อะไรที่ชัดมากยิ่งลบยาก เบสท์-ณัฐสิทธิ์ พิสูจน์งานด้านแสดง ไม่ได้ปังแค่พระเอก MV

เบสท์-ณัฐสิทธิ์
เบสท์-ณัฐสิทธิ์

แถลงข่าวเปิดตัว “เปรมิกาป่าราบ” ภาพยนตร์แนวตลก-สยองขวัญ ฝีมือผู้กำกับ ตือ-ศิวกร จารุพงศา ผลงานล่าสุดจาก ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม สตูดิโอ ผู้เคยสร้างภาพยนตร์ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ ไปแล้วเรียบร้อยที่เอสพลานาด รัชดา

นอกจากในภาพยนตร์เปรมิกาป่าราบ แฟนหนังจะได้ชมฝีมือนักแสดง อาทิ จีน่า ดี, โอ๊ต-ปราโมทย์ ปราทาน, ซุง กิดากร แล้ว อีกหนึ่งนักแสดงหลักขวัญใจสาวๆ ในเรื่องที่มีเหล่าแฟนคลับจัดเข้ากรุ๊ปโอปป้าเมืองไทย นามว่า เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ ดีเจและนักแสดงหนุ่มวัย 24 ปี ก็ได้มานั่งพูดคุยอัพเดทชีวิต ผลงานภาพยนตร์ และผลงานที่กำลังคิดจะเริ่มทำให้ แพรวดอทคอม ได้ฟังอีกด้วย

ปัจจุบันเบสท์รับหน้าที่เป็นดีเจอยู่ที่คลื่น 95.5 Virgin Hitz (Hitz Wake up) เริ่มมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “ตั้งวง” ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักแสดงชายสมทบยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ปี 2556 จนกระทั่งชื่อเสียงมาโด่งดัง เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งติดลิสต์รายชื่อหนุ่มป๊อปขวัญใจสาวๆ จากการเป็นพระเอกเอ็มวี “อ้าว” ของ อะตอม-ชนกันต์เมื่อปี 2559 ในปีนี้เบสท์มีผลงานหลากหลายขึ้นทั้งซีรีส์ เช่น Love songs Love series, ซิงเกิลเพลงเดี่ยว (ลองดี), งานคอนเสิร์ตต่างๆ, งานโฆษณา รวมถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่ เปรมิกาป่าราบ วันนี้แพรวดอทคอมจึงขอพาไปนั่งพูดคุยทำความรู้จักกับ เบสท์-ณัฐสิทธิ์ กันมากขึ้น ใครที่ชอบคนรุ่นใหม่ ไม่หยุดพัฒนาตัวเองต้องชื่นชอบเขากันแน่นอน

พูดถึงผลงานล่าสุด ภาพยนตร์เรื่อง เปรมิกาป่าราบ เบสท์เข้ามารับผลงานนี้ได้อย่างไร

เบสท์: เริ่มจากพี่ตือ (ศิวกร จารุพงศา) ผู้กำกับเรียกผมมาแคสต์ครับ เขาเห็นว่าเราน่าจะเล่นได้มั้ง เลยเรียกมาคุย เล่าเรื่องหนังให้ฟัง แล้วก็ลองให้เราแคสต์เป็นตัวละครที่ชื่อว่า “ตุน” ครับ จริงๆ ผมได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดแล้ว มันก็มีความน่าสนใจในตัวของตุนอ่ะนะครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ทำให้เราได้รับบทบาทที่เราไม่เคยเล่นบ้าง ยังไม่เคยเจอบ้าง มันเหมือนเป็นการท้าทายตัวเองในการเล่นบทนี้ ก็เลยรู้สึกว่าเออน่าเล่นตั้งแต่ตอนแรกที่อ่านบท

