บ่าวสาลี่ เปิดพิเศษ ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด สุขทุกครั้งที่ภาพสเก็ตช์เป็นจริง

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

เหลืออีกเพียงไม่กี่ตอนก็จะถึงตอนจบแล้ว สำหรับละครดังแห่งปีเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่นอกจากจะกวาดเรตติ้ง กระแสคำชมถล่มทลายแล้ว ยังกวาดหัวใจแฟนละครจากทั่วทุกมุมอีกด้วย

โดยอีกหนึ่งฉากสำคัญอย่าง ฉากแต่งงาน ที่พระนาง โป๊ป-ธนวรรธน์ และเบลล่า-ราณี จะได้เข้าฉากมงคลเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสมัยก่อนร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งฉากฟินที่ทุกคนรอคอย ซึ่งภาพเบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ได้มีการปล่อยออกมาให้เห็นกันแล้ว โดยเบลล่าจะมาในลุคเกล้าผมขึ้นทั้งหมดและใส่สไบสีชมพู ซึ่งแน่นอนว่าเรื่อง ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด ในส่วนของเครื่องแต่งกายเรื่องนี้ที่ได้รับกระแสคำชมว่า เสื้อผ้าสวยงามมาแต่ตั้งต้นเรื่องจะต้องได้รับความสนใจและพูดถึงกันมากแน่นอน

อย่างที่ทราบกัน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามของชุดแต่งกายทั้งเรื่องของละคร บุพเพสันนิวาส นั้นคือ คุณจีจี้-กิจจา ลาโพธิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม บ่าวสาลี่, พี่สาลี่ หัวหน้าแม่ครัวในเรื่องที่ชอบมีปากมีเสียงกับแม่หญิงการะเกด ซึ่งครั้งนี้ แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับคุณจีจี้ จึงไม่พลาดถามไถ่ไปถึงวิธีการทำงานด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นกระแสคำชมชุดพระนางที่จัดโทนสีแมทช์กันในเรื่อง การเตรียมตัวทำงาน รวมถึงส่วนของ ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด ซึ่งสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากการได้นั่งพูดคุยกันครั้งนี้ แฟนๆ จะได้รับความรู้ ความพิเศษที่กลับไปเติมเชื้อเพลิงของการรักงาน รักสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้แน่นอน

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

เข้าวงการการทำงานส่วนคอสตูม ออกแบบเครื่องแต่งกายมาตั้งแต่เมื่อไหร่

คุณจีจี้: ในการเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกเลย เข้ามาตั้งแต่ปี 2542 ค่ะ งานแรกในชีวิตของวงการบันเทิงเลยคือ การทำคอสตูมนี่แหละค่ะ เมื่อก่อนทำส่วนภาพยนตร์ เรื่องบางระจันเป็นเรื่องแรก ทำกับพี่ปื้ด-ธนิตย์ จิตนุกูล (ผู้กำกับภาพยนตร์บางระจัน) แล้วพอต่อมาเรื่อยๆ ก็มาทำในส่วนละคร ส่วนใหญ่ที่ได้ทำจะเป็นแนวย้อนยุค พีเรียดซะส่วนใหญ่ ก็เลยมีความถนัด มีความเข้าใจงานประเภทนี้มากๆ เลย ถือว่าเป็นความถนัดไปเลยค่ะ

ส่วนตัวเป็นคนที่สนใจด้านเครื่องแต่งกายอยู่แล้ว

คุณจีจี้: ใช่ คืออย่างนี้ค่ะ เริ่มจากพื้นฐานเป็นคนที่ชอบเรื่องงานไทยอยู่แล้ว ตอนเรียนคือเรียนเพาะช่างนะคะ จบเพาะช่าง เรียนคณะศิลปะไทย วิชาเอกจิตรกรรมไทย มันก็จะมีพื้นฐานของเรื่องโบราณ โบราณคดีต่างๆ ในวิชาที่เราเรียนติดมาอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้การหาข้อมูลเข้าใจได้ง่าย ก็เลยค่อนข้างถนัด

