กุ๊บกิ๊บเคลียร์ดราม่า ฟันน้ำนม ยันวงการนี้ไม่มีใครแข่งขันกันทุกคนคือเพื่อน

เป่าเปา-กุ๊บกิ๊บ-บี้-ฟันน้ำนม-ลูกดารา
เป่าเปา-กุ๊บกิ๊บ-บี้-ฟันน้ำนม-ลูกดารา

กุ๊บกิ๊บ เตือนแฟนคลับซุป’ตาร์ ฟันน้ำนม อย่าเปิดศึกกันเลย เด็กก็คือเด็ก พ่อ-แม่ดาราไม่มีใครสนใจแข่งขันหรือเปรียบเทียบลูกใครดังกว่าใคร

ครอบครัว ชี

ในเว็บไซต์หลายเว็บไซต์มีการตั้งกระทู้เปรียบเทียบดาราคนนั้นกับดาราคนนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งหลายครั้งก็นำมาซึ่งการเปิดศึกระหว่างแฟนคลับ ทั้งที่ตัวดารา/ศิลปินอาจจะไม่มีอะไรกันเลยก็ได้ และไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับบรรดาซุป’ตาร์ ฟันน้ำนม ที่ยังไม่รู้ประสา โดยเฉพาะยิ่งดังก็ไม่พ้นยิ่งถูกเปรียบเทียบ ล่าสุดในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 กุ๊บกิ๊บ –สุมณทิพย์,บี้-ธรรศภาคย์ได้พาลูกสาวตัวน้อย น้องเป่าเปา – พอลลีน่า ชี มาร่วมในรายการพร้อมให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากนี้ยังอัพเดทเกี่ยวกับการวางแผนเลี้ยงลูกในอนาคตรวมถึงแพลนทายาทคนที่2 ด้วย

น้องอายุเท่าไหร่แล้วมีนิสัยเหมือนคุณพ่อ-คุณแม่มากกว่ากัน?

กุ๊บกิ๊บ  : ตอนนี้เป่าเปาอายุ 1 ขวบกับ 7 เดือนแล้วค่ะนิสัยส่วนใหญ่จะเหมือนพ่อเยอะ คือเขาแบบจะกินจะนอนคล้ายบี้ ขี้เเกล้ง ขี้เล่นคล้ายกิ๊บ”

ตั้งเเต่เกิดมามีพรีเซ็นเตอร์กี่ตัว?

กุ๊บกิ๊บ  : ประมาณ 3-4 ตัว เราไม่ค่อยได้รับเยอะมากหรอกค่ะ เพราะเรากลัวเขาไม่เหมาะกับงาน เราไม่ค่อยได้รับเยอะ รับเท่าที่เขาทำได้

บี้ : ส่วนมากงานที่รับมาสมมติว่า เป็นอีเว้นท์จะดูว่างานเกี่ยวกับอะไร เกี่ยวกับเด็กหรือเปล่า เพราะว่าบางทีคือเราเข้าใจคน ที่อยากจะเจอเป่าเปาและการที่คนอื่นได้เจอเป่าเปามันเป็นความสุขของเขา รู้สึกว่าเราควรที่จะสร้างความสุขเเบบนี้ ให้คนอื่นด้วย

ดังขนาดนี้ค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ต่อชิ้นเยอะไหม?

กุ๊บกิ๊บ  : ก็ประมาณนึง ส่วนประเด็นที่ว่าเอาลูกมาหาเงิน จริงๆ เลิกพูดเถอะ เพราะเราไม่ได้นั่งอยู่บ้านเฉยๆ พวกเราก็ทำงาน บี้ก็บินไปจีน ไปทำงาน กิ๊บมองว่าการที่ลูกทำงานมันเก็บเป็นประวัติ เป็นพอร์ตฟอลิโอของเขา เราไม่ได้เเบบใช้งานเขาหนักหรืออะไร แล้วอีกอย่างเขาต้องเรียนหนังสือ แล้วเเบบเก็บเงินไว้ให้เขา เงินทุกบาททุกสตางค์เข้าบัญชีเขาหมด เพราะฉะนั้นเขาจะมีเงินของเขา ที่เขาสามารถจะทำอะไรก็ได้ ในอนาคตเรื่องเรียนที่ดีๆ เราสามารถเลือกเรียนโรงเรียนดีๆ ให้เขา หรือที่ดีๆ ให้เขาได้ทุกอย่าง

กุ๊บกิ๊บและ น้องเป่าเปา

ถ้ามีการตั้งการเปรียบเทียบมีผลอะไรไหม?

