เซอร์ไพร้ส์! ลุลา เปิดหมดเปลือก คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี “Little Miss Lullaby”

ลุลา
ลุลา

ลุลา เจ้าหญิงบอสซาโนวา กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี
“Lula First Solo Concert Little Miss Lullaby”

ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของศิลปินหญิงเสียงมหัศจรรย์ ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย ที่ปีนี้เธอได้เตรียมขนความสุขและความสนุกผ่านเสียงเพลงมามอบให้แฟนเพลงที่รักลุลาโดยเฉพาะ ผ่านคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก “Lula First Solo Concert Little Miss Lullaby” ที่แต่ละบทเพลงที่นำมาร้องนี้ล้วนเป็นเพลงฮิตติดหูที่จะทำให้กลายเป็นงานศิลปะระดับ MASTERPIECE ในรูปแบบคอนเสิร์ตที่ไม่เหมือนเคยใคร

10 ปีที่แล้ว.. 12 กุมภาพันธ์ 2551 ทุกคนได้รู้จักกับ “ตุ๊กตาหน้ารถ” “ทะเลสีดำ” ในแนวเพลงที่เรียกว่า URBAN BOSSA NOVA จากศิลปินเสียงมหัศจรรย์นามว่า “LULA” นับตั้งแต่วันนั้น ชื่อของเธอกลายเป็นตัวแทนของบทเพลงสบายๆ ที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับคนฟังในแบบ BOSSA NOVA พร้อมกับท่วงทำนองติดหู และเนื้อร้องที่มีเสน่ห์อีกหลายต่อหลายเพลงมาจนถึงทุกวันนี้..

ลุลา

และปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงเสียงมหัศจรรย์จะมาจัดเต็มความสุขมอบผ่านเสียงเพลงในรูปแบบคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก! ในรอบ 10 ปีของชีวิตการเป็นศิลปิน ที่เหล่าแฟนเพลงจะได้เต็มอิ่มไปกับบทเพลงฮิต อาทิ ตุ๊กตาหน้ารถ เรื่องที่ขอ มองได้แต่อย่าชอบ มันคือความรัก ความหวาน รักปาฏิหาริย์ เรื่องมหัศจรรย์ ฯลฯ โดยได้ทีม DUCK UNIT มาดีไซน์ฉาก แสง เงาสุดตื่นตาตื่นใจบนเวที และเนรมิตทุกบทเพลงให้กลายเป็นโชว์ศิลปะแบบ PERFORMING ARTS ที่จะทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เหมือนคอนเสิร์ตที่ใดมาก่อน

Exclusive Talk จึงไม่รอช้า เดินทางไปยังตึก GMM Grammy เพื่อจะได้พูดคุยกับเจ้าหญิงบอสซาโนวาถึงการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงจะได้รับรู้เกี่ยวกับการจัดเตรียมคอนเสิร์ตเพียงเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงมุมมอง ทัศนคติ ความรัก และเป้าหมายชีวิตข้างหน้าของลุลาด้วยว่า วันนี้เธอกำลังทำอะไรเพื่ออะไร ได้อะไรดีๆ กลับมาเยอะเชียวล่ะ

ที่มาของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ของผู้หญิงพลังเสียงใส 

Lula: ก็ง่ายๆ เลยนะคะ คอนเสิร์ตใหญ่ของลุลาครบรอบ 10 ปี แล้วเราไม่เคยมีคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ไหนมาก่อนเลย แล้วเดือนธันวาคมปี 2017 ที่ผ่านมา เป็นเดือนที่ครบรอบ 10 ปี “ตุ๊กตาหน้ารถ” ค่ะ ก็เลยคุยกับที่ค่ายว่า เราน่าจะทำอะไรพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองมันหน่อย พี่เขาเลยเสนอมาว่า เอางี้ไหม ทำคอนเสิร์ตใหญ่เลย เพราะว่าเราไม่เคยทำมาก่อน จึงเป็นที่มาของ Lula First Solo Concert ชื่อตอนว่า Little Miss Lullaby ค่ะ

Little Miss Lullaby ชื่อตอนของคอนเสิร์ต มีความคล้องกับชื่ออัลบั้มแรก Urban Lullaby ของลุลาด้วย ตรงนี้คือความตั้งใจอยู่แล้วหรือเปล่า

