่งแยกทั้งเรื่องสีผิว ความแตกต่างทางศาสนา หรืออัตลักษณ์ทางเพศ ไม่มีใครห่อหุ้มตัวเองในผืนธง หรือตั้งคำถามเรื่องวิทยาศาสตร์

นี่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หาได้ยากสำหรับการได้เห็นว่าเราสามารถรับมือกับภารกิจที่น่ากลัวได้ เมื่อทุกคนร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ปราศจากความเห็นแก่ตัว เพื่อทำสิ่งสำคัญบางอย่างร่วมกัน

ทีมหมูป่า
การให้ความสำคัญเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเด็กๆ ก่อนสิ่งอื่น เป็นเรื่องที่น่ายกย่องมาก เราทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด และบางครั้งก็ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะแก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้น

ผมไม่คิดว่าจะมีใครหน้าไหนลุกขึ้นมาต่อว่าเรื่องจำนวนเงินที่ใช้เพื่อช่วยชีวิตเด็ก 12 คน กับโค้ชอีก 1 คน ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ไม่มีใครมานั่งนับจำนวนเงินว่าใช้ไปเท่าไหร่แล้ว เพราะทุกคนรู้ดีว่าคุณค่าของชีวิตไม่อาจวัดเป็นตัวเลขใดๆ ได้

ทีมหมูป่า
ถึงนาทีนี้ทุกคนยังรู้สึกศรัทธาในตัว จ่าเอกสมาน กุนัน นักประดาน้ำชาวไทยที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะพยายามปฏิบัติภารกิจ เจตนารมณ์ในการเดิมพันชีวิตเพื่อเด็กๆ และโค้ชที่ติดอยู่ในถ้ำถือเป็นเรื่องน่าทึ่ง ชีวิตของเขาแสดงให้เราเห็นถึงความกล้าหาญในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด

ทีมหมูป่า

ผมไม่ประหลาดใจเลยที่คนมากมายทั่วโลกต่างไม่อาจละสายตาไปจากหน้าจอของพวกเขา เพื่อเฝ้ารอให้เด็กๆ ปรากฏตัวออกมา ทีละคนๆ เราต่างกระตือรือร้นที่จะได้ยินว่านักประดาน้ำทุกคนล้วนปลอดภัย และเฝ้ารอให้โค้ชได้รับความช่วยเหลือออกมาอย่างแข็งแรงเช่นกัน

ทีมหมูป่า

เรื่องนี้มีความดรามาสูงมาก ปฏิบัติการช่วยเหลือใต้ดินมักดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เสมอ ผมจำได้ว่าเคยนั่งติดหนึบอยู่หน้าจอโทรทัศน์ช่วงเกิดหายนะที่เหมืองชิลีถล่ม เมื่อปี 2553 ตอนนั้นคนงานเหมือง 33 คนได้รับความช่วยเหลือออกมาจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน

พวกเขาติดอยู่ลึกลงไปใต้ดินที่อันตรายมากๆ นานถึง 69 วัน และผู้คนทั่วโลก (ประมาณการว่าน่าจะราวๆ 1,000 ล้านคน) ต่างก็จับตาดูการช่วยเหลือพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ

ทีมหมูป่า

การที่คนทั้งโลกต่างจับตา และสวดภาวนาให้กับเด็กไทยเหล่านั้น จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของดรามาที่ว่านี้ ทุกคนรู้ว่าเด็กทุกคนและโค้ช มีความสำคัญกับครอบครัวแค่ไหน ผมเองก็มีลูกชาย 3 คน จึงจินตนาการได้ไม่ยากถึงความกลัว และความอกสั่นขวัญแขวนของพ่อแม่และคนในครอบครัวที่จดจ่อรอฟังข่าว

ความเจ็บปวดของการพลัดพรากระหว่างพ่อแม่กับลูก เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทานทนได้ นี่เป็นสิ่งที่คนทุกคนที่มีมนุษยธรรมในหัวใจแม้เพียงเล็กน้อย จะต้องเข้าใจได้ดีเลยทีเดียว

ทีมหมูป่า
ท้ายนี้ ผมหวังว่าการประสานความพยายามของนานาประเทศที่จะช่วยชีวิตเด็กชายทั้ง 12 คน และโค้ชของพวกเขาออกมาจากถ้ำที่แสนห่างไกลในประเทศไทย จะช่วยนำพาพวกเรากลับสู่แสงสว่างที่พวกเราสามารถยืนอยู่ด้วยกันได้ พร้อมกับสำนึกขอบคุณทุกคนที่สอนให้เราได้เรียนรู้ถึงการใส่ใจ ดูแลกันและกันอย่างลึกซึ้งเช่นนี้

 

……………………………………………..

หมายเหตุ : Jay Parini (เจย์ พารินี) นักกวี-นักเขียน และอาจารย์ผู้สอนที่วิทยาลัยมิดเดิลบิวรี สหรัฐอเมริกา วัย 70 ปี เป็นเจ้าของผลงานดังๆ หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ The Last Station รักเธอตราบจนสถานีสุดท้าย ซึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2552

The Last Station

แปลจากบทความ “Why we can’t stop watching the Thai cave rescue?” By Jay Parini July 8, 2018

ที่มาภาพ : Thai NavySEAL, jayparini.com , euronews

keyboard_arrow_up