17 ปีที่เฝ้ารอ ธีธัช จึงกานต์กุล-ดร.เพ็ญประภา เกื้อชาติ วิวาห์สุดอลังที่ละครบรอดเวย์กลางกรุง

ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตโรงแรมหรูให้เป็นโรงละครบรอดเวย์กลางกรุง สำหรับความรัก 17 ปีที่รอคอยของเจ้าบ่าว วิ่ง – ธีธัช จึงกานต์กุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง กรรมการผู้จัดการบริษัทจาร์ตัน กรุ๊ป จำกัด และเจ้าสาว กระตั้ว – ดร.เพ็ญประภา เกื้อชาติ ซึ่งบรรยากาศภายในงานวิวาห์ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวทุ่มงบมหาศาลเพื่อเจ้าสาวครั้งนี้ก็ตระการตาไปด้วยฉาก แสงสีเสียง ราวกับอยู่ในโรงละครบรอดเวย์จริงๆ เลย 

งานวิวาห์หนึ่งครั้งในชีวิต คู่รักเซเลบ วิ่ง-ธีธัช จึงกานต์กุล และกระตั้ว-ดร.เพ็ญประภา เกื้อชาติ จึงขอสร้างปรากฏการณ์สุดอะเมซิ่งเป็นความทรงจำดีๆ ต่อกัน เริ่มจากภาพถ่ายพรีเวดดิ้งที่ได้ช่างภาพ ณัฐวุฒิ อนันตสุคนธ์ แห่ง Luvdays Studio มาเป็นผู้คิดออกแบบและลงมือทำทุกขั้นตอนตั้งแต่เรื่องจัดแสง สี อารมณ์ ถ่ายภาพ ทั้งภาพพรีเวดดิ้งสไตล์นู้ดและแบบเพ้นต์ตัว ในขณะทางส่วนเพ้นต์ตัวนั้นก็ได้หนึ่งในทีมงานของ Luvdays Studio เป็นศิลปินชาวนอร์เวย์ Hilde Marie Johansen มาเนรมิตแปลงโฉมให้คู่บ่าวสาวนี้

โดยทั้งคู่ยอมถ่ายนู้ดเพ้นต์ตัวเป็น “นกยูงสีน้ำเงิน” และ “นกยูงขาว” ซึ่งผลงานดูอาร์ตและสวยงามเฉพาะตัว ซึ่งก็ควบคู่ไปกับการจัดงานวิวาห์ที่ได้เนรมิตห้องจัดเลี้ยงฉลองงานวิวาห์ให้กลายเป็นโรงละครบรอดเวย์ ที่มีทั้งวงดนตรีออร์เคสตราแบบเต็มวง นักดนตรี และนักแสดงผู้ใหญ่และเด็กราว 100 ชีวิต ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติระดับวีไอพีกว่า 1,000 คน ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

สำหรับความรู้สึกของคุณวิ่ง – ธีธัช เจ้าบ่าวดีกรีนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทายาทเจ้าสัวชัยวัฒน์ จึงกานต์กุล ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตและส่งออกอุปกรณ์และระบบสำหรับอาคารครบวงจรภายใต้แบรนด์ JARTON ได้เปิดเผยถึงการจัดงานวิวาห์ครั้งนี้ว่า เกิดจากความรักที่เขามีให้เจ้าสาวที่เคยพบกันครั้งแรกเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ก่อนความรักของทั้งคู่จะค่อยๆ เบ่งบานขึ้นกลายเป็นคู่รักว่า

