จดจำไม่มีวันลืม “หนุ่ม สันติสุข”เศร้าสูญเสียคุณแม่ในวันแม่แห่งชาติ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเพราะชีวิตคนเราสั้น-ยาวไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับ “หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ”ที่สูญเสียคุณแม่ผู้เป็นที่รักไปในวันแม่แห่งชาติปีนี้

กลายเป็นข่าวฮือฮาทั่วโซเชียลสำหรับข่าวคุณแม่ของนักแสดงรุ่นใหญ่“หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ”ที่ชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้งราวกับปฎิหาริย์หลังหยุดไปนานหลายชั่วโมง แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนไปนานจึงทำให้สมองเสียหาย แม้จะอาหารดีขึ้นมีการทานอาหารทางสายยางและก็หายใจมีการขยับร่างกายได้ แต่กลับไม่รู้สึกตัว โดยหลังจากย้ายจากไอซียูไปชั้นผู้ป่วยปกติได้เพียง 3 วัน คุณแม่ของนักแสดงรุ่นใหญ่จากไปในวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค.2560

“หนุ่ม สันติสุข กับคุณแม่”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาครอบครัวดารารุ่นใหญ่ได้จัดพิธีพิธีรดน้ำศพ พิธีสวดอภิธรรม ณ วัดบำเพ็ญใต้ ซ.รามคำแหง 187 โดยนักแสดงดังได้เผยเกี่ยวกับอาการของคุณแม่ก่อนที่จะลาโลกไปโดยกล่าวว่า“ครั้งนี้ไม่แล้วครับเพราะว่าชีพจรหยุดสนิทไม่มีการหายใจแล้วก็หมอเฝ้าสังเกตอาการอยู่จนกระทั่งตอนเช้าถึงได้เข้าห้องเย็น สำหรับอาการก่อนหน้านี้คุณหมอบอกว่ามีหลายเคส มันเป็นเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้เพราะร่างกายมนุษย์มันไม่เหมือนกันในแต่ละคน บางคนก็หยุดไปนานกว่านี้ก็กลับมาได้ บางคนถึงขั้นเข้าไปในห้องดับจิตแล้วกลับมาได้ก็ยังมี แล้วในเรื่องของสมองก็แล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่ขาดออกซิเจน5นาทีสมองก็เสียหมด 100%แล้ว บางคนขาดไป20นาทีแต่สมองเสียหายแค่นิดเดียวก็มี แต่พี่เองก็ทำใจในระดับนึงแล้ว”
“3วันที่ผ่านมาก็เครียดพอสมควร ไม่อยากให้คุณแม่เป็นอย่างนี้เพราะเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่เหมือนกับต้องทุรนทุรายหายใจ แต่โดยทางการแพทย์แล้วเขาก็ต้องรักษาไปแบบนี้ 3 พี่น้องก็ผลัดกันเฝ้าคุณแม่ไม่ได้นอน เพราะต้องดูอาการใกล้ชิดตลอดเวลา เรื่องเสียชีวิตก็เป็นปกติ จริงๆอยากให้อยู่นานๆให้อยู่ตลอดไปแต่เมื่อสังขารท่านเป็นแบบนี้ก็ไปตาม วัฏจักร เกิด, แก่, เจ็บและตายเป็นเรื่องปกติ อยากให้คุณแม่ไปสบายเพราะเราเคยขาดอากาศหายใจแป๊บเดียวยังรู้สึกทรมานเลย”

เมื่อถามถึงความรู้สึกสูญเสียคุณแม่ในวันแม่นั้น “พี่หนุ่ม”กล่าวว่า “ก็จะได้ระลึกถึงคุณแม่ได้ชัดเจนที่สุด ก็ขอบคุณคุณพ่อ-คุณแม่ที่ได้เลี้ยงดูมาอย่างดี คงความรู้สึกตอนนี้ก็หวิวๆเหมือนกัน เพราะปกติคุณแม่จะทำกับข้าวให้กินตลอด เย็บเสื้อผ้าให้เพราะท่านตัดเสื้อมาก่อน ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับคุณแม่ ตอนนั้นก็ยังคุยรู้เรื่องแต่ท่านก็มีหลงๆบ้างเป็นธรรมดา เจอหลานก็ถามว่านี่ลูกใคร? เจอผมก็มาชมว่าหล่อจัง? เราบอกกับท่านว่านี่ลูกแม่ครับ”

สุดท้ายเมื่อถามถึงคำสอนของแม่ “พี่หนุ่ม”เล่าว่า “คุณแม่มักสอนในเรื่องพี่น้อง ต้องรักกันให้มากๆ”

keyboard_arrow_up