พ่อจะไม่ท้อเพราะลูกคือกำลังใจ ปีเตอร์ ฝ่าวิกฤต 2ปีไร้งาน-เงินนอนเต็นท์ใช้ชีวิตพอเพียง

ปีเตอร์ ยิ้มออกอีกครั้งหลังผ่านมรสุมหนักแสนสาหัสชีวิตไร้งานไม่มีเงินนาน 2 ปี รับเครียดแต่ไม่ท้อหรือยอมแพ้ ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ตระเวนResearchข้อมูลทั่วประเทศด้วยบิ๊กไบค์คู่กาย นอนเต็นท์ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสคำว่าพอเพียง

ปีเตอร์ และลูกชายทั้ง2

ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ต้องเผชิญปัญหาชีวิตไร้งานไม่มีเงินจากมรสุมข่าวฉาว ภายหลังเปิดศึกกับอดีตภรรยา “พลอย พลอยพรรณ”จนกลายเป็นข่าวครึกโครมบนโซเชียล ล่าสุดในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Café Amazon Drip Coffee”ณ ลานอีเดน ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เจอกับนักแสดงหนุ่มภายหลังจากเรื่องราวทั้งหมดจบสิ้น  ซึ่งในโอกาสนี้ “ปีเตอร์” ได้เปิดใจพูดคุยถึงเรื่องต่างๆ รวมถึงยังได้เผยว่าในระหว่างที่มีปัญหานั้นเขาไม่มีงานและไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าตลอด2ปีเลยทีเดียว

เห็นว่าเร็วๆนี้กำลังมีผลงานเรื่อง “แรงเงา2”รับบทบาทเป็นอะไร?

“บทบาทที่ผมได้รับเป็นตัวละครที่เขียนขึ้นมาใหม่ เป็นส่วนที่ต่อมาจากภาคแรก ซึ่งหลายคนคงไม่ทราบว่าทำไมเรื่องนี้ถึงชื่อแรงเงา ก็เพราะตัวละครทุกตัวมีความเป็นเทาหมดเลย ในส่วนของผมนั้นจะเป็นตัวละครเดียวที่เข้ามาแล้วขาว หลังจากที่ผ่านเรื่องเครียดและเศร้ามากก็ได้รับการบำบัดพอออกมาก็เหมือนว่ามีประสบการณ์ชีวิตและเข้าใจชีวิตและพยายามแนะนำคนอื่นๆ”

เหมือนตอนนี้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่?

“ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ถ้าอยู่ในช่วงชีวิตที่มันวุ่นวายมันมีหลายๆอย่างที่ต้องจัดการความเครียดก็อาจจะทำให้มีท้อบ้างคิดไม่ออกบ้างเลยเป็นอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตเราไม่เดินหน้า แต่พอเดินผ่านจุดนั้นไปแล้ว มันก็จะปล่อยวางได้ พอปล่อยวางก็จะตั้งหลักและสามารถเดินทางชีวิตต่อไปได้ ตอนนี้ก็เริ่มโอเคแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ของผมก็คือลูกนี่แหละครับ ผมคิดเสมอว่าจะทำให้ลูกได้ดีที่สุดได้อย่างไร คำตอบคือผมก็ต้องเดินหน้าและทำงานต่อไป ก็เลยทำให้ตั้งใจทำงานมากเป็นพิเศษ”

หลายคนมองว่าปีเตอร์พยายามสนิทกับลูกขึ้นเพราะต้องการดึงภาพลักษณ์แฟมิลี่แมนกลับมา?

“ครอบครัวของผมอยู่ต่างประเทศบางทีญาติก็อยากจะเห็นลูกๆ มากกว่า อีกอย่างแฟนคลับผมเองเขาก็อยากเห็น ดังนั้นผมเลยลงรูปในไอจีจะได้สามารถเห็นได้ทุกๆคน”

ให้กำลังใจตัวเองอย่างไรในช่วงที่วิกฤต?

“ยอมรับว่าสาหัสครับแต่อย่างที่ทุกคนเห็นผมก็ไม่ได้ออกมาแก้ข่าวหรือพยามอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร เพราะผมคิดว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัว ผมคิดว่าถ้าผมออกมาพูดโน้นพูดนี้ผลสุดท้ายก็จะกระทบที่ลูกอยู่ดี พอเขาโตมาเพื่อนๆอาจจะเข้ามาดูในยูทูปและเอามาล้อกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่พูดอะไรดีกว่า เรื่องราวที่ออกมาจึงไม่มีในมุมของผมซึ่งทำให้คนไม่เข้าใจ แต่ผมก็ยังเลือกทำ”

ถ้ามีโอกาสย้อนเวลากลับไปได้จะเลือกที่จะแต่งงานอยู่หรือเปล่า?