บทบาทตัวละคร “ตุน” ตรงกับตัวตนของเบสท์เลยหรือเปล่า 

เบสท์: จริงๆ ก็ไม่ได้ตรงแบบร้อยเปอร์เซ็นนะครับ ผมว่ามันมีแค่บางเสี้ยวที่มันตรงมากกว่า อย่างเช่น ตุนเป็นนักร้อง แต่ในเรื่องตุนดังมาก แล้วตุนร้องวงร็อค แต่ของผมก็เป็นนักร้องเฉยๆ ที่ทำหน้าที่ร้องเพลงแล้วก็ไม่ได้ร้องเพลงร็อค ส่วนคาแร็คเตอร์ของตุนก็น่าจะเป็นคนที่เงียบๆ เก็บความรู้สึก ซึ่งจริงๆ ผมก็มีอีกมุมแบบนั้นอยู่จะมีความใกล้กัน แต่ตุนจะเงียบไปเลย ส่วนผมจะเงียบในบางอารมณ์มากกว่า จริงๆ เป็นคนพูดมาก ก็ใกล้เคียงกันนิดนึง พยายามหยิบอะไรจากเราไปใช้ในตัวละครบ้างอย่างนี้ครับ

ได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ พี่ๆ นักแสดงในเรื่อง บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

เบสท์: จริงๆ ก็สนุกนะ เหมือนพออยู่ด้วยกัน มันเหมือนเป็นคณะตลกมากกว่า (หัวเราะ) แต่ละคนมีมุก มีจังหวะเป็นของตัวเองหมดเลย พออยู่ด้วยกันมันเลยเกิดความสนุกขึ้นในกอง ผมว่าตรงนี้มันคือข้อดีมากๆ เลย มันเหมือนเป็นการเวิร์คช็อปหลังกองถ่าย สมมติเราเบรกกองอยู่ ก็จะมีการพูดคุยกันเหมือนเป็นการเวิร์คช็อปในตัวเพื่อให้ตัวนักแสดงสนิทกัน พอเล่นออกมามันจะมีความเป็นธรรมชาติเกิดขึ้น ผมว่าตรงนี้มันทำให้หนังหรือว่าภาพที่เห็นออกมาน่าดู เป็นธรรมชาติมากๆ

ปกติเป็นคนที่ร้องเพลงอยู่แล้ว ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ต้องร้องเพลงด้วยแต่เป็นแนวร็อคต่างจากชีวิตจริง

เบสท์: เพลงที่อยู่ในหนังมันไม่ร็อค 100% อ่ะครับ สมมติมีวงร็อควงหนึ่ง เขาจะมีพาร์ทอะคูสติกเวอร์ชั่น ผมก็จะร้องอะคูสติกเวอร์ชั่นอันนั้น ซึ่งไม่ใช่ร็อคจ๋าเลย แต่จริงๆ โดยพื้นฐานของวงผมในเรื่องชื่อว่า The Youth (เดอะ ยูธ) มันเป็นวงร็อค แต่ในหนังเขาหยิบแค่พาร์ทอะคูสติกมาใช้

มาเล่นหนังสยองขวัญแบบนี้ เป็นคนกลัวผี หรือเคยเจอเหตุการณ์สยองขวัญกับตัวไหม

เบสท์: เป็นคนไม่ค่อยกลัวนะ มันกลัวแหละแต่ไม่เชื่อดีกว่า เพราะยังไม่เคยเจอจริงๆ จังๆ อ่ะครับ แล้วก็ไม่เคยมีเซ้นส์เลย ไม่ค่อยมี ถ้ามีก็แค่เป็นเรื่องเล่าจากพี่ผมมากกว่า ที่เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เล่าได้ใช่ไหมครับ (หัวเราะ) คือตอนนั้นเป็นช่วงที่คุณตาเพิ่งเสียชีวิต แล้วพี่สาวผมอยู่บ้าน บ้านผมจะมีชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ตาเดินไม่ไหวจะอยู่ชั้น 1 พี่ผมก็ทำการบ้านอยู่ชั้น 1 อย่างนี้ แล้วเขาจะนั่งเก้าอี้ประจำของเขา ในวันที่พี่สาวผมทำการบ้านอยู่ดึกๆ ตาจะชอบเคาะโต๊ะให้ขึ้นไปนอนได้แล้วเพราะเขาพูดไม่ได้ หลังจากที่เขาเสียประมาณอาทิตย์นึง พี่สาวผมก็นั่งทำงานปกติ สักพักนึงพี่สาวบอกว่ามีลมพัดเข้ามาในบ้าน แล้วก็มีเสียงรองเท้าลากๆ หน้าบ้าน ซึ่งในซอย บ้านผมเป็นหลังสุดท้าย แล้วเป็นซอยตัน ก็เลยงงว่าใครเดินเข้ามา สักพักนึงมีกลิ่นบุหรี่ลอยมา พี่สาวผมเดาว่าเป็นตาน่าจะมา สักพักนึงมีเสียงเคาะ ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! (ทำเสียงเคาะประกอบ) พี่ผมก็โกยแล้วรีบขึ้นไปเลย มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าใกล้ตัวมากที่สุด