Lula: มีความตั้งใจค่ะ ก็คือ Little Miss Lullaby คำว่า Little สื่อถึงลุลาที่ตัวเล็กมาก (หัวเราะ) สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร Miss ก็คือเรายังไม่ได้แต่งงาน เราโสดอยู่นะคะ แล้วก็ Lullaby ใช่ค่ะเป็นส่วนหนึ่งมาจากอัลบั้ม Urban Lullaby แล้วทุกวันนี้เราก็ยังมีความรู้สึกว่าเราเป็นลุลาที่กล่อมคนฟังอยู่ ก็เลยใช้ชื่อว่า Little Miss Lullaby เพราะว่ามันน่ารักดีค่ะ

ลุลา

เตรียมตัวกับคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างไรบ้าง 

Lula: ก็คอนเสิร์ตใหญ่ของลุลาเนี่ย เราคุยกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะคะ ประชุมเยอะมาก..ก ประชุมเป็นสิบรอบเลย เราก็โชคดีค่ะได้คนที่เริ่มต้นลุลามาพร้อมกันมาทำคอนเสิร์ตให้ นั่นก็คือ พี่เต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ในนามบริษัท แก่น 555 จำกัด แน่นอนว่ามันต้องลิสต์ออกมาดูว่า เพลงทั้งหมดของลุลามีกี่เพลง ซึ่งเพิ่งมาเห็นว่า 10 ปีที่ผ่านมา อัดเพลงไปทั้งหมดร้อยกว่าเพลง เรื่องเลือกเพลงจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะว่ามีเพลงให้เลือกเยอะมากค่ะ แล้วก็เรามีทีมงานไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพ โปรดักชั่น หรือว่าคนออกแบบท่าเต้น เป็นคนที่เราสนิทหมด แม้กระทั่งแขกรับเชิญซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ว่าเซอร์ไพร้ส์แน่นอน และสนุกมากๆ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่วงเล็บไว้เลยนะคะว่าไม่ใช่ ป๊อป-ปองกูล นะคะ (หัวเราะ)

ลุลา

ลุลา

ช่วงโปสเตอร์โปรโมตคอนเสิร์ตปล่อยออกมา มีทั้งเพื่อนๆ ในวงการ และแฟนเพลงตื่นเต้น เข้ามาคอมเมนต์อยากไปดู รอชมกันมาก รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับที่ดีนี้บ้าง

Lula: เราเป็นคนเก็บความลับเก่งมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงาน ซิงเกิล หรือว่าอัลบั้ม คอนเสิร์ตยังเงี้ย เราจะเป็นคนที่ไม่พูดเลย เราจะเป็นคนเตรียมงานของเราเงียบๆ กับทีมงาน จนวันหนึ่งเราโป้งไปเลยว่า เราจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ คนก็เลยตกใจมาก เพราะว่ามีคนถามมาเยอะมากว่าเมื่อไหร่จะมีคอนเสิร์ต เมื่อไหร่จะมีคอนเสิร์ต แล้วพอเรามีออกมา แล้วก็เพื่อนๆ ศิลปินมากมายเข้ามาแสดงความยินดี แล้วก็มาประสงค์ว่าอยากจะมา อยากมาเชียร์ ก็ทำให้เรารู้สึกดีใจมากว่า เมื่อวันที่เรามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่างนี้ มิตรแท้ทั้งหลาย กัลยาณมิตรทั้งหลายก็แสดงตัวออกมาชัดเจนว่า ซัพพอร์ตสิ่งที่เราทำ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ดีใจที่มีคอนเสิร์ตใหญ่ให้ทุกคนได้มาชมค่ะ

ลุลา
อัพเดทซิงเกิลล่าสุด “เราไม่รู้จักกัน” 

Lula: ซิงเกิลล่าสุดของอัลบั้มชุดนี้ชื่อเพลง “เราไม่รู้จักกัน” นะคะ ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เราตั้งใจ หมายมั่น ปั้นมือว่า เพลงออกมาแล้วจะโดนใจคนฟังหลายๆ คน แล้วก็ฟีดแบคดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอดวิวที่คนเข้ามาดูเยอะ กับคอมเมนต์ที่เขาเข้ามาแชร์ ว่าเขาได้รู้จักกับแฟนเก่ายังไง หรือมีความหลังเกี่ยวกับความรักในเรื่องแบบนี้ยังไง เราอ่านเราก็รู้สึกตื้นตันว่า มันยังมีคนอีกมากมายที่คิด ที่รู้สึกเหมือนในเพลงนี้ค่ะ ก็ทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่าเออคิดถูกแล้ว ที่เลือกเพลงนี้ออกมาให้เป็นซิงเกิล

