อย่าเพิ่งรีบด่าไม่สนุก! “เต้-ปิยะรัฐ” การันตี The Face Men แซ่บของจริงเริ่มเสาร์นี้

บอส “เต้-ปิยะรัฐ” เคลียร์  “The Face Men THAILAND” กระแสแผ่วไม่สนุกเหมือนซีซั่นก่อน เผยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ส่วนความเผ็ดร้อนจริงๆจะเริ่มในสัปดาห์นี้ แฟนคลับอย่าเพิ่งหนี

ออกอากาศไปหลายเทปแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่พูดถึงเท่า “The Face Thailand” ซีซั่นก่อนเลย สำหรับ “The Face Men Thailand” จนถูกเม้าท์ว่าเป็นซีซั่นที่แป้กที่สุดตั้งแต่บอส “เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก” ปั้นรายการมา โดยเฉพาะแก๊งเมนเทอร์ที่ไม่ปะฉะดะเหมือนทุกครั้ง จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการพลาดหรือเปล่า ล่าสุดมีโอกาสได้คุยยาวๆกับบิ๊กบอสใหญ่เลยไม่พลาดที่จะสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงล่าสุดที่โลกโซเชียลเม้าท์กันให้แซดว่าหนุ่มๆแอบซุ่มกินกันเองในบ้าน งานนี้จะใช่หรือมั่ว จะชัวร์หรือไม่ ไปฟังจากปาก “คุณเต้” เองเลยดีกว่า

“เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก”

ถามถึงกระแส The Face Men Thailand
“เอาจริงๆ เมื่อกี้เพิ่งพูดอยู่เลยว่าช่วงนี้ไม่ได้ออกมาจากถ้ำเลยเพราะว่าอยู่เบื้องหลังจริงๆ แล้วก็พยายามคลุกคลีอยู่กับทีมโปรดิวเซอร์และทีมตัดต่อ พยายามทำหลายอย่างพร้อมกันเยอะไปหน่อย เนื่องจากทำประมาณ 7 รายการต่อ 1 วัน เนื่องจากมันมีเข้าบ้านด้วย และเข้าบ้านมันมี 20 ตอน ลงทุนไปตั้งเยอะ เราก็พยายามจะดูหลายๆอย่าง ก็เลยไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ แต่เท่าที่ทราบก็คือกระแสของเด็กๆดี มีคนสนใจลูกชายเราเยอะ แต่ว่าเมื่อกี้นี้เพิ่งได้รับรายงานว่ากระแสอาจจะไม่ได้แซ่บเท่ากับของผู้หญิง แต่เราค่อนข้างโอเค เราพอใจในส่วนที่เราตั้งใจจะสื่อออกมา เพราะผู้ชายก็ไม่อยากให้ดราม่า แต่รอดูก่อน มันเพิ่งอุ่นเครื่องเท่านั้นเอง”

อย่างตอนที่เป็นผู้หญิง เราฟาดฟันกันด้วยท่าโพสต์คำพูด แต่ของผู้ชายจะเป็นแบบไหน
“จริงๆแล้วคือสุดท้ายเขาต้องเป็นนักแสดง เป็นศิลปินเข้าวงการบันเทิงได้ จนถึงขนาดเป็นพระเอกเลยก็ว่าได้ คือเราหาคนที่เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าแต่ละคนก็มีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละคนเราเลือกมา เราก็เลือกที่หลากหลาย มีทั้งไทยมีทั้งอินเตอร์ มีจีน มีสุรินทร์ มีไทยแท้ เกาหลีก็มี มีทุกสาย แล้วแต่ชอบให้เลือกเชียร์กัน”

THE FACE MEN Thailand

แสดงว่าครั้งนี้ไม่ได้โฟกัสที่จะต้องเป็นนายแบบอย่างเดียว แต่บางคนอาจจะเป็นพระเอกได้เลย
“ต้องเป็นนักแสดงได้ ต้องเป็นศิลปินที่ดีได้ เพราะเราหาคนที่ต้องทำในอาชีพนี้ได้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสาเหตุนึงที่เอาเขาเข้าบ้าน เพราะว่าต้องพัฒนาตรงเรื่องนี้ อย่างล่าสุดมีการสอนในการใช้เสียง จนถึงร้องเพลงก็สอน สอนเต้นก็สอน สอนพัฒนาบุคลิกภาพก็สอน คือเขาต้องทำให้ได้ แต่ใครจะทำได้ดีกว่าใครอันนั้นคืออีกเรื่องนึง แล้วจะไปได้ไกลกว่าใครก็อีกเรื่องนึง ซึ่งตอนนี้หลายๆคนก็ได้เล่นละครแล้ว ทั้งของอินเฮ้าส์เองและของคนอื่นก็เรียกๆไปแคสต์ เพราะเด็กๆมีคาแร็คเตอร์ที่หลากหลายที่เขามองหากันอยู่ และเราต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องดีอย่างนึงที่แต่ละช่อง แต่ละค่ายเขาผลิตละครของเขาเองและต้องการนักแสดง ซึ่งปกติแล้วเด็กๆที่เซ็นสัญญากับกันตนาก็เล่นได้ทุกที่ ยกเว้นว่าถ้าช่องไหนให้ความกรุณาเด็กคนไหนเป็นพิเศษและอยากจะเซ็นสัญญาเราก็ยินดี เราสามารถคุยกันได้ ซึ่งจริงๆมีตั้งแต่ The Face ผู้หญิงแล้วนะ ก็จะได้เห็นกันเรื่อยๆ”

