จิ๊ก – เนาวรัตน์ พร้อมตาย เขียนพินัยกรรมสั่งเสียล่วงหน้า

ไม่รู้พรุ่งนี้จะอยู่หรือตาย นักแสดงรุ่นใหญ่ จิ๊ก – เนาวรัตน์ เตรียมตัวลาโลกทุกเมื่อ เขียนพินัยกรรมสั่งเสียล่วงหน้าแล้ว

จิ๊ก – เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์

เป็นนักแสดงชื่อดัง สำหรับจิ๊ก – เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ที่แม้จะอายุใกล้ 60 ปี แต่ก็ยังดูสาวดูสวยเหมือนสตัฟฟ์ไว้ ล่าสุดมาเปิดใจในรายการคุยเช้า Show ทางช่อง one 31 ที่มีพีเค – ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า – ธัญญาเรศ และเอมมี่ – อมลวรรณ เป็นพิธีกร ถึงเรื่องที่มีคนแอบอ้างว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมา เธอไม่เคยมีผู้จัดการส่วนตัวเลย จากเรื่องนี้เลยทำให้เกิดปัญหาเข้าใจผิดกันยกใหญ่ และถึงขั้นวิ่งโร่ขึ้นโรงพักแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดให้ได้ นอกจากนี้จิ๊ก – เนาวรัตน์ยังได้เปิดใจว่าทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้ เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ

ถามถึงประเด็นขึ้นข่าวหน้า 1 ที่ขึ้นโรงพักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น?

“มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อบอย ไปอ้างอิงในเฟซบุ๊ก บอกว่าเป็นผู้จัดการพี่จิ๊ก – เนาวรัตน์ ซึ่งพี่ไม่เคยเห็นตัว ไม่เคยรู้จัก แล้วมีงานอยู่งานหนึ่งของโรงพยาบาลสมุทรสาคร เป็นงานอัลไซเมอร์โลก ซึ่งเขาจัดใหญ่ทุกปี ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาอยากได้พี่ไปทำพิธีกรและโชว์ตัว เขาก็ติดต่อออร์แกไนซ์บริษัทหนึ่งซึ่งเขารับทำงานนี้ ซึ่งบริษัทออร์แกไนซ์นี้เขาไม่มีเบอร์พี่ และเขาไม่รู้ว่าพี่ไม่มีผู้จัดการ เขาก็เลยไปค้นเฟซบุ๊กแล้วก็ไปได้เบอร์บอย เขียนว่าผู้จัดการจิ๊ก – เนาวรัตน์ เขาก็ติดต่อรายละเอียด แล้วมีการโอนเงินกัน ซึ่งงานทั้งหมด 65,000 บาท เขาให้โอนก่อน 40,000 บาท แต่เขาไม่ให้โอนเข้าบัญชีคนชื่อบอยนะ เขาให้โอนเข้าบัญชีผู้หญิงคนหนึ่ง โดยที่พี่ไม่รู้เรื่องนี้เลย ตัวพี่ช่วงนั้นบินไปขอนแก่น พอพี่กลับมาถึงกรุงเทพฯก็มีคนโทร.มาถามพี่ว่า ‘พี่อยู่ไหนแล้ว’ พี่ก็งง อยู่ไหนคืออะไร เขาก็บอกพี่ว่าพี่รับตังค์มัดจำไปแล้ว พี่ต้องมาโชว์ตัวให้ผม แล้วพี่ก็บอกเขาว่าพี่ไม่เคยรับงานนี้ ก็เลยรู้ พี่ก็เลยถามว่าเอาเบอร์มาจากไหน เขาบอกว่าเอาเบอร์มาจากโรงพยาบาลรามาธิบดีและดาราต่างๆ พี่ก็เลยถามเขาว่าทำไมเขาไม่พยายามติดต่อพี่ที่เบอร์นี้ตั้งแต่วันนั้น ซึ่งทางออร์แกไนซ์เขาก็พลาดที่เขาคิดว่าพี่มีผู้จัดการ จริงๆพี่ก็ไม่อยากเอาเรื่องเขานะ แต่พี่ไม่ชอบพวกสิบแปดมงกุฎ พี่ไม่ชอบคนที่เอาพี่ไปหากิน พี่รู้สึกว่าทำไมคนเราหาเงินง่ายดายเกินไป พี่ก็เลยไปกองปราบเลย อย่างน้อยต้องจับให้ได้”

งานวันนั้นก็คือไม่มีพิธีกร?

“ไม่มีพิธีกร แล้วผู้อำนวยการก็โกรธพี่ คนที่แย่ก็คือพี่คนเดียว”

พี่จิ๊กได้โทรศัพท์ไปอธิบายไหม?

“โทร.ไปขอโทษว่างานนี้จิ๊กไม่เคยโกง ไม่เคยรู้อะไรเลยทั้งสิ้น ผู้ใหญ่ก็เข้าใจ”

แล้วตอนนี้คืบหน้ายังไง?

“ตอนนี้ก็เอาเรื่องไปแจ้งความ เพราะเราเสียชื่อ ตอนนี้กำลังสืบจากสลิปผู้หญิง แล้วค่อยสืบว่าคนชื่อบอยเป็นใคร”

ในวงการ 40 ปีเคยเกิดขึ้นไหม?