ซิงเกิลล่าสุดมีลุคเซ็กซี่ขึ้น รวมถึงผลงานที่ผ่านมาก็จะมีหลายลุคมากให้ติดตาม ความน่าสนใจนี้จะได้เห็นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย

Lula: ใช่ค่ะ ก็จะเป็นอัลบั้มที่กำลังใกล้ออกนะคะ สิ้นเดือนพฤษภาคมจะมีอัลบั้มใหม่ออกมาชื่อว่า LEVITATE ภาพเราถ่ายเสร็จไปหมดแล้ว ก็จะมีความเซ็กซี่ โตแล้ว แล้วก็รวมถึงสื่อต่างๆ ที่ไปถ่าย ก็จะมีเสื้อผ้าที่มีความโป๊ได้ เปลือยได้มากขึ้น แล้วบนคอนเสิร์ตแน่นอนคือมีหลายคนพูดเยอะมากว่ามาดูคอนเสิร์ตลุลา อยากมาดูเสื้อผ้าที่ลุลาใส่ แน่นอนเราก็อยากใส่เสื้อผ้าที่เราชอบมากๆ ที่คิดว่าใส่ไปแล้วเรารู้สึกมั่นใจ เป็นตัวเราและก็นำสมัยด้วยอะค่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างในคอนเสิร์ตที่จะได้เห็นคือถูกใจเรา (หัวเราะ)

ลุลา
ลุลาหลากลุคกับผลงานเพลงที่ผ่านมา
เพลงของลุลาส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ติดหูคนฟัง ในคอนเสิร์ตครั้งนี้หลายคนร้องกับลุลาได้แน่นอน 

Lula: ใช่ค่ะ แน่นอนว่าในคอนเสิร์ตต้องมีเพลงฮิตติดหูที่ทุกคนร้องได้ คือเราเล่นคอนเสิร์ตอยู่ทุกวี่ทุกวันอยู่แล้ว เราจะรู้ว่าเพลงไหนที่เราร้องออกไป แล้วเพลงนี้ทุกคนร้องได้แน่นอน เราก็จะคัดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งก่อน แล้วก็เพลงอื่นๆ ที่เรารู้ว่าแฟนเพลงชอบ แต่อาจจะไม่ค่อยได้ร้องที่ไหน ก็จะคัดตามขึ้นมาด้วย 90% เป็นเพลงของลุลาค่ะ อีก 10 % ก็จะเป็นเพลงอื่นๆ ที่เราชอบผสมเข้ามา แล้วก็มีเพลงของแขกรับเชิญที่เสริมเข้ามาด้วยค่ะ

ลุลา

ความรู้สึกระหว่างไปทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ กับจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกนี้ แตกต่างมากน้อยอย่างไร

Lula: ก็แตกต่างแน่นอนนะคะ เพราะว่าทัวร์เนี่ยจำนวนคนที่มาดูก็จะน้อยกว่า ก็จะเป็นกลุ่มแฟนเพลงที่เหมือนมาแล้วอยากเจอเรา อยากสนุกกับเรา แต่อาจจะมีบางกลุ่มที่เขาร้องเพลงเราไม่ค่อยได้ แต่ว่าก็อยากมารู้จักกัน มาใช้เวลาสนุกๆ ร่วมกัน แต่ว่าถ้าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของลุลา เราจัดรอบเดียว เชื่อว่ามันจะเป็นคอนเสิร์ตตัวกลั่น คือมองไปทุกคนต้องร้องทุกเพลงได้ เราถึงได้จัดรอบเดียว แล้วคอนเซ็ปต์ก็จะมีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาซ้อมเยอะมาก แล้วก็ต้องใช้ทีมงานช่วยกันทำเยอะมาก เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าโปรดักชั่นมันต่างกันเยอะมาก แล้วเรามีคอนเซ็ปต์ไม่ใช่คอนเสิร์ตธรรมดา เป็นคอนเสิร์ตที่มากกว่าคอนเสิร์ต นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ใจเราอยากทำคอนเสิร์ตใหญ่ด้วย ถ้าเป็นคอนเสิร์ตธรรมดาทั่วไป มีวง มีตัวเรา มีจอ มีแขกรับเชิญ จบ! เราอาจจะไม่ทำ แต่พอเขาขายคอนเซ็ปต์มาเป็นคอนเสิร์ตที่มีการซ้อมเยอะ มี Music & Art มารวมกัน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า อยากทำค่ะ ตื่นเต้นมากที่จะได้ทำ