“เรื่องของสินสอดที่นำมาสู่ขอเจ้าสาว หลักๆ ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเรือนหอของเราสองคน รวมไปถึงทองคำแท่ง เงินสด และเครื่องประดับอีกหลายรายการ แต่ผมขออนุญาตไม่พูดถึงมูลค่าของสินสอดว่าเท่าไร เพราะมูลค่าเหล่านั้นไม่สำคัญ หรือสามารถนำมาเทียบได้กับความรู้สึกดีๆ และประสบการณ์ที่เราสองคนแบ่งปันกันมาตั้งแต่วันแรก เปรียบได้กับแหวนแต่งงานที่ผมสวมให้เจ้าสาวในวันนี้ เพราะเป็นแหวนเก่าที่มีเรื่องราวของคุณพ่อและคุณแม่บันทึกอยู่ โดยแหวนเพชรวงนี้เป็นของคุณแม่ของผมที่คุณพ่อสั่งทำให้เป็นพิเศษเมื่อ 20 ปีก่อน น้ำหนักของเพชรเกือบ 2 กะรัต มูลค่ายากจะประเมินค่าได้ในวันนี้ เพราะเป็นแหวนเก่าที่ส่งต่อความรักของคุณพ่อและคุณแม่มาให้ผมกับเจ้าสาว

“มาถึงเรื่องของแรงบันดาลใจในการถ่ายพรีเวดดิ้งที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกฮือฮา ซึ่งผมและกระตั้วตัดสินใจที่จะยอมถ่ายนู้ด เพื่อการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต โดยศิลปินชาวนอร์เวย์มาเป็นผู้รังสรรค์และเพ้นต์ร่างกายของเราสองคนให้เป็นนกยูงในแบบที่ไม่เคยมีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคนไหนเคยทำมาก่อน ที่เราทั้งคู่ตัดสินใจทำเช่นนั้นก็เพราะเราสองคนรู้สึกว่านี่คือตัวของเราที่สุด เราเกิดมาตัวเปล่า เวลาที่เรารักใครสักคน เราก็ไม่อยากให้มีอะไรมากีดขวาง หรือคั่นกลางระหว่างเราสองคน และนี่ก็ถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจสุดท้าทายครั้งนี้ขึ้นมา

“ส่วนอีกเหตุผล เราสองคนรู้สึกว่าถ้าเราไม่มีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมาสื่อความหมายแทนเรา สีสันบนร่างกายและใบหน้าของเราก็สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อความหมายที่ชัดเจนได้ดีที่สุด และไม่ต้องหาคำอธิบายใดๆ ได้อีก ขณะเดียวกันลวดลายที่ถูกเพ้นต์บนร่างกายของเราสองคนก็มีความหมายที่สะท้อนและเชื่อมเราสองคนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ผมบอกทางศิลปิน นอกเหนือจากความเป็นแฟนซีที่ทำให้เราทั้งคู่รู้สึกว่ากำลังอยู่ในโลกแห่งจินตนาการให้มากที่สุด เพราะนี่คือโอกาสเดียว และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราสองคนจะได้ทำ” เจ้าบ่าวหนุ่มเล่า

เช่นเดียวกับฝ่ายเจ้าสาว กระตั้ว ดร.เพ็ญประภา เกื้อชาติ เล่าถึงเหตุผลของธีมการจัดงานแต่งงานที่นำนกยูงมาเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งตั้งแต่ด้านหน้าทางเข้างานจะเห็นนกยูงตัวใหญ่ยืนรำแพนหางสวยคอยต้อนรับทุกคนที่มาร่วมงาน

ก็เป็นเพราะว่านกยูงมีความงามสง่าเฉพาะตัว และยังมีความหมายไปถึงเรื่องของความรักที่มองเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ซึ่งก็เหมือนกับเราสองคนที่เห็นคุณค่าในตัวของกันและกัน ทำให้เราอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานครั้งนี้ได้สัมผัสและรับรู้ถึงความหมายที่สื่อออกมาเหล่านี้ด้วย แต่กว่าที่จะได้ธีมงานที่ว่านี้ออกมาได้ เราสองคนต้องคุยต่อยอดกันตลอด และโชคดีมากที่มุมมองของเราไม่ต่างกันมาก ‘วิ่ง’ จะเป็นคนคิดหลักเบื้องต้น ส่วนตัวของ ‘ตั้ว’ ก็จะมาคอยเก็บรายละเอียดและเก็บตกในตอนท้าย”