“ไม่เคยเกิดขึ้นเลย มีครั้งนี้ครั้งแรก”

ใครอยากติดต่อพี่จิ๊กคือไม่มีผู้จัดการ?

“ไม่มีผู้จัดการค่ะ ถ้าอยากติดต่อให้หาเบอร์เอง ที่ไม่มีผู้จัดการไม่ใช่กลัวว่าเขาจะมาแบ่งเงิน แต่จิ๊กไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามายุ่งในชีวิต จิ๊กไม่ต้องการพึ่งคนอื่น ในเมื่อเราเป็นดาราด้วยตัวเอง เราก็ต้องพึ่งตัวเอง จะผิดจะพลาดก็โทษตัวเอง เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตผู้จัดการจะดีหรือไม่ดีกับเรา”

เห็นพี่จิ๊กเป็นคนสนุกสนานเฮฮาเสียงดังแบบนี้ พี่จิ๊กเคยวีน เคยดุใครหรือเปล่า?

“พี่เป็นคนเสียงดัง ตรง แต่ใจลึกๆพี่ไม่มีอะไรเลย จิ๊กเป็นคนชอบความตรง ชอบความยุติธรรม”

มีคนบอกว่าพี่หยิ่ง เดี๋ยวนี้เรียกแคสต์งานก็ไม่ไป โทร.มาเช็กคิวงานติดต่องานบางทีก็ไม่รับ?

“จริงค่ะ เมื่อก่อนพี่ทำงานเยอะมากนะ เคยนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯไปสมุทรสาคร ถ้ามอเตอร์ไซค์คว่ำไปพี่ก็คงไม่มีชีวิตมานั่งอยู่ตรงนี้ พี่ไม่เอาอีกแล้ว เอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะรับงานชนไปชนมา ส่วนเรื่องแคสต์งาน ที่ไม่เอาเพราะพี่ไม่อยากแข่งกับใคร เพราะพี่ไม่อยากรับรู้ว่าอีกอาทิตย์หนึ่งพี่ไม่ได้งานนั้นแล้ว”

ประเด็นที่บอกว่าพี่จิ๊กเตรียมตัวทำพินัยกรรมให้ลูกแล้วจริงเหรอ?

“มันไม่ใช่พินัยกรรมเกี่ยวกับสมบัติอะไรเลย แต่มันเป็นพินัยกรรมเกี่ยวกับชีวิตตัวเรา ถ้าวันหนึ่งมันเกิดอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับผ่าสมอง ปั๊มหัวใจขึ้นมา เราจะไม่ทำ”

เห็นบอกว่าถ้าวันหนึ่งเส้นเลือดในสมองแตก ไม่ต้องผ่าตัด ให้ตายไปเลย?

“ไม่ใช่ปล่อยให้ตายไปเลย คือพี่จะไม่ทำ เรื่องการผ่าตัดสมองเนี่ย หมอจะบอกว่ามันจะ 50:50 คือเราไม่รู้ว่าเราจะตื่นไหม ตื่นมาจะเหมือนเดิมไหม เราไม่อยากตื่นมาแล้วกลายเป็นภาระคนอื่น เพราะเราไม่รู้ตัวแล้ว เราก็จะทำพินัยกรรมขึ้นมาว่าอย่าผ่าตัดพี่เกี่ยวกับสมอง ถ้าหมอบอกว่า 50:50 อย่าทำ เรื่องการปั๊มหัวใจก็เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งหัวใจพี่หยุดเต้น ไม่ต้องปั๊มพี่กลับมา พี่เป็นผู้หญิง พอขึ้นไปขย่มปั๊มหัวใจพี่ พี่กลัวกระดูกหัก พี่ชอบถึงเวลาอันสมควรไปก็ไป พี่ว่าทุกคนเขาสร้างมาให้มีเวลาอันสมควรทุกคน”

ลูกทั้ง 2 คนเขารู้ไหมว่าพี่ทำพินัยกรรม?

“รู้เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นส่วนตัวของเรา คือสมบัติเราแบ่งกันเรียบร้อยหมดแล้วละ เราไม่อยากให้ลูกมานั่งทะเลาะกัน พี่ไม่ชอบที่ว่าคนเรามีสมบัติมากๆ พอตายไป ลูกๆจากรักกันกลับมาแย่งสมบัติกัน”

ลูกชายพี่จิ๊กคนโตอยู่ที่อเมริกา?

“ใช่ค่ะ ตอนแรกไปเรียน ตอนหลังไปอยู่กับญาติ สุดท้ายเขาก็ทำร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่น ที่พอร์ตแลนด์ เป็นร้านเล็กๆ”

ไม่ได้เจอกัน คิดถึงไหม?

“เขาไปได้ปีสองปีละ พี่ก็คิดถึงเขานะ”

อยากให้เขากลับมาเยี่ยมเราบ่อยๆ ไหม?

“พี่ว่าอย่าไปบังคับ ลูกทุกคนพี่จะไม่บังคับ พี่เป็นคนตามใจลูกมากค่ะ”

keyboard_arrow_up