รู้สึกกดดันไหมว่า คนจะชอบหรือไม่ชอบผลงานภาพยนตร์ล่าสุดนี้

เบสท์: จริงๆ ก็ไม่ได้กดดันนะ ผมรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่ของเราได้โอเคที่สุดแล้วแหละ สุดท้ายความชอบมันขึ้นอยู่กับรสนิยมอ่ะ ผมก็ไม่กล้าบอกว่า สิ่งที่ผมทำไป มันจะทำให้คนดูชอบหรือไม่ชอบ เพราะไม่ได้คาดหวังกับตรงนั้นเลย แค่อยากให้เขาเข้ามาดู แล้วคอมเมนต์กันด้วยเหตุผลมากกว่าว่า ไม่ชอบเพราะอะไร ชอบเพราะอะไร เราจะได้เอาส่วนที่เขาคอมเมนต์ไปปรับปรุง ผมว่ามันถกเถียงกันได้แต่ไม่สามารถถมถุยกันได้ อยากให้พูดกันด้วยเหตุผลมากกว่า คือไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ขอแค่มาคอนเมนต์ๆๆ ยิ่งเยอะยิ่งดี ผมรู้สึกว่ามันทำให้เห็นตัวเรามากขึ้นด้วยว่า เราทำอะไรลงไปบ้าง

ปีนี้มีผลงานเยอะมากต่างจากปีที่ผ่านๆ มา เพราะมีทั้งผลงานด้านงานแสดง เพลง มองว่าเป็นปีทองของเบสท์ได้ไหม

เบสท์: อืม…เป็นปีทองแดงได้ไหมยังไม่ถึงทอง (หัวเราะ) มันก็มีงานมาเรื่อยๆ อยู่ประมาณนึงแล้วครับ ก็เรียกว่าเป็นปีทองก็ได้ครับ ถ้านับตั้งแต่ที่ทำงานมาครับ (หัวเราะ)

กลุ่มแฟนคลับส่วนใหญ่เป็นแนวไหน มีแนวเพิ่มเติมจากเดิมไหม

เบสท์: ส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้องๆ มัธยมเท่าที่เห็นนะครับ เวลาไปโรงเรียนก็จะเห็นฟีดแบคจากน้องๆ เขาเยอะ แต่ถ้าเกิดไปที่มีผู้ใหญ่เยอะหน่อย คนก็จะเห็นเราแหละ แต่ความเป็นผู้ใหญ่ของเขาก็จะมีความแบบคีพๆ ตัวเอง เราก็ไม่รู้แหละ ยังไงก็ตามก็ขอให้ดูงานของเราต่อไปเรื่อยๆ ก็พอแล้ว (หัวเราะ)

กิจกรรมร้องเพลง Live สด บนเฟสบุ๊กเป็นสิ่งที่แฟนๆ ติดตามเยอะมาก ตอนนี้ยังทำอยู่หรือเปล่า

เบสท์: ตอนนี้ไม่ได้ทำเลยฮะ ตอนนี้แทบจะไม่ได้ทำบนเฟสบุ๊กเลยอ่ะ เพราะว่าบางทีมันเหนื่อย ขี้เกียจ (หัวเราะ) พอทำงานกลับมาเหนื่อยๆ เราก็จะมีความรู้สึกว่า อยากพักอ่ะ อยากนอนมากกว่า

แล้วมีแฟนๆ บ่นคิดถึงไหม

เบสท์: ก็มีนะ ส่วนใหญ่จะทักมาในช่องแมสเสจเยอะมาก เมื่อไหร่จะไลฟ์เฟสบุ๊กอะไรอย่างนี้ครับ ก็จะมีอยู่

