พลาดแม้กระทั่งรดน้ำศพ แพทตี้ เศร้าไม่ได้อยู่ดูใจพ่อครั้งสุดท้าย

แพทตี้ -อังศุมาลิน เดินทางมาเคารพศพคุณพ่อกิตติ์ธเนศ สิรภัทรศักดิ์เมธา เป็นครั้งแรกภายหลังจากเดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยนักแสดงสาวเปิดใจทั้งน้ำตาพร้อมเผยว่าก่อนเดินทางไปต่างประเทศคุณพ่อสัญญาว่าจะรอ

แพทตี้ -อังศุมาลิน

นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว สิรภัทรศักดิ์เมธา เลยทีเดียว เมื่อคุณพ่อกิตติ์ธเนศ วัย 65 ปี บิดาของนักแสดงสาวหน้าใสแพทตี้ -อังศุมาลิน เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งในขณะนั้นดาราสาวได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเธอจึงกลับมาดูใจคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายไม่ทัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2560 ที่วัดศรีเอี่ยม แพทตี้ ได้ทางมากราบคุณพ่อเป็นครั้งแรกภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเธอได้เผยความรู้สึกและเหตุการณ์ต่างๆทั้งน้ำตา โดยกล่าวว่า “ทางครอบครัวเพิ่งจะทราบว่าคุณพ่อป่วยเมื่อช่วงประมาณต้นปี จากนั้นเราก็รักษากันมาเรื่อยๆ แต่พอถึงเมื่อช่วงประมาณต้นเดือนที่ผ่านมาคุณพ่อก็เริ่มมีอาการอื่นๆ ให้เห็นเช่น ท้องอืด ตัวเหลือง ไม่มีแรง ตอนนั้นเราก็รีบพาท่านไปส่งโรงพยาบาลและก็ให้ท่านอยู่ใกล้หมอ จนถึงวันที่ 6 ตัวหนูเองก็เดินทางไปญี่ปุ่น คือตอนแรกเหมือนว่าอาการของคุณพ่อจะดีขึ้น เพราะคุณหมอเขาได้ส่องกล้องและก็ผ่าตัดเล็กนิดหน่อย แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานก่อนที่หนูจะต้องเดินทางไปคุณพ่อก็ค่อยๆ ทรุดลง”

“ซึ่งก่อนที่จะเดินทางหนูก็ได้คุยกับพ่อ (ร้องไห้) ก็… คือเหมือนจริงๆ เราก็ทราบ เพราะก่อนที่จะไปคุณพ่อก็ทรุดประมาณหนึ่งแล้ว และจริงๆ ตอนนั้นก็ได้คุยกับคุณพ่อแล้วแหละ คือเราได้บอกแกทุกอย่างในสิ่งที่เราอยากบอก (ร้องไห้) พยายามบอกกับท่านทุกอย่างเพราะกลัวเหมือนกันว่าจะกลับมาไม่ทัน ช่วงที่อยู่ที่นั่นหนูก็วิดีโอคอลกับท่านทุกวัน แต่ว่าคุยได้แค่นิดเดียวเพราะว่าคุณพ่อจะเหนื่อย ซึ่งช่วงที่คุณพ่อเสียช่วงนั้นจริงๆ ทางบ้านจะมีกรุ๊ปแชทที่ตั้งเอาไว้เพื่อคุยกันในครอบครัว แต่ว่าวันนั้นทุกคนเงียบมาก เหมือนทุกคนไม่กล้าบอก เพราะปกติหนูจะถามทุกวันว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง จากนั้นหนูก็เลยตัดสินใจโทรไปหาถึงได้ทราบว่าคุณพ่อจากไปแล้ว”แพทตี้กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตามนักแสดงสาวยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วค่ะ เพราะเขาก็จ้างเราไปทำงาน เราก็ต้องให้เต็มที่เท่าที่เราจะทำได้ แต่ก็ไม่ทันได้มารดน้ำศพคุณพ่อเพราะพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืน และเดินทางมาวันนี้วันแรก สำหรับสภาพจิตใจนั้นทุกคนตอนนี้ก็คงเหมือนกันหมด แต่เราทุกคนพยายามทำให้พ่อมีความสุขที่สุด และเราเองก็เชื่อว่าคุณพ่อได้สู้แล้วเต็มที่จริงๆ ตอนนี้คุณพ่อก็คงได้ไปอยู่ในที่สบายไม่ต้องทรมานแล้ว”

keyboard_arrow_up