ฟีดแบ็คที่ออกมาไม่แซ่บเท่าซีซั่นก่อน
“คือจริงๆมันจะค่อยๆพัฒนาไปในแนวทางของมันเอง แต่ว่าต้องใจเย็นๆนิดนึง เพราะส่วนตัวตั้งใจอยู่แล้วว่าให้เห็นเด็กก่อน เพราะเรามีน้องๆ 18 คน และเราอยากให้ทุกคนได้ค่อยๆทำความรู้จักกับเด็กก่อน อันนี้คือตั้งใจเลย เพราะว่า 10 ตอนมันสั้น มันไม่ใช่ 13 ตอน แล้วเราก็ชัดเจนมาตั้งแต่แถลงข่าวแล้วว่า The Face Men Thailand จะสู้กันด้วยปฏิภาณไหวพริบมากกว่า เรารู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติของเด็กผู้ชายเวลามันมาอยู่ร่วมกันมันรักกันเป็นเพื่อนกันมันจะอีกแบบนึง แต่ผู้หญิงมันจะอีกแบบนึง แล้วเขารักกันแบบร้องไห้เลยนะ เห็นผู้ชายร้องไห้ คือมันคือเสน่ห์อีกอย่างนึงที่ทำไมเราถึงดู บางคนพูดว่าเลิกทำผู้หญิงทำผู้ชายดีกว่า”

เอาน้ำตาผู้ชายมาเรียกเรตติ้งหรือเปล่า
“ไม่ๆ เขาร้องกันเองข้างหลัง เขาไม่ได้ร้องแบบฟูมฟายอะไรอย่างนั้น แต่เวลาเขาเสียเพื่อนเขารู้สึกเสียใจเราเห็น ในทีวีก็มีร้องไห้แต่เพราะถูกเมนเทอร์ดุก็มี บางคนเขาก็เซ้นซิทีฟ แล้วบางคนก็ตั้งใจที่จะมาทำงานตรงนี้มาก และบางทีก็เสียใจที่ไม่ได้ไปต่อ”

อยากบอกอะไรกับคนดูที่ยังบ่นว่าซีซั่นนี้ดูแซ่บน้อยกว่าซีซั่นก่อน
“ไม่เป็นไร เราอยากให้ใจเย็นๆกับเราและก็มองอีกมุมนึง เพราะว่าเราตั้งใจนำเสนออีกลักษณะนึงแล้ว และเดี๋ยวมันจะค่อยๆเจริญเติบโตขึ้น และอีกอย่างที่ต้องยอมรับก็คือ เมนเทอร์ 3 คนที่เลือกมายังเกร็งๆกันอยู่ เพราะยังอยู่ในช่วงแรกด้วย เพราะความเคารพและความเกรงใจอะไรกันอยู่ จริงๆแคมเปญแรกก็เริ่มแล้วนิดนึงแต่ยังไม่ปล่อยเพราะอยากให้ดูได้เห็นเด็กก่อน”

“พีช พชร-ลูเกิด-หมู อาซาวา”

แสดงว่า ”คุณเต้” มั่นใจว่าเลือกเมนเทอร์มาไม่ผิด
“ไม่ผิดแน่นอน รับประกันว่าไม่ผิดและดีใจมากที่เป็น 3 คนนี้ จะเริ่มมันตั้งแต่เสาร์นี้แล้วพูดจริงๆ มันจนเต้กลัวเลยด้วยซ้ำว่าจะเป็นยังไง ก็เลยมีมาตรการอยู่เหมือนกัน เพราะดูๆแล้วรู้สึกว่าก็ค่อนข้างแรงนิดนึง และเป็นอันแรกระเบิดเพราะมันเก็บไว้ตั้งแต่ต้น อย่างที่บอกว่าเล็งกันนั่นแหละ แต่ก็ตัดสินใจปล่อยออก ถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรมันก็ไม่มีอะไร ถ้ามีก็คงต้องออกมาพูด”