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

มีวิธีเตรียมตัวดูแลเครื่องแต่งกายในละครอย่างไร อย่าง บุพเพสันนิวาส มีเสียงชมจากคนดูเยอะมาก โดยเฉพาะฉากพระนางเข้าคู่กัน ที่จะมีโทนสีเครื่องแต่งกายแมทช์กันตลอด

คุณจีจี้: จริงๆ แล้วอย่างในบุพเพสันนิวาสนะคะ ในเรื่องความสวยงามด้านรูปแบบของเสื้อผ้า มันต้องตามนั้นอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นยุคสมัยของเขา อย่างเวลาเราทำพีเรียด ยุคสมัยมันจะบังคับฟอร์มของชุดอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็จะอยู่ที่ว่าเราจะทำให้ความสวยงามมันเกิดขึ้นได้อย่างไร อย่างเช่น ฉากเข้าคู่พระนาง เราก็ใช้สีที่สื่อว่าเออนี่นะ เขาคู่กันอย่างนี้ค่ะ จริงๆ เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสีมากๆ ในการทำงาน อย่างพีเรียดก็ไม่ควรที่จะทำให้เป็นสีสันสดใสมาก สีก็จะสื่อถึงความรู้สึกด้วยเนอะ อย่างตัวละครต่างๆ คาแร็คเตอร์ต่างๆ ก็จะมีสีแตกต่างกันออกไป

เห็นว่ามีการศึกษาข้อมูลก่อนออกมาเป็นผลงานด้วย ทั้งไปศึกษาตามภาพวาด จิตรกรรม ฝาผนัง

คุณจีจี้: ใช่ๆ อันนั้นเป็นขั้นตอนในการหาข้อมูลในการทำงานนะคะ พอเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาเนี่ย มันไม่มีภาพถ่าย ซึ่งมันก็จะยากขึ้น สิ่งที่เป็นข้อมูลของเราได้อย่างเดียวเลยคือเป็นภาพเขียน แล้วก็บันทึกต่างๆ ที่เป็นตัวหนังสือนะคะ เป็นภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง จิตรกรรมไทยโบราณ มันจะอยู่ในสมุดข่อยบ้าง สมุดข่อยก็คือสมุดพับๆ นะคะ เราก็ไปดูจากตรงนั้น แล้วก็ไปดูบันทึกต่างๆ ที่ฝรั่งบันทึกไว้บ้าง ที่คนไทยบันทึกไว้บ้าง

กระแสชื่นชมเรื่องเสื้อผ้ามีค่อนข้างมาก รวมถึงชื่นชมฝีมือคุณจีจี้ด้วย ส่วนตัวรับทราบฟีดแบ็คตรงนี้ไหม

คุณจีจี้: ก็มีหลายๆ คนนะคะ จริงๆ ตัวเองค่อนข้างมีกลุ่มที่ถือว่าจะบอกเป็นแฟนคลับก็ได้นะ เขาก็จะคอยบอกว่า เออเรื่องนี้โอเคมากเลยอย่างนี้ พี่ทำละครพีเรียดช่อง 3 มาเกือบทุกเรื่อง ทำมาหลายๆ เรื่อง เช่น ขุนศึก ข้าบดินทร์ เพชรกลางไฟ บางระจัน อย่างข้าบดินทร์ก็ได้รางวัลนาฏราช ด้านออกแบบเครื่องแต่งกายมา ทุกคนก็จะคอยถาม คอยติดตามผลงานกันว่า เรื่องที่เราทำเสื้อผ้าจะออกมาเป็นอย่างไร