ลุลา

ภาพลักษณ์เพลงของลุลาจะเป็นแนวสบายๆ จะได้เห็นความแตกต่างขึ้นใช่ไหม

Lula: ใช่แล้วค่ะ แน่นอนว่าเวลาคนมองลุลา ก็จะนึกถึงแนวเพลงชิล บอสซาโนวา น่ารักๆ อย่างนี้ แต่ว่าในคอนเสิร์ตมันจะมีหลายภาพค่ะ จะมีความเท่ๆ มีความสนุกๆ มีความโรแมนติก มีความน่ารัก คือทุกอารมณ์ที่เป็นลุลา เราก็จะขนมาให้ครบ เพราะเราเชื่อว่า คอนเซ็ปต์ที่เราได้บอกกับทีมงานไป แล้วเราก็จะบอกกับแฟนคลับที่มาดูคอนเสิร์ตนี้จะทิ้งท้ายไว้ว่า คุณแน่ใจหรือยังว่าคุณรู้จักลุลาดีพอ ถ้ายังคิดว่าไม่รู้จักดีพอ ต้องมาดูคอนเสิร์ตนี้เพราะว่าจะเห็นครบทุกมุมแน่นอน

ลุลา

คำนิยาม 3 ข้อ มองโลกในแง่ดี เจ้าแม่วินเทจ และรักธรรมชาติ นี้คือตัวตนจริงๆ ของลุลา

Lula: ใช่ค่ะ ก็จริงๆ วินเทจเนี่ย มันก็เป็นยุคด้วยนะ (หัวเราะ) ก็เหมือนพออายุประมาณหนึ่ง ก็จะชอบความย้อนยุค ปัจจุบันก็ยังชอบย้อนยุคอยู่ แต่ว่าเสื้อผ้าอาจจะเปลี่ยนไปตามอายุที่มากขึ้นค่ะ แต่ว่ามองโลกในแง่ดีอะ ในเพลงของลุลาแน่นอนว่าเรามองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องอื่นๆ เช่น ส่วนตัวเราก็จะมีความกังวล มีความนอยด์อะไรอยู่บ้าง แต่ในเรื่องของลุลา เรื่องของความฝัน เรามักจะมองโลกในแง่ดีเสมอ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำแล้วเราทำได้ดี เราก็จะทำให้ดีที่สุด แล้วเราเชื่อว่าตัวผลลัพธ์จะออกมาดี ถึงมันไม่ดีแต่อย่างน้อยเราก็ทำได้ดีที่สุดแล้ว อีกอย่างเรื่องรักธรรมชาติถูกต้องแล้วค่ะ เพราะเราชอบไปเที่ยวภูเขา แม่น้ำ หรือว่าชอบทำงานฝีมือ เราเป็นผู้หญิงที่ถ้าอยู่ในที่ๆ ไม่เห็นท้องฟ้า ต้นไม้อะไรเลย อยู่ไม่ได้ จะเป็นบ้า (หัวเราะ)

ลุลา
งานฝีมือที่ลุลาประดิษฐ์เอง
สตูดิโอ Lula Homestyle ตอนนี้ยังทำอยู่หรือเปล่า

Lula: ช่วงนี้พักไปค่ะ เพราะทำอัลบั้มคอนเสิร์ตหนักมาก แต่ว่าจะมี Lula Craft Studio & Cafe ขึ้นมาแทน คือจากที่เราผลิตงานของเราออกมาเอง เราก็จะสอนคนอื่นผลิตด้วย เพราะว่าเราเป็นคนชอบทำงานคราฟท์ แล้วก็ชอบตามหางานคราฟท์ใหม่ๆ ทำไปเรื่อยๆ ลองแบบใหม่ไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราอยากเปิดสตูดิโอที่ใครจะ walk in เข้ามาก็ได้ ทำอะไรคะ อยากปัก อยากเย็บ อยากถัก อยากทอ เราก็จะพยายามหามาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ หรือ Know-How (องค์ความรู้) ก็จะมีคุณครูมาช่วยสอน ถ้าไม่รู้จะไปหาแบบที่ไหน ก็มีแบบเรียนเตรียมไว้ให้ คนทั่วไปสามารถเข้ามาได้ ตอนนี้รู้สึกว่าเวิร์คช็อปมีเยอะมาก แล้วบางทีเวลาเราไม่ได้ เราก็เรียนไม่ได้ ต้องรอเดือนต่อไป แต่ว่าเราอยากทำที่มันเปิดตลอดอะ เดินเข้ามาเลย อยากทำอะไร เดี๋ยวพนักงานหาให้ แล้วก็ถ้าเราไม่มีงาน เราก็จะอยู่ที่นั่น ฝังตัวอยู่ที่นั่นแน่นอน