ไม่ได้ไลฟ์บนเฟสบุ๊ก แต่แฟนๆ ก็สามารถติดตามเบสท์ร้องเพลงตามคอนเสิร์ตต่างๆ ได้

เบสท์: ใช่ๆ ก็จะมีคอนเสิร์ตบ้างของค่าย ของ Boxx Music เขาจะให้ผมไปเล่น ก็แล้วแต่งานไปครับ

เป็นวงของเราหรือเปล่า

เบสท์: จริงๆ มันไม่ใช่วงฮะ มันเป็นโปรเจ็กต์ที่ผมเข้าไปทำ เป็นโปรเจ็กต์ 4 คน ชื่อว่า MR.Strangers แล้ว 4 คนนี้ก็จะมี แม็กซ์ เจนมานะ, น้องกันต์ ชุณหวัตร, มาร์ค-ธัชพล จุลเกษม และผม มันเป็นโปรเจ็กต์สี่คนที่เล่าเรื่องของตัวเองเท่านั้นเอง มันไม่เชิงวง (เป็นโปรเจ็กต์ที่ทำให้เบสท์มีซิงเกิลเดี่ยวของตัวเองชื่อว่า ลองดี)

แล้วอยากจะมีผลงานเป็นอัลบั้มของเบสท์เองหรือเปล่า

เบสท์: คือตอนแรกผมคิดว่า หลังจากซิงเกิลนี้ผมก็อยากทำซิงเกิลอีก พอมันคิดขั้นต้น แล้วพอคิดต่อไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเริ่มอยากทำอัลบั้ม อัลบั้มสัก 6-7 เพลงอย่างนี้ เพราะว่าเวลาออกไปเล่นคอนเสิร์ตที่อื่น ผมรู้สึกอยากร้องเพลงตัวเองบ้าง อยากให้คนที่มาดูเราร้องเพลงเรา เราอยากเห็นมุมนั้น มันน่าจะเป็นอะไรที่มีความสุขที่เวลาเห็นคนร้องเพลงเราได้ (ยิ้ม)

ในภาพยนตร์เปรมิกาป่าราบก็มีเพลงที่เบสท์ได้ร้องด้วย

เบสท์: ใช่ๆ ในหนังก็มี ซึ่งเป็นเพลงของวง The Youth ได้พี่สิงโต นำโชค กับพี่ตั้ม โมโนโทนมาแต่งให้ ผมก็ร้องเลย เพราะด้วย เพราะจริงๆ ครับ ชื่อเพลง “อาจเพราะ” หมายถึงอาจจะเพราะนะครับ (หัวเราะ) (มีแซวเล่นอีก)

เนื้อหาเพลงอาจเพราะเป็นยังไง

เบสท์: มันก็พูดถึงตัว ตุน ค่อนข้างมากเลยนะ ตุนเป็นคนไม่ค่อยพูด เก็บความรู้สึก ถ้ารู้สึกอะไรก็จะเก็บไว้ รู้สึกดีก็เก็บไว้ รู้สึกไม่ดีก็จะเก็บไว้ มันก็เลยถูกทำออกมาเป็นเพลงนี้ เพลงนี้ก็จะพูดกับเพื่อน กับทุกคน เหมือนกับว่าเราไม่แน่ใจในบางอย่าง ถ้าพูดออกไปดีหรือเปล่า เราขอเก็บไว้ดีกว่า ซึ่งเพลงก็จะเล่าความเป็นตุนแบบ 100% มากๆ

เรียนด้านภาพยนตร์ แล้วมาเล่นภาพยนตร์มีการปรับสิ่งที่เรียนเข้ากับการทำงานอย่างไร (เบสท์จบการศึกษาเอกภาพยนตร์ สาขาออกแบบเพื่องานภาพยนตร์จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)