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

แรงบันดาลใจ สิ่งที่คอยกระตุ้นให้คุณจีจี้ทำงาน ผลิตผลงานดีๆ ออกมาจนถึงปัจจุบัน

คุณจีจี้: อืม…จริงๆ เวลาในการทำงาน ทุกคนก็คงมีปัญหา มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ สิ่งเดียวที่เป็นแรงบันดาลใจ สิ่งเดียวที่ทำให้พี่อยากที่จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ คือ พี่จะคิดทุกครั้งว่าในการทำงานของเราเหมือนการทำศิลปะ พี่กำลังวาดรูปอยู่ แล้วพอเวลาที่เราเขียนรูป เราสเก็ตช์ดีไซน์ออกแบบชุด เราทำชุดตามที่เราวาดรูปออกมาแล้วใส่ลงไปที่คนจริงๆ ให้ได้ตามที่เราออกแบบ มันถือเป็นความสุขอะ มันฟินมาก สมมติพี่ร่างแบบไปว่า เออการะเกด เกศสุรางค์ แต่งตัวแบบไหน แล้วพอวันฟิตติ้งเนี่ย น้องเบลล่าแต่งออกมาปุ๊บ เหมือนที่เราสเก็ตช์ไว้เลย มันมีความปลื้มปริ่มมาก อันนั้นอะบอกตรงๆ เลยนะว่า มีความสุขมาก..ก มีความสุขสุดๆ เลย แล้วเราจะนั่งชื่นชมว่า เออสวยจังเลยอะ เหมือนที่เราคิดไว้เลยทุกอย่าง ก็จะมีใช้วิธีการจับผ้า หรืออะไรก็ตามให้ตรงตามที่พี่สเก็ตช์ ตามที่พี่เขียนไว้หมดเลย เช่น พี่จะเขียนไว้ว่าทุกคนจะใส่เสื้อแบบโชว์เอวอย่างนี้ (พร้อมทำท่าทางประกอบ) แล้วพี่ก็พยายามบอกให้น้องๆ ที่เป็นคนช่วยนุ่งว่า เราต้องให้เอวเป็นอย่างนี้ เหมือนภาพเขียนอย่างนี้ สายสไบสวยๆ คือพี่พยายามทำให้ภาพที่เราสเก็ตช์ไว้ออกมาดี สมบูรณ์ที่สุด


พี่ร่างแบบไปว่า การะเกด เกศสุรางค์แต่งตัวแบบไหน แล้วพอวันฟิตติ้ง น้องเบลล่าแต่งออกมาเหมือนที่เราสเก็ตช์ไว้เลย มันมีความปลื้มปริ่มมาก มีความสุขมาก สวยจังเลย เหมือนที่เราคิดไว้เลยทุกอย่าง

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

ใช้ระยะเวลาในการเตรียมงานนานเท่าไหร่

คุณจีจี้: ก็..อย่างบุพเพสันนิวาสนี้ ก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนในการเตรียมนะคะ เรื่องอื่นๆ ก็ประมาณนี้ค่ะ เดือนสองเดือน ก็แล้วแต่ความยากง่าย ละครจะมีเวลาเตรียมงานน้อย จะไม่มาก เพราะว่าละครจะเตรียมไป ถ่ายไป

จากงานเบื้องหลัง อีกบทบาทที่ไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้คือ การมาทำงานเบื้องหน้ากับบท บ่าวสาลี่ 

คุณจีจี้: (หัวเราะ) ที่ไปที่มาจริงๆ แล้ว ผู้กำกับ พี่ใหม่ (ภวัต พนังคศิริ) เขาจะชอบให้พี่ไปเล่นละครที่เขากำกับหลายๆ เรื่อง อย่างบางระจันพี่ก็เล่นนะ ถ้าใครกลับไปดูบางระจันพี่ก็เล่น เล่นเป็นแบบแม่หมออะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วพอมาเรื่องนี้เป็นบ่าว ก็เป็นสีสันเนอะ แล้วพี่เป็นคนชอบทำกับข้าวอยู่แล้ว พี่ใหม่และทีมงานทุกคนจะรู้ว่า พี่จีจี้อะ ชอบทำกับข้าวให้กับคนในกองถ่ายกินเล่นเป็นประจำ เขาก็เลยเออ แม่ครัวนี่ไง จีจี้นี่ไง อะไป พี่จีจี้แต่งตัวเลย พี่ก็ห๊ะ เล่นเหรอคะ อะเล่นก็เล่นค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยได้เล่นวันนั้น พี่ใหม่ ผู้กำกับเขาจะชอบเอาเราไปเล่นโน่น เล่นนี่ เราก็ทำให้ ทำให้เขาเต็มที่ จริงๆ พี่ไม่ได้เป็นนักแสดงไง แต่พี่ก็เล่น เล่นเท่าที่จะเล่นได้