ลุลา

มีเรื่องประทับใจระหว่างงานคราฟท์กับคนที่เข้ามาทำไหม เช่น เขาได้อาชีพ ได้งานอดิเรกกลับไป

Lula: ก็ก่อนหน้านี้ที่เราเคยทำ คือเป็นเวิร์คช็อปงานปัก แล้วค้นพบว่ามันไม่ใช่แค่คนอาร์ตๆ มาเรียนค่ะ แล้วคนที่ทำได้ดีมากไม่ใช่คนอาร์ตๆ แต่เป็นคนที่เรียนบัญชีมา เขาจะมีความละเอียด เพอร์เฟคชั่นนิสและแม่นยำ แบบโหปักมา นึกว่าเครื่องปักปักจริงๆ เราเลยเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร เรามองว่าอนาคตของไลฟ์สไตล์คนเมือง หรือว่าคนที่ทำงานเยอะมากๆ งานคราฟท์คือทางออก เราไม่ได้หมายถึงทำแล้วขาย อันนั้นอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ว่าเราทำงานมาหนักมากๆ เรารู้สึกว่านอกจากจะออกกำลังกาย ไปเที่ยว หากเวลาว่างก่อนนอนสัก 1 ชั่วโมง ได้ถัก ได้ทอ ได้ปัก ได้เย็บ มันก็มีความสุข แล้วเราก็ได้มองว่า หลายๆ คนก็รู้สึกเหมือนเรา เราก็เลยอยากจะทำสตูดิโอนี้ขึ้นมา เพราะว่ามันแชร์จากความรักจริงๆ (ตั้งอยู่ที่ไหนคะ?) เอกมัยค่ะ ภายในปีนี้ก็จะพยายามเปิดให้ได้ เพราะว่าถ้าคอนเสิร์ตเสร็จก็น่าจะเบาขึ้น สบายขึ้น

ลุลา

สตูดิโอ งานฝีมือเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่อยากทำเพิ่มในอนาคตอยู่แล้ว

Lula: ใช่ คือมันเป็นจุดที่เราชอบด้วย พอเราชอบเราก็เลยอยากจะทำ คือเราเป็นคนที่เรียนเวิร์คช็อปเยอะมากเท่าที่เวลาจะมีก็ไป ก็จะค้นพบบุคลิกของคนที่มาเรียนจะเป็นคนเงียบๆ ชอบทำอะไรอยู่ที่บ้านเงียบๆ คนเดียว แล้วก็มีความสุขเมื่อได้ผลิต ได้สร้างสรรค์ ได้ลงมือจับหรือทำอะไรสักอย่าง เราก็เลยมองว่าเราอยากสร้างที่ที่เราอยากอยู่ แล้วเราก็อยากสร้างที่ที่คนคล้ายๆ เราได้มาอยู่ด้วยกัน ก็จะรู้สึกว่าเราไม่แปลกแยก (หัวเราะ) รู้สึกเหมือนเรามีเพื่อน มีพวกอย่างนี้ค่ะ แล้วเราก็รวบรวมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้แล้วมันดีมาอยู่ด้วยกัน ทั้งของไทยและของต่างประเทศ และแน่นอนเราจะมีผลิตภัณฑ์ Lula Homestyle ต่อเนื่องไป แล้วก็สอนให้คนอื่นได้ทำอย่างที่เราทำได้ด้วย

