คุยกับ ‘ฌอห์ณ พระเอกนักออกแบบชีวิต สุภาพบุรุษจินดาโชติ

 

กำลังตกเป็นข่าวกับสาวเอสเธอร์ อดีตคู่จิ้นที่เคยเล่นละครคู่กันจนดังระเบิด มาวันนี้กระแสของหนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ กับสาวเอสเธอร์ ก็ดูจะไม่เหมือนเดิมแล้ว จะด้วยเพราะความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป หรือกระแสข่าวใดๆ ก็ตาม วันนี้แพรวดอทคอม ขอย้อนเวลากลับไปอ่านบทสัมภาษณ์Exclusive Talk ที่เคยได้พูดคุยกับหนุ่มคนนี้(บทสัมภาษณ์เมื่อ 22 มิถุนายน 2558) ทุกแง่มุมทุกเรื่องที่เขาเปิดใจ รวมถึงการยอมเปิดปากพูดถึงอดีตคู่จิ้นเอาไว้ ใครที่เป็นแฟนคลับเคยลุ้นให้ทั้งคู่จิ้นกันจริงๆ คงเสียดายกันหนักมากเลยล่ะ

ฌอห์ณเริ่มเข้าวงการมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ฌอห์ณ : ตั้งแต่อายุ 17 ครับ งานแรกก็คือ เล่นละครเรื่องหินกลิ้ง เป็นพี่คิง – สมจริง ศรีสุภาพครับที่ชวนมาเล่น จำได้ว่าตอนนั้นไปทำงานกับพี่พลอย ไปแคสงานๆ นึง อยู่ดีๆ เทปนั้นที่ถ่ายก็ไปปอยู่ที่มือพี่คิง เขาเลยเรียกผมมาเล่นละครเรื่องนี้ด้วย

จริงๆ ก็เข้าวงการมานานแล้วเหมือนกัน แต่มาเปรี้ยงมากก็ช่วงที่เล่นละครเรื่องเลห์่รตี

ฌอห์ณ : ใช่ครับ ตอนนี้จะ 27 แล้วก็ทำงานในวงการบันเทิงมาหลายปีเหมือนกัน จนมาได้เล่นละครกับทางเอ็กแซ็กท์ครั้งแรก และได้เป็นพระเอกด้วย

chon1ฟีตแบคหลังจากละครจบไปแล้ว ดังถล่มทลายมาก รู้สึกอย่างไรบ้าง

ฌอห์ณ : ทุกวันนี้ผมก็ยังตกใจอยู่ทุกวันนะครับ จะไปกินข้าวอะไรมันก็ลำบากยิ่งขึ้น แต่มันเป็นความรู้สึกจริงๆ มันก็ดีแหละ เราทำงานมานาน เราก็พยายามเรียนรู้และเราก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตลอด แต่ก็ไม่ได้คิดหรอกครับว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน เราก็แค่ทำในสิ่งที่โอกาสมีมาให้ทำ แต่พอบทคุณเสกข์มาทำให้คนรู้จักเราในวงกว้าง คนเข้ามารู้จักครอบครัวจินดาโชติมากขึ้น คนให้ความสนใจที่จะเสพผลงานที่ผ่านมาของผม รวมถึงผลงานต่อๆ ไป แล้วก็ทุกอย่างที่เราทำอยู่ตอนนี้มันเป็นที่จับจ้องและสนใจทุกขณะมากขึ้น ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เราก็โตขึ้นด้วย รู้จักการวางตัวมากขึ้น

กลายเป็นว่าเรามีคู่จิ้นจากละครเรื่องนี้ ก็คือคือเอสเธอร์

ฌอห์ณ : ก็ไม่คิดนะครับว่าจะมีคู่จิ้น แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง คือช่องวัน เขาไม่ค่อยมีคู่จิ้น ไม่เหมือนกับช่องอื่นๆ แล้วตัวเราทั้งสองคนก็ใหม่กับการเป็นพระ-นาง มาร่วมงานกับทางช่องนี้ครั้งแรกด้วย ก็ไม่ได้มีความคาดหวังว่ามันจะมากมายขนาดนี้ เราแค่รับผิดชอบหน้าที่ของเราครับ ยังคิดอยู่เลยว่า โอ้โห ตอนที่ละครเราออนแอร์ เราเจอคู่แข่งเบอร์ใหญ่ พระ-นางเบอร์ใหญ่ของแต่ละช่อง เราก็ยังหวั่นใจอยู่เลยว่าจะรอดไหมเนี่ยะ (หัวเราะ)