พี่ใหม่และทีมงานทุกคนจะรู้ว่า พี่จีจี้อะ ชอบทำกับข้าวให้กับคนในกองถ่ายกินเล่นเป็นประจำ เขาก็เลยเออ แม่ครัวนี่ไง จีจี้นี่ไง อะไป พี่จีจี้แต่งตัวเลย พี่ก็ห๊ะ เล่นเหรอคะ อะเล่นก็เล่นค่ะ (หัวเราะ)

ออกมาไม่กี่ฉากก็มีแฟนๆ ละครจำคุณจีจี้ได้แล้ว นอกจากกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามเรื่องเสื้อผ้า ก็ยังมีกลุ่มแฟนละครที่ติดตามเพิ่มด้วย

คุณจีจี้: ใช่ๆ ง่ายๆ เลยคือ ยอดติดตามอินสตาแกรม หรือเพื่อนในเฟสบุ๊ก สังเกตง่ายๆ เลยคือเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันคนมากตอนนี้นะคะ แล้วปกติพี่จะทำงานเสื้อผ้า พี่จะไปเดินพาหุรัดทุกครั้ง อาทิตย์หนึ่งสองอาทิตย์พี่จะต้องไปเดินพาหุรัดละ ทุกคนที่ตลาดพาหุรัดอะก็จะเรียกว่า แม่สาลี่ ตอนนี้แม่ค้าที่ตลาดพาหุรัดเรียกพี่ว่าพี่สาลี่แล้ว

กิจกรรมในแต่ละวัน นอกจากดูแลเรื่องเสื้อผ้าแล้ว มีทำอย่างอื่นบ้างหรือเปล่า

คุณจีจี้: เมื่อก่อนจะทำเสื้อผ้าอย่างเดียว ก่อนหน้านี้นะคะ แต่พอได้มาเป็นนักแสดงปุ๊บเนี่ย มันก็มีงานอื่นเข้ามา เราก็พลอยได้งานกับเขาไปด้วย กับบุพเพสันนิวาสก็ได้อานิสงค์ ทำให้เรามีอีเว้นท์ต่างๆ เกิดขึ้น ไปถ่ายโฆษณา ไปออกรายการต่างๆ ก็คือเรามีจุดขายที่เราเป็นทั้งทีมงาน ออกแบบเสื้อผ้าด้วย แล้วเราก็ได้แสดงด้วย เขาก็เลยเอาตรงนี้ของเราขึ้นมาเป็นประเด็น

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

การได้ทำงานที่รักเป็นความโชคดี ส่วนรางวัลถือเป็นกำไรของชีวิต

คุณจีจี้: จริงๆ เรื่องรางวัลมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้สึกมีแรงบันดาลใจ มีพลังว่า เราได้รางวัลแล้ว ครั้งต่อไปเราต้องรักษามาตรฐานของเราไว้ แต่จริงๆ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่กดดันพี่เลยนะ ทุกครั้งที่พี่ทำงาน พี่จะตั้งใจทำแบบนี้ ไม่ว่าจะความเป๊ะ ความอะไรของพี่ พี่จะทำแบบนี้ตลอด อย่างผ้า เชื่อไหมว่า ผ้าทุกผืนที่พี่ซื้อมาจากตลาด พี่ไม่เคยเอามาสะบัดแล้วใช้เลย หรือนุ่งให้นักแสดงนะ พี่ต้องต้ม ย้อม เพื่อให้มันเกิดความนิ่ม สีมันก็จะดรอปลง มันจะนิ่มขึ้น ถ้าเราสังเกตละครหรืออื่นๆ ที่เป็นพีเรียด เขาใช้สีหรือใช้ผ้าที่เป็นสีสดๆ  ของพี่จะย้อมผ้าของพี่ทุกครั้ง