กุ๊บกิ๊บ  : ไม่ได้มีผลกับพวกเราหรอก คิดว่ามันคงเป็นการตั้งมาเพื่อเป็นสีสันอย่างที่กิ๊บว่า คนที่ดูควรมีวิจารณญาณ มันมีนะ คนที่เข้าไปเป็นแฟนคลับคนนี้ อย่างที่พี่หนุ่ม กรรชัย เคยพูดเป็นแฟนคลับคนนี้เข้าไปว่าคนนั้นแฟนคลับคนนั้นเข้าไปว่าคนนี้ ซึ่งจริงๆ เเล้วมันไม่เป็นไรหรอก ใครดังก็เหมือนกันแหละ เดี๋ยวเขาก็โตแล้ว

บี้ : จริงๆ การที่มีลูกมีเด็กมันคือความสุขไง มันกลายเป็นทุกคนมาเเข่งกัน กลายเป็นว่าแฟนคลับคนนู้นนี่มาว่าเด็กกัน เด็กซึ่งอายุไม่กี่เดือน

กุ๊บกิ๊บ  : คิดว่าการสื่อสารไม่เป็นปัญหา แต่คนที่เป็นปัญหาคือคนที่เสพข่าวควรมีสติ กิ๊บว่ามันคือปัญหาตรงนี้มากกว่า ถามว่าพ่อแม่ดาราสนใจไหม ไม่มีใครสนใจหรอก จะลูกใครก็รักหมด เพราะก็เป็นพี่เป็นน้องกัน

มีเเรงกดดันบ้างไหมพอลูกดังปุ๊ป?

บี้ : ถ้าพี่พีเคมีลูก จะรู้ว่าเราจะอยู่เพื่ออะไร เราจะมีเป้าหมายมากขึ้น

กุ๊บกิ๊บ  : ไม่ เราไม่กดดันหรอกจริงๆ เเล้วดารากันเองไม่มีใครสนหรอกว่า ลูกใครดังกว่าใคร มันคือเพื่อน ทุกคนมีเพื่อนเเม่ๆ ก็มีกรุ๊ปแม่ๆ กันคุยกันตลอด ไม่มีใครหรอกคิดว่าบางทีคนนอกอาจจะมองแบบเป็นการแข่งขัน เเต่จริงๆ คนในไม่มีใครแข่งขัน แล้วเด็กก็น่ารักทุกคน ไม่มีคนไหนที่แบบคือทุกคนน่ารักต่างกันไป พวกเราแม่ๆ เราก็ตามลูกทุกคน คนนั้นน่ารักคนนี้น่ารัก เราก็ไปคอมเม้นท์ เราเลยรู้สึกว่า อุ้ยคนนี้มีงาน เราก็ซัพพอร์ตคนนี้ เพราะเรารู้สึกว่านี่คือเเบบทุกคน เขาก็ใช้เงินอีกเยอะในการเลี้ยงลูก

ครั้งเเรกที่รู้ว่ามีน้องรู้สึกไง?

บี้ “โห ถ้าพูดถึงโมเม้นท์ครั้งแรกเลยที่ไปตรวจ ผมไม่ได้ไปกับกิ๊บด้วย ผมติดงาน วันเเรกเราก็ไม่รู้ว่า ประจำเดือนเขามาผิดปกติ เราก็คงเเบบเป็นอะไรหรือเปล่า เป็นซี๊ดเราก็เป็นห่วงตรงนั้นมากกว่า เสร็จกิ๊บก็โทรมา บี้ถามเธอเป็นไงบ้าง กิ้บบอกว่ายูลองทายสิ เอ้า พอกิ๊บโทรบอก บี้ก็น้ำตาไหลเลย”

ดีใจไหมตอนนั้น หรือลังเลทำไงดี?