chon12คิดว่าเป็นเพราะอะไรละครเรื่องนี้ถึงเปรี้ยงขึ้นมา

ฌอห์ณ : ผมว่าด้วยเนื้อหามันเป็นสูตรสำเร็จที่คนไทยชอบอยู่แล้ว นางเอกผู้จิตใจดีกับพระเอกปากร้าย กระทำชำเรานางเอกแต่จิตใจหนึ่งเป็นคนอ่อนโยน มันเป็นสูตรสำเร็จที่คนไทยคุ้นเคยครับ แต่ว่าที่เป็นกระแสแรง ผมว่าคู่เราใหม่ด้วยเคมีสองคนนี้มันไม่เคยเห็นมาก่อน ผมว่าข้อดีของผมกับเอสเธอร์ก็คือ ผมเองก็เคยได้ร่วมงานกับหลายช่อง เอสเธอร์ก็ได้ร่วมงานกับช่อง 3 มาก่อน มันเหมือนเรามีของจากทุนเดิมของเรามาปรับเปลี่ยน มาเรียนรู้ที่นี่เพิ่ม ฐานแฟนคลับเอ็กแซ็กท์เขาก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ผมว่าเราเหมือนเคยกินของเดิมๆ แล้วชิน จนได้เจอกับของแปลกใหม่ แล้วรู้สึกว่า เฮ้ย! รสชาติมันดูแปลกตา กระแสรวมกับปากต่อปากมันก็เลยเกิด น่าจะเป็นแบบนั้นแหละครับ

เห็นว่ายังไม่ได้สังกัดค่ายไหน ตอนนี้มีใครมาจีบเข้าสังกัดหรือยัง

ฌอห์ณ : ก็มีงานมาทาบทามครับ แต่ว่า ณ ตอนนี้เราชัดเจนว่าเราเป็นนักแสดงอิสระไปก่อน แต่ก็ให้เกียรติกับทางช่องวันเป็นหลัก เพราะช่องวันทำให้เล่ห์รตีประสบความสำเร็จ ช่องวันเลือกเอาเราเข้ามาเล่น แต่ว่ายังสามารถรับเล่นได้หลายๆ ช่อง แล้วแต่ความเหมาะสมครับ

chon8มองย้อนกลับไปตอนที่ยังไม่เปรี้ยงเท่าปีนี้ วันนั้นเราคาดหวังกับอาชีพนักแสดงอย่างไรบ้าง

ฌอห์ณ : ทุกอย่างยังเหมือนเดิมนะครับ ผมทำงาน ผมไม่ได้ทำเพื่อหวังความโด่งดัง ผมทำเพื่อครอบครัว เพราะผมก็เป็นผู้ชาย จะมาให้พี่สาวทำงานเองอย่างเดียวไม่ได้ ในเมื่อพี่สาวผมแต่งงานมีลูกแล้ว คุณแม่ผมก็เป็นแม่บ้าน ครอบครัวก็มีกันอยู่ 3 คน ดังนั้นคนที่ทำงานค่อนข้างจะหนักก็ต้องเป็นผมละ ผมรู้สึกว่าความใฝ่ฝันของผมนี่มันก็มีอยู่แล้ว จริงๆ ผมอยากทำงานในระบบสายข้าราชการ แต่เมื่อจังหวะชีวิตเรามันเป็นแบบนี้ โอกาสมันมีให้เราขวนขวายมากกว่าคนอื่นก็ทำให้มันดี

ผมไม่ได้คาดหวังความโด่งดัง แค่ทำเพราะรู้สึกว่า ทุกงานที่ทำต้องให้คนที่ว่าจ้างเราไม่ว่าเราได้ ว่าเราไม่เต็มที่มากกว่าครับ หลายอย่างมันสะสมประกอบกันพอดี มันก็เลยทำให้มีวันนี้ขึ้นได้

