อ.เผ่าทอง ชี้แจงเรื่องการส่งต่อดอกไม้จันทน์ไม่ใช่เรื่องผิด

อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ
อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ

ตอนนี้ในโลกออนไลน์มีกระแสมากมายเกี่ยวกับเรื่องการส่งต่อดอกไม้จันทน์มือต่อมือ การห้ามชมว่าดอกไม้จันทน์สวย และหากมีดอกไม้จันทน์อยู่ในมือห้ามยกมือขึ้นไหว้หรือรับไหว้นั้น ประเด็นเหล่านี้ ทาง อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Paothong Thongchua โดยมีข้อความ ดังนี้

“ตั้งใจว่าจะอดใจเอาไว้พูดหลังงานถวายพระเพลิงแล้ว แต่ก็มีคนกระหน่ำส่งไลน์กับเรื่องที่ไร้เหตุผล ไร้สาระมากๆ มาให้ทุกวี่ทุกวัน วันนี้จึงต้องขอพูดถึง ข้อห้ามต่างๆนานาเกี่ยวกับดอกไม้จันทน์ ที่ตะบี้ตะบันส่งกันทั่วทั้งเมืองสักหน่อย
เพราะเกิดมาก็หกสิบกว่าปีแล้ว เวลาไปงานศพตามวัด ต่างก็มีคนของวัดหรือของเจ้าภาพ หยิบดอกไม้จันทน์จากพานที่จัดเตรียมไว้ส่งให้โดยตลอด เพราะเราเป็นผู้ใหญ่ เวลาเราเดินไปที่เชิงเมรุ ก็จะมีคนหยิบดอกไม้จันทน์จากพานส่งให้ มีทั้งส่งมือต่อมือ มีทั้งส่งด้วยพานต่อมือ หรือบางครั้งเวลาจะไปงานศพก็มีญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงที่ไปร่วมงานเผาศพไม่ได้ ฝากดอกไม้จันทน์ไปร่วมเผาศพด้วย ก็รับฝากและถือขึ้นไปวางบนเมรุเสมอๆ ก็ไม่เคยมีใครว่าเลย ไม่เข้าใจว่าธรรมเนียมที่ห้ามส่งดอกไม้จันทน์ให้กัน เกิดขึ้นมาสมัยไหน และใครเป็นคนบัญญัติ

และที่งงมากก็คือ การห้ามชมว่าดอกไม้จันทร์สวย ก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมที่ใครบัญญัติขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะที่บ้านของผมในสมัยเด็กๆเวลาคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายจะไปงานเผาศพก็จะสั่งบ่าวไพร่ เอาหีบไม้ที่บรรจุท่อนไม้จันทน์มาไสให้เป็นขี้กบแบบที่เป็นแผ่นวงๆ แล้วจึงนำมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ และเข้าช่อกับธูปเทียนไม้ระกำ เวลาบ่าวไพร่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายได้เห็น ท่านผู้ชมเชยกันว่าสวยงามดี เพราะถ้าทำไม่สวย ท่านก็สั่งให้ทำใหม่ใครจะถือของไม่สวยไม่งามไปงานศพได้ 

ส่วนธรรมเนียมที่มีดอกไม้จันทน์อยู่ในมือ แล้วห้ามยกมือขึ้นไหว้หรือรับไหว้ก็งงมาก เพราะตั้งแต่เกิดจนอายุหกสิบกว่าวันนี้ก็พนมมือไหว้ และพนมมือรับไหว้ ทั้งๆที่มีดอกไม้จันทน์อยู่ในมือมาโดยตลอด เพราะเวลาเดินขึ้นเมรุ ก็มักจะเจอกับแขกผู้ใหญ่และแขกเด็กกว่าที่ไปร่วมงาน ถ้าไม่ไหว้หรือรับไหว้กันตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะไปไหว้หรือรับไหว้กันตอนไหน  เพราะเมื่อเผาศพเสร็จแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านเลย ก็เลยสงสัยว่าคงจะเป็นธรรมเนียมใหม่ที่บัญญัติขึ้นในงานพระเมรุครั้งนี้ และสงสัยอีกว่า….ต่อนี้ไป คงจะต้องหนีไปเดินตรอก ปล่อยให้พวกคนที่เขาบัญญัติธรรมเนียมใหม่นี้…ขึ้นมาเดินถนนแทน…..”

ที่มาและภาพ : Paothong Thongchua

keyboard_arrow_up