ลุลา

ร้องเพลงอยู่ในวงการมานานมาก หากเกิดช่วงอิ่มตัวหรือหมดไฟ ลุลามีวิธีแก้ไขอย่างไร

Lula: ถ้ารู้สึกหมดไฟใช่ไหมคะ นอกจากงานคราฟท์ที่ทำอยู่ใหม่ๆ เรื่อยๆ เนี่ย ก็จะมีเรื่องของการท่องเที่ยว รู้สึกว่าท่องเที่ยวมันช่วยได้เยอะมาก มันทำให้เราหนึ่งคือกำจัดความกลัว ความกังวลไปได้ว่า เราจะต้องเจอคนใหม่ๆ ไปที่ใหม่ๆ ที่เราไม่รู้จัก ไม่คุ้นชิน มันจะช่วยได้เรื่องความกล้า กำจัดความกลัวที่มี สองคือเมื่อเราได้เห็นสภาพบ้านเมืองใหม่ๆ ได้เจอคนใหม่ๆ ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ มันจะทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตไม่น่าเบื่อ เรารู้ว่าเราเที่ยวกลับมาเราต้องทำงานเดิมๆ แต่อย่างน้อยมันทำให้เป็นเชื้อเพลิงต่อชีวิตไป เพราะว่าเราทำงานเราจะรู้ว่า ทริปหน้าฉันจะไปไหน แล้วฉันจะไปกี่วัน ฉันจะไปทำอะไรบ้าง เราว่ามันเป็นแรงใจอย่างหนึ่ง ให้เราได้มีแรงที่จะทำงานต่อไป เพื่อที่จะได้ไปท่องเที่ยว แล้วประสบการณ์ที่มันเก็บเกี่ยวจากเวลาไปเที่ยว เรารู้สึกว่ามันสดชื่นมากๆ ต่อให้เราจะกลับมาทำงานหนักแค่ไหน ก็จะมีกำลังใจ แล้วทุกครั้งที่ไม่สบายใจก็จะกลับไปดูรูป เราก็จะนึกถึงบรรยากาศได้แล้วมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามันช่วยได้มากๆ คือครอบครัว เล่นกับหลาน เที่ยวกับแม่ เจอเพื่อนๆ เจอแฟน เราว่าพวกนี้มันช่วยได้หมด อย่างน้อยเราก็ยังโชคดีที่เรามีคนที่รักอยู่ใกล้ๆ ยังมีงานให้ทำ ยังมีเงินให้ได้ไปเที่ยว ก็มองในแง่ดีซะ เราเชื่อว่ามันยังมีคนที่แย่กว่าเราอีกเยอะ เพราะฉะนั้นก็ใช้พวกนี้เป็นกำลังใจ เป็นแรงใจให้ข้ามไปวันต่อไปที่เราจะต้องทำงานเหนื่อยๆ ค่ะ

ลุลา

ลุลา

มีเด็กรุ่นใหม่ฝันอยากมาเป็นนักร้องจำนวนมาก จะแนะนำกับคนที่เอ..จะเข้ามาเส้นทางนี้ดีไหมอย่างไร

Lula: จริงๆ พอได้มาทำรายการเด็กอะค่ะ ก็จะค้นพบว่ามีคุณพ่อคุณแม่ที่สนับสนุนน้องๆ ในเรื่องแบบนี้เยอะมาก ซึ่งเรารู้สึกอิจฉาเลย เพราะว่าเราเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ซัพพอร์ตมาก เราต้องไปสู้ของเราเอง แต่ถามว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเนี่ย มันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าอย่างน้อยเรามีคนซัพพอร์ตอะ ที่ไม่ว่าเราจะท้อแค่ไหน ไม่ว่าเราจะประกวดอะไร หรือว่าไปสมัครอะไร แล้วมันไม่ได้ มันไม่ชนะเนี่ย อย่างน้อยมีครอบครัวที่เขาคอยซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้เรา