ตอนนี้ผมเองก็เหมือนเดิมครับ พอเริ่มละครเรื่องใหม่มันก็ต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะมันไม่แน่นอน เราอาจจะคิดว่าเราดังจากเรื่องนั้นแล้ว จะเอามาตรฐานนั้นมาวัดกับเรื่องนี้ก็ไม่ถูก นางเอกก็อีกคน ถึงแม้จะเป็นคู่จิ้นก็จริง แต่เราก็ไม่จำเป็นว่าต้องเล่นกับเอสเธอร์ตลอด เรากลับมาเจอกันได้ แต่เราต่างก็ต้องไปเรียนรู้กับคู่อื่นๆ ด้วย

chon6พูดถึงเรื่องคุณแม่กับพี่สาว ครอบครัวฌอห์ณเป็นครอบครัวสไตล์ไหน

ฌอห์ณ : ผมว่าเหมือนอาดัมส์ แฟมิลี่ เงียบๆ คุยกันน้อย เติบโตกันในแนวทางของตัวเอง คุณแม่เป็นคนเลี้ยงแบบฝรั่ง คือโตที่ต่างแดน ให้ไปเรียนรู้ ให้ไปทำงาน กลับมาจะได้มีมุมมองของตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายอะไร บ้านผมจะไม่ค่อยมีการสัมผัสโอบกอด หอมแก้ม เหมือนบ้านอื่น แต่ถ้ามีอะไรก็เดินเข้ามาคุยกัน การแสดงความรักมากสุดก็คือ สู้ๆ นะ คือแค่นี้ แต่ทุกคนเรารู้กันว่าเราสามคนรักกันมาก แล้วตอนนี้พี่พลอยก็อยู่กับครอบครัวของสามีเขา ผมก็อยู่กับคุณแม่ ซึ่งเราต้องเป็นหลัก ตอนนี้ก็เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวเลยครับ

คุณแม่มีท้วงบ้างหรือเปล่าว่าอยากให้ทำงานราชการ

ฌอห์ณ : จริงๆ คุณแม่ให้อิสระกับผมมากเลยนะ คือเขาบอกว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ทำให้มันดี แต่ตอนนี้ชีวิตมันเบนเข็มเป็นนักแสดง ผมรู้สึกว่าชีวิตมันมาทางนี้แล้ว ก็ทำให้มันเต็มที่ เมื่อวันหนึ่งมันหมดเวลาของเราก็ทำให้คนเขาจำเราได้ว่า เฮ้ยมันเป็นเด็กคุณภาพนะ มันไม่ประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็ไป ถ้าสมมุติว่าวันหนึ่งผมจะไปรับราชการต่ออะไรก็แล้วแต่นะครับ ก็ในเมื่อคุณแม่ผมให้อิสระแล้วอยากจะทำอะไรก็ทำอยากจะเป็นอะไรก็เป็น แต่ทำให้มันชัดเจนก็พอ

chon4อีกหนึ่งบทบาทที่ฌอห์ณทำก็คือ นักเขียน เป็นมายังไง

ฌอห์ณ : มันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ผมถูกปลูกฝังให้เป็นนักอ่าน คุณพ่อจะชอบจับไปงานสัปดาห์หนังสืออ่านหนังสือบ่อยๆ อ่านทุกแนวอ่านทุกอย่าง อะไรก็ได้ที่มันมีสาระประโยชน์ พอเราอ่านหนังสือมากๆ มุมมองของเรามันก็กว้างขึ้น เราก็รู้จักภาษาเขียนของนักเขียนหลายๆ ท่าน จนมาตอนมัธยม มหาวิทยาลัย เราต้องทำงานส่งอาจารย์ซึ่งเขียนเยอะ ก็จะมีคนบอกว่าเราเป็นคนที่เขียนเปรียบเปรยหรือมีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ก็เลยเริ่มจากการฝึกเขียนในโซเชียลเน็ตเวิร์คในอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ถ่ายรูปไปด้วยเพราะเราชอบถ่ายรูป เราก็ลงข้อความที่มันสอดคล้องกัน ให้เห็นมุมมองใหม่ๆ คนก็เริ่มเห็นว่ามันเจ๋งดีว่ะ ไม่ค่อยเหมือนใคร พอมาเจอพี่โหน่ง วงศ์ทนง แกก็บอกว่า ถ้าวันหนึ่งอยากเป็นนักเขียนก็ให้มานะ เพราะเขาบอกว่า เขาเห็นผมแล้วรู้สึกว่าผมเป็นเหมือนเขาตอนเด็กๆ มีมุมมองอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน ซึ่งจากไปบวชเสร็จก็คิดอะไรได้มากขึ้นเลยกลับมาเป็นนักเขียน ตอนนี้ก็เดินหน้าทำชัดเจนเลย