นอกจากนี้ภายในงานฉลองวิวาห์ของทั้งคู่ยังสุดตระการตาด้วยฉาก แสงสีเสียง งานนิทรรศการเรื่องราวความรัก สื่อมัลติมีเดียที่มาพร้อมกับการจัดแสดง Snow Owl” นกคู่รักตัวจริงที่หายาก และยังเป็นนกที่เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขและความโชคดี มาเป็นตัวแทนส่งมอบความสุข ความรัก และความโชคดีให้แขกผู้ร่วมงานทุกคน รวมถึงมีวงออร์เคสตรา พร้อมฮาร์ป (Harp) จำนวน 25 ชิ้น วงคอรัส 28 คน นักแสดงโชว์ และนักบัลเลต์เด็ก รวมแล้วมีมากกว่า 100 คนมาร่วมสร้างสีสันภายในงานไปพร้อมๆ กับการดำเนินพิธีการต่างๆ บนเวที ที่เชื่อมโยงกับการแสดงในองก์ต่างๆ ที่เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของคู่รัก “วิ่ง” และ “กระตั้ว” เรื่อยไปจนถึงการพบกันของคนทั้งคู่ และมุมมองความรักในแง่มุมต่างๆ ตลอดจนความสมหวังในความรัก

และปิดท้ายด้วยความสนุกสนานแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้งที่มีนักร้องหน้ากากเต่า “ปนัดดา เรืองวุฒิ” มาสร้างความสนุกปิดท้าย รวมการแสดงแล้วทั้งสิ้น 8 องก์ จนทำให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนรู้สึกเหมือนกับได้เข้ามานั่งอยู่ภายในโรงละครบรอดเวย์

อย่างไรก็ดี ภายในงานยังเซอร์ไพร้ส์แขกผู้ร่วมงานด้วยการจับฉลากผู้โชคดีแจก “สร้อยคอทองคำ” แทนการโยนช่อดอกไม้ ที่คู่บ่าว – สาวมีจุดประสงค์เพื่อให้แขกทุกคนได้มีส่วนร่วมในงานวิวาห์ครั้งนี้ ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่สาวโสดเท่านั้น

“เพราะทุกคนคือคนสำคัญของเรา เราจึงนำกุญแจดิจิทัลล็อก JARTON ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดประตูสู่ความสำเร็จมาให้แขกที่เข้าร่วมงานทุกคนได้มีโอกาสลุ้นรับสร้อยคอทองคำ หากการ์ดที่ถืออยู่สามารถเปิดล็อกกุญแจได้สำเร็จ แต่สำหรับผู้ที่เปิดไม่ได้ เราก็มีรางวัลปลอบใจเป็นขนมคันนา แบรนด์ของน้องสาวแทน” เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเล่าพร้อมกับบอกด้วยว่า นอกจากสร้อยคอทองคำแล้ว ทั้งคู่ยังได้เตรียม “รังผึ้ง” ตัวแทนความรักแสนหวาน และยาอายุวัฒนะกว่า 1,000 ชิ้นให้แก่แขกผู้ร่วมงานแทนการตัดเค้กด้วย

อาจเรียกได้ว่างานวิวาห์หวานที่รอมานานกว่า 17 ปี ระหว่าง “วิ่ง ธีธัช จึงกานต์กุล” และ “กระตั้วดร.เพ็ญประภา เกื้อชาติ” เป็นงานแต่งงานสุดอลังการที่สุดซึ่งเกิดขึ้นในรอบปีที่มาพร้อมความคิดสร้างสรรค์ เป็นงานวิวาห์งานแรกและงานเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ไม่ซ้ำใครมาก่อนอย่างแท้จริง

 


เรียบเรียงโดย: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม

keyboard_arrow_up