ถ้าเราจะต้องยืนด้วยตัวเราเอง ต้องตามหาความฝันด้วยตัวเราเองเนี่ยก็แนะนำว่า ในช่วงที่ยังไม่ได้เป็นอะไรที่เราอยากจะเป็น ให้ฝึกฝนไว้ ตอบคำถามให้ได้ว่าเราชอบอะไร อยากเป็นอะไร ถ้าร้องเพลงอยากร้องเพลงแนวไหน เล่นดนตรีอยากเล่นดนตรีแนวอะไร มีใครเป็นไอดอล แบบนี้ชอบ เล่นได้หรือยัง คือฝึกไปเรื่อยๆ รออะ มันเหมือนเราต้องลับมีดรอไว้ พอจังหวะ โอกาสเข้ามาปุ๊บ เราต้องฟันฉับ ฟันทีเดียวให้ขาด เราก็เลยมองว่าอย่าไปเร่ง ชีวิตมันมีจังหวะของมัน อย่าไปเร่ง อย่าไปนั่งท้อว่าเมื่อไหร่จะถึง เมื่อไหร่จะได้ เพราะว่าอย่างลุลาเอง ทำไมเราจะต้องรอให้ถึงอายุ 28 ถึงจะมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ซึ่งมันอายุมากแล้ว เราเชื่อว่าทุกอย่างมันมีเวลาสุกงอม กินมะม่วงยังต้องรอให้สุกกำลังดีถึงจะอร่อย เราเชื่อว่าทุกคนมีจังหวะเวลาของมัน

มีอยู่เรื่องเดียวที่อยากฝากไว้คือ ห้ามหยุดทำ ห้ามทะเลาะกับพ่อแม่ ห้ามหนีพ่อแม่ไปทำ คือห้ามขัดใจเขา ให้เขาทุกข์ใจ ถ้าเราจะทำแบบที่เขาไม่ชอบ คือเราต้องแอบทำ (หัวเราะ) แต่ว่าเดี๋ยวก่อน ดื้อกับมุ่งมั่นนี่มันไม่เหมือนกันนะ ถ้าเรามุ่งมั่น คือเราต้องฝึกฝนตนเองไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเรามีโอกาสพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น ส่วนดื้อคือ ทิ้งทุกอย่าง ทิ้งขว้างไม่สนใจอะไรเลย เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อันนั้นถือว่าดื้อ ไม่ดี ฉะนั้นห้ามหยุดทำค่ะ ฝึกไปเรื่อยๆ ถ้าเรายังไม่ตาย เราก็ต้องพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่เรารู้สึกว่า โอเคมันไม่ได้จริงๆ พอ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว

ลุลา

ลุลา

ร้องเพลงถ่ายทอดความรู้สึก แล้วเวลาแสดงความรักต่อครอบครัวและคนรักเป็นแบบไหน

Lula: ถ้าเป็นครอบครัว บ้านเราจะเขินๆ จะแสดงออกไม่ค่อยชัดเจนอะ จะไม่ค่อยกอดกัน ไม่ค่อยจับมือกัน เราจะแสดงออกด้วยวิธีอื่น เช่น ซื้อของกินมาฝาก โทรไปถาม ไลน์ไปหาอย่างนี้ ครอบครัวคนจีนจะมีความแข็งๆ นิดนึงค่ะ แต่ว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่เรามักจะพูดกับที่บ้านเสมอว่า ต่อให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้เจอกัน จะโกรธกันแค่ไหน เราห้ามทิ้งกันเด็ดขาด จะโกรธ จะเกลียด จะไม่ชอบ จะโมโห ห้ามทิ้งกัน วันใดวันหนึ่งเมื่อใครคนหนึ่งล้มหรือไม่สบายหรือมีปัญหา เราต้องช่วยกัน เพราะว่านั่นคือความหมายของครอบครัว เราก็ต้องคิดให้ได้ว่า ทุกวันนี้ที่เรามีเป็นตัวเป็นตน เป็นมนุษย์โตขึ้นมาได้เพราะพ่อแม่เรา เพราะครอบครัวของเรา

แต่ถ้าสำหรับคนรัก มันจะเปลี่ยนไปตามอายุนะคะ ถ้าปัจจุบันนี้จะมองว่าไม่ว่าเราจะอยู่ใกล้หรือไกล ไม่ว่าเราจะอายุห่างกันแค่ไหน หรือว่าเราจะแสดงออกกันยังไง ถ้าเราเห็นว่าเขาสำคัญ คือความรักก็ส่วนความรัก แต่พอมันโตขึ้นมามากๆ ในความรักมันจะมีความสำคัญลดลง อย่างอื่นจะสำคัญมากกว่า ถ้าเราเห็นเขาเป็นคนสำคัญในชีวิต เราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดูแล รักษาเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นมีเวลาให้ ดูแลเขาทั้งกายและใจ หรือเมื่อเขาต้องการเรา เราก็ไปหาไม่ว่าจะเราจะยุ่งแค่ไหน เราจะลำบากยังไง เราก็ต้องพยายามให้ดีที่สุดเพื่อที่จะรักษาเขาไว้ นั่นคือคอนเซ็ปต์ของเราค่ะ