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็ยังเลือกที่จะทำทุกอย่างเพื่อแพนเตอร์และพูม่าอีกรอบนึง เพราะลูกคือทุกอย่างของพ่อ-แม่ทุกคน ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่เป็นคุณพ่อ-คุณแม่จะยอมทำทุกอย่างได้เพื่อลูก ยอมตายเพื่อลูก ยอมทุกอย่างได้เพื่อเขาได้จริงๆ”

เรียกว่าลูกทำให้เราเป็นนิวปีเตอร์ได้ไหม?

“ด้วยภาพลักษณ์ของผมที่หลายคนมองว่าแบดบอยขี่มอเตอร์ไซด์พอมีกระแสทางด้านลบที่เข้ามาเลยทำให้เป็นเรื่องที่เชื่อง่าย (หัวเราะ)ผมเองก็ไม่ได้ออกไปแก้ข่าวก็ถือว่าเป็นระยะเวลานึงที่อยู่แบบนั้น แต่คนที่อยู่รอบข้างผมจริงๆเขาก็จะรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นยังไง ซึ่งตอนนี้คนคงได้เห็นถึงความตั้งใจของผมแล้ว จริงๆมีก่อนหน้านี้แล้วแหละเพียงแต่ว่าพอมีความวุ่นวายก็อาจจะทำให้โนกลบไปหมด ตอนนั้นยอมรับว่าท้อจริง แต่ไม่เคยมี่จุดตกต่ำถึงขนาดที่ว่าจะฆ่าตัวตาย เพราะส่วนตัวผมเป็นคนมีเหตุผลและใจเย็นรอได้ เดี๋ยวพอทุกอย่างคลี่คลายก็จะเป็นจังหวะที่ผมได้ทำอะไรเพื่อลูกได้มากขึ้น ซึ่งผมมองไปข้างหน้าและเห็นวันนั้นก็เลยไม่ท้อถึงจุดที่ว่าไว้”

ในส่วนของเรื่องงานข่าวที่ผ่านมามีผลกระทบมากขนาดไหน?

“แน่นอนมันมีผลกับงานอยู่แล้วผมไม่มีงานประมาณ2ปี แต่เราก็ไม่ได้ยอมแพ้ แทนที่จะอยู่นิ่งๆเราก็ใช้เวลาให้มีประโยชน์ ในเมื่องานมันลดไปแทนที่จะอยู่นิ่งๆก็ออกไปขี่มอเตอร์ไซด์Researchข้อมูลเตรียมไว้ทั่วประเทศไทยตอนนี้ก็พร้อมถ่ายหมดเลย “

แล้วทำยังไงกับค่าใช้จ่ายในช่วงนั้น?

“ต้องยอมรับว่ามันก็ยากแหละแต่ทีนี้ตัวผมเองเป็นคนง่ายๆไม่ต้องมีอะไรเยอะแล้วช่วงที่ผมResearchก็ไม่ได้อะไรมากมีมอเตอร์ไซด์คันนึงผมก็ขี่ทำResearchข้อมูลได้อยู่แล้ว นอนเต็นท์ก็นอนได้ ชีวิตปกติผมไม่จำเป็นต้องนั่งร้านอาหารหรูซึ่งจริงๆแล้วผมดีใจมากที่มีโอกาสได้ลุยๆ เพราะบางเส้นทางสถานที่หรูหราก็ไม่มีเลยธรรมชาติมาและช่วงนั้นผมก็เข้าใจคำว่าพอเพียงอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง”

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงบทเรียนความรักที่ผ่านมาให้อะไรกับ”ปีเตอร์”บ้าง? ซึ่งเจ้าตัวพยามคิดหนักแต่สุดท้ายก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆก่อนเผยว่า “เป็นคำถามที่ตอบยากมากแต่บทเรียนหนึ่งอย่างที่ได้รับก็คือในทุกเรื่องราวไม่ว่าจะเลวร้ายหรือแย่แค่ไหนก็มักจะมีมุมที่ดีๆครับ”

 

 

 

keyboard_arrow_up