chon2นักแสดงกับนักเขียนจริงๆ ชอบอาชีพไหนมากกว่ากัน?
ฌอห์ณ : ผมว่ามันคู่กันนะครับ คือ นักแสดงมันคือความชอบ นักเขียนมันเหมือนความรักครับ รักกับชอบมันต้องไปด้วยกัน มันไม่มีอะไรที่สุด ผมว่างานเขียนมันก็ต้องใจเย็น เราต้องอยู่กับมัน มีสมาธิ แต่ก็ใช้เวลาอยู่กับมันเยอะ และทำที่ไหนก็ได้ ส่วนงานแสดงคือ ผมแฮปปี้ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาแสดง ในบทที่ผมอยากจะทำและมันเป็นบทที่ท้าทาย เพราะผมรู้สึกว่าพอเราเล่นหนึ่งเรื่องจบไป เราจะได้มุมมองจากตัวละครมากขึ้น โตมากขึ้น รู้จักสังคมวงกว้างขึ้น

ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ ฌอห์ณเป็นเด็กแบบไหน

ฌอห์ณ : น่าจะเป็นเด็กที่ผสมๆ กันนะครับ คือดื้อเงียบก็มี เพราะเวลาดื้อแม่จะบอกว่าเป็นคนที่ชอบถามว่า what when where why how ทำไมอ่ะ ทำไมไม่ได้ ถ้าเรามั่นใจว่าเราถูก เราจะสู้หัวชนฝา แต่เป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ถ้ามันเข้ากันได้ แต่ว่าอีกมุมผมก็มีโลกส่วนตัว คือไม่ได้คลุกคลีกับทุกคน ไม่ได้เฟรนลี่จ๋ากับคนแปลกหน้า คิดว่าผสมๆ กันไปมากกว่า ยิ่งโตมันก็ยิ่งชัดขึ้น แล้วแต่สถานการณ์และบุคคลครับ

chon5โลกส่วนตัวสูงแบบนี้ เวลามีปัญหาเป็นคนจัดระเบียบกับอารมณ์ตัวเองยังไง

ฌอห์ณ : ผมก็จะนั่งอยู่กับปํญหาตอนนั้นครับ จะกลับมาบ้านแล้วนั่งเฉยๆ ทุกคนก็จะบอกว่าให้ออกไปเที่ยว ไปเจอคนนั้นคนนี้บ้าง แต่ผมคิดว่ามันแค่เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ได้แท้จริง เราควรแก้ปัญหาด้วยตัวเราเอง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องอยู่กับมันก็คือตัวเราเอง กลับมาผมก็จะนั่งเฉยๆ นั่งจนเหนื่อยที่จะคิดละ พอเหนื่อยที่จะคิดเราก็จะทำยังไงให้มันโอเคขึ้น ซึ่งก็คือ การไม่คิด ไปทำอย่างอื่น หรือการยอมรับความจริงแล้วไปทำมันซะ ก็บ่นๆ กับตัวเองจนจบ

ทุกวันนี้ถึงจะอยู่กับคุณแม่สองคน แต่เห็นว่าก็ติดหลานสาวด้วย

ฌอห์ณ : คือผมว่าการไปเยี่ยมหลานของผมมันเป็นรูทีนเลยครับ สัปดาห์ละครั้งต้องมีไป ต่อให้ติดงานอะไรก็ตาม เพราะอยากให้เขาจดจำเราได้ เราเองก็ได้รู้เห็นพัฒนาการของเขาในแต่ละเดือน เพราะรู้สึกว่าเด็กจะโตเร็วมาก แล้วตอนนี้คือเขาจะรับรู้เร็ว มันเป็นอะไรที่เราไม่อยากพลาดในทุกจังหวะที่เขาโต อีกอย่างคือญาติเค้าเยอะเราก็กลัวว่าเขาจะลืมเรา ก็เป็นกิจกรรมที่ผมกับแม่แฮปปี้มากและทำกันตลอด

chon7ลึกๆ ก็คือกลัวหลานไม่รักหรือเปล่า

ฌอห์ณ : อือใช่ครับ (หัวเราะ) คือทางครอบครัวพี่โอจีฟเป็นครอบครัวใหญ่ มีพี่เจี๊ยบ คุณพ่อคุณแม่ มีน้องเล็กอีก ครอบครัวใหญ่มาก เลยต้องพยายามไปให้เขาจำเราได้หน่อย