เบสท์: จริงๆ มันก็ช่วยเยอะนะ ผมรู้สึกว่ามันช่วยเรื่องมุมกล้อง เราเข้าใจภาษาภาพยนตร์มากขึ้น เราเข้าใจวิธีการที่จะทำกับภาพยนตร์ว่ามันเป็นประมาณไหน หรือว่าเรื่องของรายละเอียด เช่น วิธีการ Continued ตัวเอง การแสดงครั้งแรกเราก็จะรู้เพราะเราเคยเรียนมา มันก็ช่วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ เรื่องมุมกล้องที่เราจะต้องรู้ว่ากล้องอยู่ตรงนั้น เราอยู่ตรงนี้ถึงจะเห็น ห้ามบังบล็อกกิ้งกัน ก็จะช่วยเยอะครับ

เรื่องนี้จะเห็นภาพเบสท์ในมุมที่แตกต่าง เห็นว่าเป็นมุมดาร์กๆ 

เบสท์: มันก็ไม่เชิงดาร์กมากนะ ถ้าได้ฟังเพลง (อาจเพราะ) จะเข้าใจตุนมากๆ มันไม่ดาร์กอ่ะ มันจะเป็นจุดพีคในหนังที่ทุกคนดูแล้วน่าจะช็อคมากเลยอ่ะ เพราะว่าวันที่กองฯ ถ่ายซีนสำคัญซีนนั้น มันก็ช็อคนะที่เห็นผมในวันนั้น มันไม่ดาร์กอ่ะ ผมว่าเซอร์ไพร้ส์มากกว่า แล้วก็น่าจะช็อคไปเลย แล้วก็อาจจะบอกว่าผมเล่นอย่างนี้ก็ดีนะ (หัวเราะ)

ที่ผ่านมาการแสดงของเบสท์ส่วนใหญ่จะเป็นแนววัยรุ่น มีบทไหนที่อยากเล่นในมุมที่โตขึ้นไหม

เบสท์: จริงๆ ผมอยากเล่นทุกบทเลยนะ อยากเล่นอะไรก็ได้ที่ขอให้ได้เล่น เพราะรู้สึกว่ามันได้เจอคน หมายถึงว่าการที่เราได้ไปเป็นตัวละครใดตัวละครหนึ่ง มันเหมือนกับเราได้เจอคนๆ นั้น เราได้เจอคนใหม่ๆ เราได้เรียนรู้จากตัวละครนั้น แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรจากบท ผมว่าผมไม่เคยคิดว่าเราอยากเล่นอันนี้ๆ ผมแค่รู้สึกว่าผมอยากเล่นทั้งหมด มันเหมือนทำให้เรามีประสบการณ์ที่มากขึ้น เราก็เก็บสะสมๆ ไป มันเหมือนกับการเรียนรู้อ่ะ

ปีนี้ตารางงานค่อนข้างแน่น กิจกรรมในวันหนึ่งเมื่อว่างทำอะไรบ้าง

เบสท์: กิจกรรมวันหนึ่งใช่ไหมครับ ถ้าว่างใช่มะ ถ้าว่างจริงๆ บางวันผมก็เตะบอล แต่ถ้าเพื่อนว่างด้วยกันก็จะชวนไปถ่ายรูปกัน ส่วนใหญ่จะถ่ายรูปครับ ถ่ายรูป เตะบอล ปาร์ตี้ แล้วก็จะมีเล่นกีต้าร์ฮะ เดี๋ยวนี้ผมจะคุยเรื่องเพลงเยอะมาก เพราะว่ากำลังจะทำเพลง เพลงใหม่ของตัวเองยังไม่ได้เริ่ม แต่กำลังจะทำครับ

ส่วนใหญ่คนจะจำเบสท์ในบทบาทพระเอกเอ็มวี อ้าว ของอะตอม จนตอนนี้ผ่านมามีผลงานแสดงมากขึ้น ยังมีคนพูดเราในมุมนั้นอยู่หรือเปล่า