The Face Men Thailand ไม่มีถอดเสื้อเลย
“เดี๋ยวสิ! เพิ่งจะสามตอนเองนะ เอะอะแก้เลยหรอ คือจริงๆตั้งใจว่าไม่อยากให้เอะอะถอดเสื้อ เพราะมันต้องมีเหตุถึงจะถอด แต่เดี๋ยวมันจะมีแคมเปญต่างๆที่จะต้องว่ายน้ำ สระผม เรียกว่ามีอย่างมีเหตุผลและดูดี เพราะเราต้องดูแพงถูกไหมคะ ไม่ใช่เอะอะถอด เพราะเราชัดเจนเลยว่าเราหาผู้ชายที่ผู้ชายก็อยากเป็น ผู้หญิงก็อยากจะได้มาครอบครอง ส่วนที่เหลือเก้งกวางบ่างชะนีเห็นก็อยากจะกิน เราไม่ได้อยากให้เป็นเก้งเลย มันต้องเป็นกลางที่เป็นไอดอลที่ผู้ชายแท้ๆก็อยากเป็น เป็นจ่าฝูงอะ”

“นิกกี้”

มีผู้ชายไม่แท้หลุดเข้ามาบ้างไหม
“อันนี้ห้ามไม่ได้หรอก ก็ต้องมีบ้าง แต่เอาจริงๆก็แปลกประหลาดใจเหมือนกันว่าไม่น่าเชื่อว่ามีผู้ชายแท้เยอะนะ แล้วแต่ละคนที่มาก็ไม่ช้ำ เราเลยเข้าใจว่าพอมันเป็นแบรนด์ The Face เป็นเด็กอินเตอร์แบ็คกราวน์ดี อย่าง “นิกกี้” ทำรายได้ 30-40 ล้านต่อปีนะ อายุ 20-21 เป็นเจ้าของบริษัท”

คิดยังไงกับบางรายการที่ใช้ชุดว่ายน้ำดูดกระแส ในขณะที่เรามองตรงข้าม
“ไม่อยากทำอย่างนั้น ไม่อยากทำเลย เป็นเจตนารมณ์ที่ไม่ถูกต้อง ในรายการของเราไม่เคยทำอย่างนั้นเลย และสั่งห้ามด้วย เพราะว่าเราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่น่าดู แล้วดูไม่น่าเร้าใจ เอะอะแก้มันก็เห็นหมดแล้ว นานๆถอดทีดีกว่า”

แต่ในแง่ของกระแสมันก็อาจจะได้
“เราทำของแพงอะที่รัก เราดูแล้วต้องดูมีค่า เวทีต้องให้อะไรกับเด็ก ไม่ได้สนองความอยากดูอย่างเดียว  คือพอออกจากรายการก็อาจจะมีถ่ายเซ็กซี่แล้วแต่แนวของแต่ละคน แต่ในรายการ ในเวทีที่มีค่ามีเกียรติ จบจากเวทีนี้ไปก็ต้องถือว่าคุณเป็นคนที่มีคุณภาพคนนึง ไม่ได้ขายเฉพาะร่างกาย”

“เติร์ก” ธนภพ อยู่วิชิต

ล่าสุดมีคนสังเกตเห็นว่า ต้นคอของ “เติร์ก” ธนภพ อยู่วิชิต มีรอยทั้งๆที่บ้านมีแต่ผู้ชาย ทำให้หลายคนมองว่าในบ้านแอบมีกินกันหรือเปล่า
“ก็ไม่ได้ไปอยู่กับเขา 24 ชม. แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าเขาไม่ได้อยู่ในบ้านเราตลอด 7 วัน อันนี้ไม่รู้จริงๆ แต่เดี๋ยวจะถามเพื่อให้เขาอธิบายตัวเอง แต่ในบ้านเราไปใช้เวลาอยู่กับเขาเยอะ รับประกันไม่มี แต่ถ้ามีเขาอาจจะเก็บกันเก่ง แต่ที่เราเห็นก็คือเขารักกัน โดยเฉพาะ “เติร์ก” เป็นไปได้ยากมากๆเลยที่จะมาจากในบ้านนะ อาจจะเป็นยุงกัดหรืออะไรหรือเปล่า อย่ากล่าวหาลูกฉันนะ”

สุดท้ายมีมาตรการป้องกันอะไรหรือเปล่า
“ไม่มี มันกินกันเราก็เห็น เพราะกระจกมีทุกที่ เป็นไปไม่ได้ เพราะนี่บ้านบิ๊กบราเธอร์เดิม ห้องน้ำยังมีเลย ฉะนั้นเขาก็รู้และมีสติอยู่ แต่ใต้ผ้าห่มเราก็ไม่รู้จริงๆ และมันก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอด เรายืนยันว่ามีผู้ชายแท้ๆอยู่เยอะกว่าด้วย ทุกคนจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ได้เป็นต้องมีอดีตอะไรอย่างนี้ อันนี้เป็นข้อพิสูจน์เลยว่าของดีมีอยู่นะ”

keyboard_arrow_up