ผ้าทุกผืนที่พี่ซื้อมาจากตลาด พี่ไม่เคยเอามาสะบัดแล้วใช้เลย หรือนุ่งให้นักแสดงนะ พี่ต้องต้ม ย้อม เพื่อให้มันเกิดความนิ่ม สีมันก็จะดรอปลง มันจะนิ่มขึ้น

เป็นเทคนิคที่ศึกษาเอง

คุณจีจี้: อืม…จริงๆ พี่ก็ไม่ได้เรียนทางด้านแฟชั่นดีไซน์นะ อย่างที่พี่บอก พี่เรียนศิลปะไทย จะบอกว่า ผ้าเก่า ผ้าโบราณอะ มันก็ไม่ควรจะใหม่ใช่ไหม แล้วก็ผสมบวกกับตอนที่พี่ทำภาพยนตร์ การทำเสื้อผ้าของภาพยนตร์ มันต้องใช้ความ Realistic สูงมาก ทุกอย่างต้องเหมือนจริง ผ้าต้องผ่านการใช้งาน ต้องเอาไปฟอก เอาไปต้มต่างๆ พี่เอาเทคนิคจากการทำภาพยนตร์มาใช้กับละครด้วย

เรียกว่าประสบการณ์หลายๆ อย่าง สะสมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

คุณจีจี้: ใช่ๆ

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่แฟนละครจะได้ดูต่อจาก บุพเพสันนิวาส คุณจีจี้ก็รับผิดชอบด้านเสื้อผ้าเหมือนกัน

คุณจีจี้: หนึ่งด้าวฟ้าเดียว เรื่องนี้ก็สนุกเหมือนกัน เสื้อผ้าก็จะมีอะไรหลายๆ อย่างแปลกๆ ออกไปนิดนึง เพราะว่าเนื้อเรื่องของหนึ่งด้าวฟ้าเดียวมันจะมีเรื่องเกี่ยวกับขันที ของชาวเปอร์เซียที่อยู่ในราชสำนักไทยอะนะคะ เราก็ออกแบบเสื้อผ้าพวกขันที ให้เสื้อผ้ามันชูโรงละครเรื่องนี้ไป ส่วนรูปแบบของตัวละครอื่นๆ  มันก็เป็นสมัยอยุธยาเหมือนกัน ก็จะไม่มีอะไรหวือหวามาก

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
สร้างความแตกต่างจากพีเรียดเรื่องก่อนๆ ตรงเลือกลายผ้าสไบให้เป็นลายจุดๆ ลายดอก
ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
สร้างความแตกต่างจากพีเรียดเรื่องก่อนๆ ตรงเลือกลายผ้าสไบให้เป็นลายจุดๆ ลายดอก
พี่สาลี่ เล่าถึงสไบเบลล่า-ราณี ที่ใช้เป็น ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

เวลานักแสดงเริ่มละครเรื่องใหม่ เขาจะรีเซตตัวเองเพื่อรับบทบาทใหม่ คุณจีจี้เองก็เช่นกัน