เบสท์: ก็ยังมีพูดถึงนะครับ เขาจะเรียกว่า “เบสท์อ้าว” ครับ เราก็รู้สึกดีที่เขาจำเราได้แหละ แต่พออะไรก็ตามที่มันชัดมากๆ อ่ะ มันยิ่งทำให้ลบยาก บางทีคนจะจำภาพว่าเราเป็นแบบนั้นไปเลย หรือคิดว่าเราเป็นแบบนั้นไปเลย ผมก็เลยต้องพยายามทำอะไรบางอย่างที่ให้เขารู้ว่า เราก็มีอะไรอีกหลายๆ มุมที่อยากให้คนอื่นเห็นด้วย ก็พยายามจะทำให้เขารู้อย่างเช่น ถ่ายรูป เตะบอลได้นะ หรือทำอะไรอย่างอื่นให้เขาเห็นนอกเหนือจากนี้

ใกล้ปีใหม่แล้ว มีแพลนจะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า

เบสท์: ไม่มีเลยครับ ปกติผมจะไปเที่ยวปีใหม่กับที่บ้านทุกปีเลยตั้งแต่เด็ก แต่ปีนี้แปลก ไม่ได้วางแพลนเลยเพราะว่าที่บ้านเขากลัวว่าผมจะไม่ว่าง ก็เลยยังไม่วางแพลนดีกว่า เพราะปีที่แล้วก็ไม่ว่างเลยไม่ได้ไป คิดว่าปีที่แล้วกับปีนี้ไม่ได้ไปก็เลยไม่มีแพลน อ้อ ปีใหม่นี้ต้องเดินสายโปรโมตภาพยนตร์เรื่องเปรมิกาป่าราบครับ (หัวเราะ)

มองภาพตัวเองต่อจากนี้อยากให้คนจำอันไหนมากกว่ากันระหว่างงานด้านเพลงกับงานแสดง

เบสท์: ผมโอเคหมดเลยครับ (หัวเราะ) ใครจะมองเราจากมุมไหน ผมโอเคแล้ว แค่มองเห็นก็รู้สึกว่าโอเคแล้ว ดีกว่าไม่เห็นอะไร ก็แล้วแต่เขาเลยครับ ผมได้หมดแต่ขอให้มองพอ จะมุมไหนก็ได้ (หัวเราะ)

ถามถึงครอบครัวบ้าง อย่างเบสท์มาทำงานอย่างนี้ ท่านให้กำลังใจอย่างไรบ้าง

เบสท์: ครับ พ่อแม่ผมเขาเป็นคนปากแข็ง เขาจะไม่ค่อยแบบเป็นอย่างไรบ้างลูก เหนื่อยไหม เขาจะแบบมึงเหนื่อยปะเนี่ย ไม่ต้องหักโหมรู้ไหม เขาจะพูดแบบอ้อมๆ เช่น เราไม่ค่อยมีเวลาไปกินข้าวใช่ไหม เขาจะกลับบ้านก็จะถามกินข้าวหรือยังอะ ไปกินด้วยกันไหม ตรงนี้เอง บ้านผมจะไม่ค่อยหวานอ่ะ แต่รู้ว่าเป็นห่วงกัน คืออยู่กันเหมือนเพื่อนมากๆ ผมเรียกแม่ว่า ฉัน เธอ คุยกับแม่ว่าฉันกับเธอ เรียกพ่อว่าป๊า แต่จะสนิทกับแม่มากๆ ก็จะมีความเป็นเพื่อนสูง แล้วมีอะไรผมจะคุยกับแม่เยอะ มีอะไรก็จะเล่าให้แม่ฟังอย่าง ปัญหาชีวิต เกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างนี้ครับ

ส่วนใหญ่คนมองว่าเบสท์เป็นคนสนุก เฮฮา ปกติเป็นคนนิสัยอย่างไร

เบสท์: ผมมีหลายอารมณ์มากเลย อยู่ที่ว่าเราจะไปเจออะไร มันหาตัวเองยากนะว่าเราเป็นคนยังไง ถ้าเอาจากที่คนอื่นเขาบอกว่าเราเป็น เขาจะบอกว่าเราเป็นคนสนุก ตลก กวนตีนอย่างนี้ครับ แต่จริงๆ ลึกๆ ผมเป็นคนคิดมาก เป็นคนคิดเยอะ มองอะไรก็เครียดไปหมด ผมจะเซ้นซิทีฟกับเรื่องแม่ พี่น้อง ความรัก และการตาย ผมไม่ชอบเห็นการตาย เวลาเห็นคนอื่นสมมติเห็นคนนั้นตาย ญาติเขาร้องไห้ ผมไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ผมก็จะร้องไห้ ผมไม่ชอบเห็นเหตุการณ์ที่แยก การจากไปเลย ไม่ชอบ เห็นแล้วมันรู้สึกสะเทือนใจ ดูอ่อนแอเนอะ (หัวเราะ)