เริ่มวางแผนชีวิตตัวเองไว้บ้างหรือยัง เพราะพี่สาวก็มีครอบครัวไปแล้ว

ฌอห์ณ : ผมคิดว่าเป้าหมายสำคัญ ก็คือการสร้างครอบครัวนะครับ แต่ไม่ได้วางกรอบว่าต้องมีบ้านหลังใหญ่อะไรมากมาย ของแบบนี้มันอยู่ที่การทำงานของเรา จังหวะชีวิตและการวางแผน เป้าหมายที่ผมชอบและผมอยากจะมีก็คือ การมีครอบครัว ใจจริงอยากแต่งงานไม่เกิน35 อยากมีลูกแบบพอแต่งปุ๊บปีหนึ่งก็มีเลย เรารู้สึกเราอยากสร้างครอบครัวให้เร็ว ผมรู้สึกว่าเราอยู่กับชีวิตอย่างนี้มา 20 กว่าปี เราอยู่กับครอบครัวที่มีกันแค่ 2 หรือ3 คน มันเหงาพอสมควร แล้วเรารู้ว่าในช่วงชีวิตวัยเด็กการมีพ่อมีแม่มันคุ้มค่ามาก แล้วเลี้ยงไปพร้อมๆ กันมันมีความสุขมาก และผมเข้าใจเลย เพราะว่าตอนนั้นผมรู้ว่าอะไรที่ขาด อะไรผมได้

ผมรู้สึกว่าผมน่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ และตอนที่เรามีหลานเราก็เลี้ยงเขาด้วย เรารู้เลยว่าเราแฮปปี้ทุกครั้งที่ได้อยู่กับเด็ก และนี่ก็น่าจะเป็นความฝันของผม ส่วนบั้นปลายชีวิตผมก็เปิดร้านหนังสือ ขายหนังสือ ภาพอาจจะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยเป็นนักแสดง หรืออาจจะไปทำงานเปิดไร่เปิดฟาร์มก็ได้

chon11แล้วคิดว่าผู้หญิงแบบไหนที่ไปกันได้ ต้องนิสัยคล้ายกันไหม

ฌอห์ณ : ให้เขาเป็นตัวของตัวเองนี่แหละครับ ผมเข้ากับทุกคนได้อยู่แล้ว จะเข้าได้มากเข้าน้อยก็ขึ้นอยู่กับนิสัย ไม่ต้องประดิษฐ์ ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ผมว่าเสน่ห์ของเขาก็คือการที่เขาเป็นตัวของเขาเอง คิดอยากจะพูดอยากจะแต่งตัวอะไรก็ให้เขาทำไป ส่วนตัวผม ผมว่าถ้าผมโอเค เขาโอเค ผมจะหาจุดตรงนั้นเองว่า ผมจะอยู่ยังไงให้เขาแฮปปี้ เราจะทำยังไงให้เขามีความสุข ผมไม่ได้วาดฝันว่าต้องหน้าตา ต้องนิสัยยังไง โตขึ้นมาเราจะรู้เลยว่าไม่ต้องมีสเป็กอะไรมากขอแค่เป็นคนดี รักครอบครัวตัวเอง รักเราอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ที่เขารักตัวเองก็พอ

แล้วคู่จิ้นอย่างเอสเธอร์นี่อยู่ในสเป็กหรือเปล่า

ฌอห์ณ : น้องเขาเป็นคนดีนะครับ และอย่างที่บอก ผมไม่มีสเป็ก น้องก็เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดี สมวัย ทำงานเป็น รู้จักเวลา รู้จักวางแผนอนาคตเป็นคนหนึ่งที่ดี แต่ในส่วนของจะจิ้นกันจริงไหม มันเป็นเรื่องของเวลา เพราะว่าตอนนี้ผมทำงานกับน้องเขาเยอะ เดี๋ยวมีละครกันอีกสองเรื่อง ทั้งอาทิตย์เราก็ถ่ายหนังสือกันตลอด