คุณจีจี้: ใช่ๆ คืองี้ ทุกครั้งที่พี่จะทำละครเรื่องใหม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นยุคสมัยเดียวกันก็ตามนะ ส่วนใหญ่ก็แนวพีเรียด พี่จะได้ทำขุนศึก ก็สมัยอยุธยาเหมือนกัน ข้าบดินทร์เป็นรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งก็คาบเกี่ยว เสื้อผ้ารูปแบบของมันจะไม่ต่างกันเยอะมาก แต่พี่ก็จะได้รับโจทย์มาทุกครั้งว่า “ทำอย่างไรให้มันต่าง ทำอย่างไรไม่ให้เหมือนกับเรื่องเดิมที่เคยทำมาแล้ว” พี่ก็เลยต้องหา เช่น หาผ้า หาเนื้อผ้า หาลายผ้าที่มันต่างกันออกไปที่เรื่องที่แล้วไม่เคยมีอย่างนี้ แต่เรื่องรูปแบบของการนุ่งห่ม การแต่งกายมันจะผิดแปลกไปจากนี้ไม่ได้ ผู้หญิงต้องห่มสไบ นุ่งจีบหน้านาง นุ่งโจงผ้าแถบ มันต้องอยู่ในฟอร์มนี้ แต่เราก็ใช้วิธีสร้างความต่างของเราด้วยการใช้เนื้อผ้า ใช้ลายผ้าที่ต่างออกไป ให้คนดูรู้สึกว่าต่าง อย่างสไบที่เบลล่าใช้ในเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่เป็นลายจุดๆ เป็นดอกๆ ซึ่งเป็นสไบของผ้าแขก ผ้าจากอินเดีย พี่ก็ไม่เคยใช้กับเรื่องอื่นเลย พี่ก็เอามาใช้เรื่องนี้ เพราะว่าเหตุการณ์ของเรื่องนี้มันเหมาะสมด้วย ด้วยเป็นยุคสมัยของพระนารายณ์ เป็นยุคการค้า เราจะนิยมของอะไรต่างๆ ที่เข้ามา ถ้าเป็นไปได้เราจะได้เห็นฉากแต่งงาน สไบในฉากแต่งงานของเบลล่าจะเป็นลูกไม้ฝรั่งเศส พี่ก็เอาตรงนั้นมาใช้ เพราะลูกไม้ฝรั่งเศสจะต้องดูเป็นของมีค่าที่สุดในตอนนั้นแน่ๆ เธอแต่งงาน เธอก็ต้องใช้ของที่ดีที่สุดในยุคนั้น อะไรแบบนี้ พี่ก็ไปซื้อที่พาหุรัดนี่แหละ เอาลูกไม้ฝรั่งเศส มันก็ไม่แพงหรอกเดี๋ยวนี้ ก็เอามาทำ ปักโน่นนี่เข้าไป เพิ่มเติมให้ดูพิเศษขึ้นมา

ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด
ชุดแต่งงานแม่หญิงการะเกด

ช่วงหลังๆ ก็จะมีเด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจด้านแฟชั่น ทำชุดแต่งกายค่อนข้างเยอะ มีข้อแนะนำอะไรให้พวกเขาในการมาทำงานในวงการนี้บ้าง

คุณจีจี้:  โอ้ เอาจริงๆ นะ เรื่องการทำเสื้อผ้า อย่างแฟชั่นปัจจุบันทั่วไป พี่ว่ามีคนทำเยอะแยะแล้วแหละ คนทำกันเยอะ แต่ว่าถ้าเป็นในส่วนเรื่องของละครพีเรียด เป็นย้อนยุค เป็นเสื้อผ้าไทยๆ เนี่ย อันดับแรกพี่อยากบอกว่า ทุกคนต้องรักมันจริงๆ ต้องรักและมีความลึกซึ้งกับเรื่องความเป็นไทยมากๆ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างได้ง่าย เราต้องซึมซับ นิยมความเป็นไทยให้มากๆ ก่อน รักในความงามแบบไทยๆ ก็จะทำงานออกมาได้ดี


เราต้องซึมซับ นิยมความเป็นไทยให้มากๆ ก่อน รักในความงามแบบไทยๆ ก็จะทำงานออกมาได้ดี

 

เรียกว่าการได้มาพูดคุยกับ พี่สาลี่ หรือ พี่จีจี้ ครั้งนี้ แพรวดอทคอมได้รับความรู้ต่างๆ มองเห็นภาพการทำงานชัดเจนขึ้น ที่สำคัญเลยคือ สัมผัสได้ถึงหัวใจคนที่รักงานด้านนี้ และพลอยยินดีกับความสำเร็จของทีมบุพเพสันนิวาสเลยจริงๆ 

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @buppesannivasfans @kijjalapho @broadcastthaitv

keyboard_arrow_up