วางแผนอยากจะทำอะไรเพิ่มอีกไหม

เบสท์: จริงๆ ผมก็อยากทำเบื้องหลังนะ อยากลองทำเบื้องหลัง คือก็อยากลองกำกับเพราะว่าเรียนมาแล้วอยากใช้ มันเป็นความฝันด้วยมั้ง ก็เรามาเรียนด้านภาพยนตร์ เพราะว่าเราอยากทำงานภาพยนตร์ด้วยแหละ ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นนักแสดง ก็คิดว่าถ้าวันนึงถึงช่วงหมดอายุการใช้งานในฐานะนักแสดง ก็คิดว่าจะไปกำกับ แล้วก็มีร้านอาหารเป็นของตัวเอง ดูฮิปสเตอร์มากเลยอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็พยายามจะทำเบื้องหลังแล้วนะ ก็มีไปจีบๆ ผู้กำกับ แบบพี่ครับ ผมอยากทำผู้ช่วยก่อนก็ได้ ผู้ช่วยสองก็ได้ ไม่เอาตังก็ได้ครับ แค่อยากทำ คุยกับเพื่อนที่เป็นศิลปินเหมือนกัน เออเดี๋ยวช่วยกำกับให้ไหม เขาก็อยากได้อย่างนู่น ผมก็เสนอไป เขาก็ชอบ ผมก็กำลังรอวันที่จะทำ

สุดท้ายนี้ฝากผลงานล่าสุดเรื่องเปรมิกาป่าราบนี้หน่อย แฟนๆ จะได้เห็นเบสท์ที่พิเศษแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง

เบสท์: ส่วนตัวผมอ่านบทเรื่องนี้ มันสนุกนะ ถ้าไม่สนุก พี่โอ๊ต (ปราโมทย์ ปราทาน) คงไม่มารับเล่น หรือว่าใครก็ตามคงไม่มารับเล่น แล้วก็อย่าคาดหวังอะไรทั้งนั้น แต่ผมเชื่อว่าการไม่คาดหวังมันจะได้รับอะไรกลับไปเต็มร้อยอ่ะ มันมีทั้งความสนุกที่ผมคิดว่าทุกคนน่าจะชอบ มันมีพาร์ทดราม่าที่น่าจะทำให้ทุกคนเสียน้ำตาได้ มีความสยองขวัญที่จะทำให้ทุกคนปิดตาได้ มันมีทุกอารมณ์หมดเลย อยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ ว่าหนังที่เขาบอกว่าเป็นรูปแบบใหม่คืออะไร เพราะว่ารูปแบบใหม่ที่แต่ละคนเขาบอกกันก็อาจจะไม่เหมือนกัน คุณอาจจะเคยเห็นสิ่งใหม่อันนั้นแล้ว อันนี้อาจจะแตกต่างกัน ก็อยากให้ลองพิสูจน์แล้วมาคอมเมนต์กันได้เลย เดี๋ยวนี้มันง่ายต่อการพูดถึงหนังเรื่องนี้มาก ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ แล้วด้วยเหตุผล ชอบก็บอกว่าชอบ แล้วก็อยากให้ชวนทุกคนมาดูกันอีกเยอะๆ แต่ผมมั่นใจว่าน่าจะชอบนะ เพราะ Trailer ผมออกมา รู้สึกว่าจะชอบมากๆ แล้วก็อยากให้ไปดูเพลงด้วย ดูน้องจีน่า ในเรื่องร้องเพลงเพราะมาก เพลงที่พี่สิงโตแต่งก็เพราะมากๆ คุณได้หลายอย่างจากหนังเรื่องนี้มากเลยนะ ก็เลยอยากให้ทุกคนไปดูกัน 28 ธันวาคมนี้ครับ

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: MyoDuangporn

keyboard_arrow_up