อาหลอง เคลื่อนไหวหลังสาวไทยในเนเธอร์แลนด์แฉข้ามทวีป ถูกหลอกใช้งาน!

หลอกใช้แล้วถีบหัวส่ง ผู้ประสานงานไทยในเนเธอร์แลนด์แฉข้ามทวีป ละครทิวลิปทอง ของ อาหลอง -ฉลอง ภักดีวิจิตร ทำเธอถูกเจ้าของฟาร์มดอกไม้และเจ้าของรถบิ๊กไบค์ตำหนิและเรียกชำระเงินค่าแทน หลังกองละครของผู้กำกับสร้างความเสียหายไว้แล้วชิ่งกลับเมืองไทย

อาหลอง -ฉลอง ภักดีวิจิตร

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเรื่องฉาวในวงการบันเทิงเมื่อไทย เมื่อผู้กำกับรุ่นเก๋า อาหลอง – ฉลอง ภักดีวิจิตร ตำนานละครบู๊ของเมืองไทย เจ้าของสโลแกน “ระเบิดภูเขา เผากระท่อม” เจอวิจารณ์เละ หลังผู้ใช้ Facebook นามว่า จีรนุช กิ๊ฟช๊อป ออกมาเปิดเผยว่าเธอถูกบรรดาเจ้าของฟาร์มทิวลิปและเจ้าของรถบิ๊กไบค์ตำหนิ และเรียกชำระเงินค่าเสียหายจากการที่กองละครของผู้กำกับดังสร้างไว้ ภายหลังจากขนดาราและทีมงานมาถ่ายทำในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดย จีรนุช กิ๊ฟช๊อป เปิดเผยผ่าน Live Facebookของเธอ โดยบอกว่าก่อนที่กองจะเดินทางมาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ไม่นาน เธอได้รับการติดต่อจากทีมงานคนหนึ่ง ซึ่งเล่าให้เธอฟังว่าได้ติดต่อกับเอเจนซี่รายหนึ่งให้มาประสานงานเกี่ยวกับการถ่ายทำในเนเธอร์แลนด์ ปรากฏว่ามีการเรียกค่าใช้จ่ายจำนวน 10 ล้านบาท ทว่าทีมงานอ้างว่ากองถ่ายมีงบเพียงแค่4ล้าน ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าวรับปากจะเป็นประสานงานแทนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย อาทิ ใบขออนุญาตถ่ายทำ,ใบอนุญาตพกปืน,โลเกชั่น,เช่ารถรวมถึงอาหารของนักแสดงและทีมงาน โดยมีหนังสืออย่างถูกต้อง แต่มีข้อแม้ต้องให้เครดิตและโปรโมทสินค้าของเธอและผู้ที่อำนวยความสะดวก ทว่าทันทีที่ทิวลิปทองออกอากาศได้เกิดเรื่องขึ้นเมื่อเธออ้างว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามข้อตกลง อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องยังปฏิเสธการติดต่อด้วยการบล็อกทุกช่องทางการสื่อสารทำให้ต้องออกมาเปิดใจผ่านเฟซบุ๊ค โดยมีการตัดพ้อทีมงานว่า “เสียดายวันเวลาดีที่น่าจดจำ แต่กลับเป็นเวลาอันแสนเจ็บปวด ที่รู้ว่าเขาแค่หลอกใช้และถีบหัวส่ง”

อาหลอง และนักแสดงนำละครเรื่องทิวลิปทอง

จากข่าวนี้เองล่าสุด อาหลอง – ฉลอง ภักดีวิจิตร ผู้จัดและผู้กำกับละครเรื่องดังกล่าวได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านสื่อปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริงเลย พร้อมยืนยันว่าโลโก้เครดิตที่รับปากไว้นั้นตนก็ลงให้ครบ ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้กำกับรุ่นเก๋ายังกล่าวต่อว่าตอนที่อีกฝั่งตั้งบู๊ทขายปลาร้า มาขอดาราในกอง ให้ไปถ่ายรูปโปรโมทก็ไม่เคยพูดอะไรเลยเต็มใจช่วย เพราะถือว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

อย่างไรก็ตามในผู้กำกับดังได้กล่าวว่าเรื่องนี้อาจจะมีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพราะตนเองก็มั่นใจว่าตนทำอะไรก็มีเอกสารหลักฐานเช่นกัน และกับข่าวที่ออกมาก็สร้างความเสียหาย ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สำหรับบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป และคาดว่าน่าจะเป็นมหากาพย์ที่ยาวอีกเรื่องนึงของวงการบันเทิงเมืองไทยด้วย

keyboard_arrow_up