บี้ : มีทั้งสอง มีทั้งดีใจ เราจะเป็นพ่อเเล้วอ่ะต้องเดินยังไงต่อ โอเคเดี๋ยวบี้โทรกลับนะ ตอนนั้นวางสายนั่งร้องไห้แบบดีใจมาก อยู่คนเดียว เเล้วก็ค่อยโทรกลับไปหากิ๊บ คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว

กุ๊บกิ๊บ  : คือ กิ๊บกับบี้ชอบคุยกันอยู่เเล้ว จะมีลูกเลยไหมจะมีก็มี อายุกิ๊บก็ไม่น้อยเเล้วเราก็คุยกัน พอรู้ว่ามีเป่าเปาแบบมีความสุขมาก ชีวิตกิ๊บไม่มีเป้าหมายอะไรเลยว่า เเบบอยากจะดัง หรือจะเป็นดารา ไม่มีความฝันอะไรทั้งนั้น ความฝันกิ๊บอย่างเดียวคือแค่แต่งงานมีครอบครัวที่มีความสุข ฉันไม่ได้สนเลยว่า คือปกติสมัยก่อนพอท้องก่อนแต่งหรือว่ามีลูกเนี้ยดับเเน่นอน ไม่มีทางมีพื้นที่ยืนในสังคมตอนนั้นเรารู้สึกว่าอะไรมันไม่สำคัญเท่ากับเรามีครอบครัวเเล้วแค่นั้นเอง เราไม่ได้รู้ว่า ลูกเราจะมาดังหรือครอบครัวเราจะดังเราไม่ได้สนใจตรงนั้นเลย

หลังจากเป่าเปาเกิดมาความรู้สึกเป็นยังไง?

บี้ : หลังจากมีเขา เราต้องจริงจังมากขึ้น พอเรามีลูกเราอยากให้เขามีชีวิตดีที่สุด ให้ทุกอย่างไปได้ราบรื่น ไปได้สวยทำให้ตั้งใจมากขึ้นตั้งใจไขว่คว้า

คิดไหมว่าลูกเกิดมาจะให้คุณขนาดนี้?

กุ๊บกิ๊บ  : ไม่ได้คิดนะ ตอนนั้นไม่คิดว่าคนจะเปิดรับด้วยในตอนนั้นเราประกาศว่าเราท้องก่อนแต่งงาน คนก็แบบยินดีด้วยเยอะ แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังหรือว่า แบบคนจะมารักลูกเราขนาดนี้ คิดแค่ว่าลูกทุกคนเป็นอภิชาตบุตรของพ่อแม่ ไม่ได้หมายความว่าแบบเขาจะมาทำให้เราดังขึ้น หรือตัวเขาจะมามีคนชอบเยอะ แต่เเค่มีเขาออกมา เขาก็คือความสุขที่สุดของเราเเล้ว

ห่างลูกไม่ได้ขนาดนี้ จะเอาลูก ภรรยาย้ายไปด้วยเลยหรือเปล่า?

บี้ : ตอนเเรกมีความคิด ในช่วงที่คิดถึงเขามากตอนนี้เริ่มชินเเล้ว ก็รู้สึกว่าเราจะจัดการเวลาให้ดี เวลากิ๊บเขาหาเวลาไป หาผมบ้าง

กุ๊บกิ๊บ  : หรือ เราจะมูฟไปอยู่ไต้หวันไหม ฮ่องกงไหม ต้องมีเวลาเจอลูกให้บ่อยที่ไหนดีเราเลยรู้สึก ว่าถ้าเรามีเราอยากสร้าง สิ่งที่ดีให้เขา ก็เลยกำลังคิดอยู่ว่าจะยังไง หรือจะเป็นออสเตรเลียดี กิ๊บก็มีคนที่รู้จักอยู่ที่นั่นบ้าง แต่ก็บินกลับมาไทยอยู่บ้าง

อยากมีลูกอีกไหม?

บี้ : อยากได้ลูกผู้ชาย เรามีผู้หญิงแล้วก็เลยอยากได้ลูกผู้ชาย

กุ๊บกิ๊บ  : เขามีไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้วยนะว่าทำยังไงถึงจะได้ผู้ชาย

บี้-กุ๊บกิ๊บ หวาน

วันนี้วันครบรอบใช่ไหม?

กุ๊บกิ๊บ  : ใช่วันครบรอบวันแต่งงาน สองปี

สุดท้ายมีอะไรจะบอกสามีไหม?

กุ๊บกิ๊บ  : คือจริงๆ ไม่มีอะไรจะบอก เพราะเราก็บอกรักกันทุกวันอยู่เเล้ว เถียงบ้าง กัดกันบ้าง มันก็มีความสุขดีอยู่เเล้ว

 

keyboard_arrow_up