ผมว่าน้องยังเด็กด้วย ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่เขาก็รับรู้ ก็ให้เป็นไปตามจังหวะ ถ้ามันดีกันแบบนี้ ผมว่าก็จะดีกันได้นานอยู่แล้ว

chon9นอกจากงานละครและเขียนหนังสือ งานอดิเรกอย่างอื่นมีชอบทำอะไรบ้าง

ฌอห์ณ : ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวนะครับ ในไอจีผมจะเห็นได้เลยว่าผมเป็นคนท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ ทั้งต่างแดนและในประเทศ ผมรู้สึกว่าการเที่ยวของผมมันได้อะไรหลายๆ อย่าง มันได้ข้อมูล มันได้รู้จักตัวเอง รู้จักเพื่อน รู้จักข้อเสียตัวเอง เวลาผมเหนื่อยมากๆ บางทีผมก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน พอเราโตขึ้น จะรู้เลยว่า จริงๆ แล้วความคิดเราอาจจะไม่ได้โตก็ได้ ส่วนวันว่างของผมถ้ามีก็คือ เสาร์อาทิตย์อยู่กับครอบครัว จันทร์-ศุกร์ก็อยู่กับหลานก็ให้เวลาเขาหน่อย เวลาส่วนตัวของผม คือโบนัสที่หยุดระหว่างสัปดาห์ ผมก็จะให้ตัวเอง อยู่กับเพื่อน อยู่กับคนสนิท ออกเดินทางไปต่างจังหวัด ฟื้นฟูตัวเองแล้วก็กลับมาทำงาน

ตอนนี้วงจรชีวิตฌอห์ณก็คือเป็นแบบนี้

ฌอห์ณ : ใช่ครับ ผมทำงานเยอะ ไม่ได้ทำงานเป็นออฟฟิศเหมือนชาวบ้าน ทุกวันนี้ตื่นตีห้า กลับบ้านสามทุ่ม บางทีตีสองบ้าง ตีหนึ่งบ้าง บางวันอยู่ดีๆ วันพุธเราหยุดก็หยุดเฉย ชีวิตเลยไปเกี่ยวข้องกับคนอื่นได้ไม่มาก เน้นเอ็นเตอร์เทนตัวเองเป็นหลักมากกว่าครับ (ยิ้ม)

chon3เวลาที่ไม่ได้ทำงานเราเป็นคนแต่งตัวสไตล์ไหน

ฌอห์ณ : จริงๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบวินเทจ มีสตรีทนิดหน่อย ยีนส์เป็นหลักสสับกับกางเกงสแล็คถุงเท้าโชว์ลาย หรือรองเท้าผ้าใบ เสื้อยืด เอสเซสเซอร์รี่ก็มีผ้าพันคอ หรือแว่นวินเทจ เล็กๆ น้อยๆ ผมว่าผู้ชายแต่งเยอะมันจะดูเกินไป เน้นความพอดีๆ หรือให้มันมียูนีคกับตัวเราหน่อย

ทุกวันนี้แฟนคลับเราเยอะมาก ฝากอะไรถึงแฟนคลับหน่อย

ฌอห์ณ : ก็ขอบคุณนะครับ ขอบคุณทุกการติดตาม และฝากถึงด้วยว่าอาชีพนี้นอกจากความสามารถแล้ว ก็ยังต้องมีการผลักดัน มีคนที่ให้การสนับสนุนที่ดีด้วย สำหรับผมทุกอย่างมันเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีก็เพราะว่าทุกการสนับสนุนทุกกำลังใจจากทุกคน มีการยอมรับในตัวตนของผม ยอมรับในครอบครัวของผม ผมดีใจมากที่เขาไม่ได้ชอบแค่คุณเสกข์ในเล่ห์รตี เขาชอบในความเป็นจินดาโชติด้วย และชอบในระบบความคิดแบบนี้ ในหนังสือเล่มที่ผมเขียนมาตั้ง 9 เดือน เขาเข้าใจมัน ก็ขอบคุณมากครับ ไม่ว่าผลงานอะไรในภายภาคหน้าจะเกิดขึ้น ก็อยากให้ติดตามต่อไป ผมตั้งใจทำทุกงาน อาจจะชอบ ไม่ชอบ ก็อยากขอโอกาส เหมือนที่คุณเคยให้โอกาสละครเรื่องนี้ครับ

chon13

ตอบคำถามได้หนักแน่นทั้งเรื่องครอบครัว และหัวใจขนาดนี้ ตำแหน่งพระเอกสุภาพบุรุษแห่งปีคงต้องยกให้หนุ่มฌอห์ณไปเลย

เรื่อง : SRIPLOI

ภาพ : อรรณพ อาจหาญ

 

keyboard_arrow_up