ลุลา

เป็นคนชอบหาอะไรทำใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่งเสมอ

Lula: ใช่ค่ะ ตอนเด็กๆ ชัดเจนมากว่า ชอบอะไรไม่เหมือนใคร คือแม่เป็นคนปลูกฝังด้วยว่า ถ้าเราจะเลือกหรือทำอะไรสักอย่าง ทำไมเราจะต้องเหมือนคนอื่น เราก็ควรจะแตกต่างจากคนอื่นสิ นี่คือแม่ปลูกฝังไว้ โตขึ้นมาเราเลยเป็นคนที่ไม่ค่อยติดเพื่อน ธรรมดานักเรียนไทยเวลาจะไปไหน อย่างไปห้องน้ำ ต้องไปกันเป็นขบวนยังเงี้ย (หัวเราะ) เราจะไม่ค่อยติดเพื่อน แล้วเราไปเรียนปริญญาตรีที่ต่างประเทศคนเดียว ก็ยิ่งหนักเลยอะ ยิ่งฝรั่งเลยคือเราจะทำอะไรก็ทำคนเดียว ว่างๆ ก็ไปนั่งเขียนว่าเอ.. จะทำอะไร อยากจะเป็นอะไร ไปไหน พอมาทำงานเพลง เราก็รู้สึกว่าถ้าเราต้องร้องบอสซาโนวาตลอดไปเป็น 10 ปี มันคงน่าเบื่อแย่ เสื้อผ้าเรายังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลยอะ ดนตรีมันก็ยังมีอีกหลายสิบแนวที่เราชอบฟังแล้วร้องได้ แล้วก็เลือกขึ้นมาเอามาผสมผสานกับตัวเราให้ออกมาเป็นลุลา เราก็เลยรู้สึกสนุกจะตาย ที่ได้ทำเพลงไปเรื่อยๆ แล้วก็มีคนออกตังให้ด้วย (หัวเราะ) มีคนชอบฟัง ร้องได้แล้วก็ช่วยกันร้องคอนเสิร์ตด้วยอย่างนี้ มันเป็นอาชีพที่ดีจะตาย ก็เลยติดนิสัยจะเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ นอกจากกินนะ ของกินจะกินซ้ำแต่ว่าถ้าเป็นของที่เราคิด สร้างสรรค์ เรามักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่ะ

ลุลา

ทิ้งท้ายฝากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของลุลา แฟนๆ จะได้รับความพิเศษอะไรจากคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นบ้าง

Lula: ได้เลยค่ะ อยากจะฝากนะคะ Lula First Solo Concert ตอน Little Miss Lullaby วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน ที่ GMM Live House @Central World ค่ะ คอนเสิร์ตแรกแล้วก็คอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปีของลุลาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากชุดแรกหรือจะจากอัลบั้ม 2 Become 1 ก็จะมาอยู่ที่คอนเสิร์ตนี้ทั้งหมด รวมถึงแขกรับเชิญที่รับรองว่าเซอร์ไพร้ส์แน่นอน เพราะว่ารู้จักกันมายาวนานมาก แล้วทุกคนก็เก่งมาก ก็จะได้ทำอะไรด้วยกันแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนค่ะ ทีมงานก็เจ๋งมากนะคะ โดยเฉพาะพี่เต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของครีเอทีฟอยู่แล้ว แล้วก็เสื้อผ้า แสง สี ทุกอย่างตระการตาอยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาเจอกันค่ะ มีบัตร 2,500 1,500 แล้วก็ 1,000 ในส่วน 2,500 ถ้าซื้อก็จะได้กระเป๋า Limited Tote Bag นะคะ เป็นเหมือนกระเป๋าหิ้วที่ดีไซน์เพื่อคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ ให้ฟรีไปเลยพร้อมบัตรคอนเสิร์ตค่ะ อยากให้มาเจอกันเยอะๆ เพราะจัดรอบเดียว แล้วก็อยากได้แฟนเพลงที่รักลุลาจริงๆ มารวมตัวกัน อาจจะได้เห็นหน้าค่าตากันว่าเป็นยังไงมาร่วมร้องเพลงลุลาไปพร้อมๆ กัน เชื่อว่าสนุกแน่นอนค่ะ

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: Myo Duangporn

keyboard_arrow_up