เหมือนบุพเพสันนิวาส! เจ้าสาวแสนล้าน เมลนีย์ อยู่วิทยา

เมลนีย์ อยู่วิทยา
เมลนีย์ อยู่วิทยา

สัมภาษณ์เจ้าสาวแสนล้าน เมย์- เมลนีย์ อยู่วิทยา ภรรยาคนสวยของ ต้น-เดิมพัน อยู่วิทยา เผยเรื่องราวชีวิตหลังแต่งงาน พร้อมเส้นทางความรักก่อนจะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่เคียงข้างกัน

คุณต้น-เดิมพัน และ คุณเมย์- เมลนีย์

เพิ่งเข้าประตูวิวาห์ไปหมาด ๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำหรับเจ้าสาวแสนล้าน คุณเมย์-เมลนีย์ ภรรยาของ คุณต้น-เดิมพัน อยู่วิทยา ภายหลังจากที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 1 ปี ล่าสุดแพรวดอทคอมได้เจอกับเธอในงาน The Glamour Secret of Legendary Beauty By The Klinique ที่จัดขึ้น ณ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว จึงถือโอกาสขอสัมภาษณ์และพูดคุยถึงชีวิตหลังจากวิวาห์ ซึ่งเธอเล่าให้ฟังว่าภายหลังแต่งงานรู้สึกว่าชีวิตมีจุดมุ่งหมายในทุกวัน และทำให้ชีวิตสมบูรณ์มากขึ้น

“หลังจากแต่งงานเมย์ว่าดีนะคะ เวลาทำอะไรเราจะรู้สึกกลัว ในแง่ของการที่มีคนห่วงใยเราตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่ามีจุดมุ่งหมาย เช่น กลับบ้านไปแล้วต้องไปเจอใคร,ตื่นมาต้องดูแลใคร และ รู้ว่ามีใครรอเราอยู่ซึ่งเมย์ว่ามันเป็นชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้น เพราะเราเจอคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเรา”

คุณเมย์-เมลนีย์ อยู่วิทยา

สำหรับเส้นทางความรักของทั้งคู่นั้น คุณเมย์เล่าว่าตอนที่เจอกันครั้งแรก รู้สึกว่าเขาคือคนพิเศษ แล้วพอเอาเรื่องนี้มาคุยกันคุณต้นก็บอกว่าเราเหมือนกับคนที่เขารอมาตลอด

“เมย์ก็คิดว่าเป็นบุพเพสันนิวาสเหมือนกันนะคะ เพราะก่อนที่จะได้เจอเขาความรู้สึกมันบอกว่าวันนี้ต้องมีอะไรที่พิเศษ วันนี้ต้องได้เจอใครสักคนแน่ ๆ เลย แล้วพอได้พบกับเขามันรู้สึกเลยว่าใช่ และพอเราเอาเรื่องนี้มาคุยกับพี่ต้นอีกครั้งเขาก็บอกเหมือนกันว่าเขามีความรู้สึกว่ากำลังนรอใครสักคนอยู่ มันคลิกและมันเข้ากันมาก พอได้มาคบกันมันราบรื่นไม่มีอุปสรรคเลยค่ะ”

“ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์เราค่อนข้างคล้าย ๆ กัน เลยมีทั้งที่เขาเข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดอะไรหลายอย่างให้กับเรา เพราะเขาเป็นคนที่คิดบวกมาก ถ้าถามว่ามีทะเลาะกันบ้างไหมก็ต้องบอกว่ามีแต่ไม่บ่อย ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเราสองคนก็ได้เข้าใจกันให้มากขึ้น บางทีตอนที่เราทะเลาะกันบางครั้ง ก็ทำให้เห็นว่าเขารักเรามากขนาดไหน”

ในรายการ แพรว ตอน ชีวิตใกล้ธรรมะ คุณเมย์ ได้เผยให้เห็นถึงการกินอยู่ที่เรียบง่ายอาหารที่รวม ๆ กันในชามเดียวก็รับประทานได้ ขณะที่คุณต้นค่อนข้างพิถีพิถันจนเรียกได้ว่าเป็นนักชิมตัวยง ซึ่งในเรื่องนี้คุณเมบอกว่า

“ปกติแล้วตอนเช้า-เย็นเมย์จะเป็นคนทำอาหารให้สามีอยู่แล้ว แต่ก็มีที่ไปรับประทานอาหารนอกบ้านกัน สำหรับเมนูโปรดของพี่ต้นไม่ค่อยมีอะไรพิเศษ เอาเป็นว่าถ้าอะไรอร่อย ๆ พี่ต้นทานได้หมด อาหารพื้นก็ทานได้ ร้านอาหารที่เลือกก็ไม่ได้ว่าต้องแพงอย่างเดียว แต่เน้นสะอาดและมีคุณภาพเพราะพี่ต้นเป็นคนแพ้ง่ายถ้าไม่สะอาดก็จะท้องเสีย แต่ปกติก็รับประทานได้หมดค่ะ”

เห็นคุณเมทำงานมาตั้งแต่เรียนจบแล้ว หลังจากนี้จะยังทำงานอยู่หรือเปล่า ? ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เธอบอกว่าก่อนแต่งงานหวานใจได้บอกเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะว่าเขาอยากใช้ชีวิตเอ็นจอยไลฟ์ไปกับเรา ดังนั้นเขาอยากได้เวลาจากเมย์เยอะ ๆ

“ช่วงก่อนที่จะแต่งงานแป๊บเดียว พี่ต้นก็บอกว่าให้ลาออกจากงานเถอะ เพื่อที่จะมาดูเรื่องานแต่งงานอย่างเต็มที่ อีกอย่างพี่ต้นค่อนข้างต้องการเวลาจากเมย์ค่อนข้างมาก ช่วงที่เขามีเวลาจากงานเขาต้องการเวลาจากเรามากเขาอยากใช้ชีวิตเอ็นจอยไลฟ์และทำกิจกรรมร่วมกัน”

เมื่อถามถึงทริปฮันนีมูนคุณเมบอกว่าคู่เราเป็นคู่ที่ชอบเที่ยวดังนั้นการไปในทุกๆที่ก็เหมือนกับฮันนีมูนอยู่แล้ว
“คู่เราเที่ยวกันตลอดเวลา พี่ต้นเป็นคนชอบเที่ยวมากเขาอยากไปทั่วโลก และที่ชอบสุดๆคือการเล่นสโนว์บอร์ด จึงทำให้ก่อนแต่งงานไปญี่ปุ่นมา 2-3 รอบแล้ว แต่ตัวเมย์เองเป็นคนไม่ค่อยชอบเที่ยวต่างประเทศสักเท่าไหร่เมย์รู้สึกว่ามันเหนื่อยเลยชอบเที่ยวทะเลเมืองไทยมากกว่า”

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงจะมีทายาทเมื่อไหร่ คุณเมย์บอกว่า “แพลนไว้ปีหน้าค่ะ ช่วงนี้เขาอยากเที่ยวก่อนเราก็โอเคก็ตามใจเขาค่ะ”

keyboard_arrow_up